เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 6

พื้นฐานที่ไม่ง่ายเหมือนในตำรา

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"ถ้าเจ้ายังควบคุมความเข้มข้นของละอองแสงให้อยู่ในระดับ ‘โครมา’ ที่ต่ำกว่าสามไม่ได้ เจ้าก็เตรียมตัวเห็นเฟืองทองเหลืองพวกนี้ระเบิดคามือได้เลยค่ะ เอเลียส" เสียงเตือนที่เจือความเข้มงวดของอาจารย์เซเลเน่ดังขึ้นทันที ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวภายใต้ถุงมือสีดำสนิทจะเคาะลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเบาๆ เป็นจังหวะ เพื่อดึงสติเด็กหนุ่มผู้กำลังจดจ่ออยู่กับชิ้นส่วนกลไกเวทมนตร์ขนาดเท่าฝ่ามือบนโต๊ะทำงาน เอเลียสสะดุ้งเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามไรผมของเด็กหนุ่ม ดวงตาสีฟ้าครามจ้องมองเฟืองจักรโบราณที่สลักอักขระรูนภาษาโบราณ ซึ่งตอนนี้กำลังส่งเสียงสั่นพั่บๆ ราวกับเครื่องยนต์ที่กำลังจะพังมิพังแหล่ แสงสีขาวนวลที่ปลายคทาไม้สนของเขาแกว่งไกวอย่างควบคุมไม่ได้ มันสว่างจ้าเกินไปจนเกือบจะกลืนกินอักขระเวทสีทองบนตัวเฟืองให้หลอมละลายไปกับตา "ผม... ผมพยายามอยู่ครับ เอ๊ย! ผมพยายามอยู่นะคะ!" เอเลียสรีบแก้คำพูดแทบไม่ทัน เมื่อเหลือบไปเห็นสายตาดุๆ ที่ตวัดมองมาทางสรรพนามผิดพลาดของตนเอง อาจารย์เซเลเน่ถอนหายใจเบาๆ ดวงเนตรสีเทาควันบุหรี่มองเด็กหนุ่มด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก เธอย่อตัวลงมาเล็กน้อยเพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเขา กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและดอกลาเวนเดอร์โชยมาแตะจมูกท่ามกลางกลิ่นอับของหอสมุดใต้ดิน "เวทมนตร์ธาตุแสงไม่ได้มีไว้แค่ส่องทางหรือทำลายล้างนะคะ เอเลียส การซ่อมแซมกลไกเวทระดับสูงด้วยแสง มันคือการ ‘ถักทอ’ โครงสร้างที่สูญเสียไปให้กลับคืนมาโดยใช้พลังงานบริสุทธิ์เป็นสะพานเชื่อม หากเจ้าใช้ความรุนแรงหรือปริมาณแสงที่มากเกินไป โครงสร้างผลึกมานาภายในกลไกจะเกิดการปฏิเสธ และนั่นล่ะ... บูม" เธอทำมือประกอบท่าระเบิดเบาๆ เรียกเสียงหัวเราะแห้งๆ จากฟินน์ที่นั่งชันเข่ามองดูอยู่มุมห้อง "ฮ่าๆๆ เอาหน่อยน่าสหาย! ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ ถ้ามันระเบิดขึ้นมาจริงๆ อย่างน้อยห้องสมุดนี้ก็คงมีแสงสว่างวาบไปอีกสามวันสามคืนล่ะนะ!" ฟินน์หัวเราะรơiร่าพลางโยนก้อนหินธาตุดินในมือเล่นไปมา เจ้าตัวดีพยายามผ่อน1บรรยากาศตึงเครียดในห้องให้ผ่อนคลายลง แต่ดูเหมือนจะทำให้เอเลียสเครียดกว่าเดิมเสียอีก เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกสมาธิ เขากลับมามองกลไกเวทตรงหน้าอีกครั้ง ตามตำราเรียนปีสอง หัวข้อ ‘พื้นฐานการบูรณะวัตถุเวท’ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ผู้ใช้เวทต้องแผ่ขยายมานาธาตุแสงออกเป็นแผ่นบางๆ เคลือบผิววัตถุ จากนั้นจึงใช้คลื่นความถี่แสงสะท้อนตรวจสอบรอยร้าวภายใน แต่สำหรับเอเลียสแล้ว ดวงตาพิเศษของเขามองเห็นอะไรได้มากกว่านั้น... ในมุมมองของเด็กหนุ่ม โครงสร้างของกลไกเวทไม่ได้เป็นเพียงโลหะแข็งทื่อ แต่มันคือกลุ่มก้อนของเส้นใยพลังงานสีฟ้าเข้มที่พัน2กันยุ่งเหยิง เส้นใยเหล่านี้กำลังขาดวิ่นตรงรอยต่อของเฟืองตัวที่สาม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนนาฬิการูนโบราณ ปัญหาคือ เส้นใยพลังงานเหล่านั้นมีความไวต่อแสงสว่างสูงมาก หากเขาเติมแสงเข้าไปหนาแน่นเกินไป เส้นใยจะดีดตัวออกและพังทลายทันที *ตำราไม่ได้บอกเรื่องนี้... ตำราไม่ได้บอกว่าเส้นใยพลังงานมันขยับได้เหมือนสิ่งมีชีวิต* เอเลียสคิดในใจ เด็กหนุ่มหลับตาลง ปรับลมหายใจให้สอดจังหวะกับการเต้นของหัวใจ เขาเลิกพึ่งพาตำราเวทมนตร์เล่มหนาที่วางอยู่ข้างกาย แล้วเลือกที่จะเชื่อมั่นใน ‘สัญชาตญาณ’ ของดวงตาตนเอง นิ้วมือที่ถือคทาเริ่มนิ่งสนิท แสงสีขาวนวลที่เคยสว่างจ้าจนแสบตาค่อยๆ หรี่ลง เล็กลง และบีบอัดตัวจนกลายเป็นเส้นด้ายเรืองแสงสีทองเส้นเล็กจิ๋วเท่าเส้นผม เอเลียสค่อยๆ บังคับเส้นด้ายแสงนั้นให้เลื้อยเข้าไปตามซอกหลืบของเฟืองทองเหลืองอย่างระมัดระวัง ราวกับศัลยแพทย์กำลังผ่าตัดเส้นเลือดใหญ่ของมนุษย์ อาจารย์เซเลเน่ที่ยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่เงียบๆ ถึงกับนัยน์ตาไหววูบ เธอมองเห็นการเปลี่ยนแปลงของความหนาแน่นมานารอบตัวเด็กหนุ่ม ความนิ่งสงบนี้... เกินกว่าเด็กปีสองทั่วไปจะทำได้ แม้แต่นักเวทฝึกหัดระดับสูงบางคนยังต้องใช้สมาธิถึงขีดสุดเพียงเพื่อประคองแสงให้คงรูป แต่นี่เขากลับกำลัง ‘ถักทอ’ มันเข้ากับโครงสร้างโลหะอย่างแนบเนียน “ไม่เลวนี่คะ...” เสียงพึมพำแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากบางของบรรณารักษ์สาว ติ๊ก... ติ๊ก... เสียงกลไกที่เคยหยุดนิ่งไปนานนับปี เริ่มส่งเสียงขยับเขยื้อนแผ่วเบา เฟืองทองเหลืองตัวแรกหมุนตามแรงขับเคลื่อนของเส้นใยแสงที่เอเลียสสร้างขึ้น รอยร้าวสีดำที่เคยกัดกินเนื้อโลหะค่อยๆ จางหายไป แทนที่ด้วยลวดลายอักขระเรืองแสงสีฟ้าครามอันงดงาม ฟินน์อ้าปากค้าง ตาโตเป็นไข่ห่าน "เฮ้ย... มันใช้ได้จริงว่ะ! เอเลียส เจ้านี่มันปีศาจชัดๆ!" เอเลียสลืมตาขึ้น รอยยิ้มแห่งความโล่งอกผุดขึ้นบนใบหน้าเปื้อนเหงื่อ เขาหันไปมองอาจารย์เซเลเน่ราวกับจะรอคอยคำชม แต่ทว่า... รอยยิ้มบนใบหน้าของเด็กหนุ่มกลับต้องค้างเติิ่ง อาจารย์เซเลเน่ไม่ได้มองที่กลไกเวทบนโต๊ะเลยแม้แต่น้อย ดวงเนตรสีเทาควันบุหรี่ของเธอกลับมองเลยผ่านตัวเขาไปยังชั้นหนังสือโบราณที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในมุมมืดของหอสมุดใต้ดิน สีหน้าของอาจารย์สาวเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ร่างกายของเธอเกร็งขึ้นราวกับกำลังเตรียมรับมือกับภัยคุกคาม "อาจารย์ครับ?" เอเลียสเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "เงียบค่ะ..." เซเลเน่ยกมือขึ้นห้ามด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น บรรยากาศรอบตัวของหอสมุดที่เคยอบอุ่นพลแปรเปลี่ยนเป็นหนתเหน็บจนน่าขนลุก แปะ... แปะ... แปะ... เสียงฝีเท้าปริศนาดังก้องขึ้นมาจากความมืดมิดหลังชั้นหนังสือโบราณ ทั้งๆ ที่หอสมุดแห่งนี้ควรจะมีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น เสียงนั้นเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นทุกย่างก้าว ราวกับมันจงใจเดินให้พวกเขารับรู้ถึงการมาเยือน และก่อนที่เอเลียสจะได้ทันตั้งตัว เส้นแสงสีครามบนกลไกเวทที่เขาเพิ่งซ่อมเสร็จก็เกิดปฏิกิริยาบางอย่าง มันระเบิดแสงวาบสีน้ำเงินเข้มออกมารุนแรงจนกลบแสงไฟรอบตัวจนหมดสิ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนลึกลับที่ดังขึ้นในโสตประสาทของเด็กหนุ่มโดยตรง— *[คำเตือนระบบ: ตรวจพบสิ่งแปลกปลอมระดับภัยพิบัติ ‘ผู้กลืนกินแสง’ กำลังเข้าสู่เขตอาคม]* *[สถานะปัจจุบัน: ปิดผนึกไม่สมบูรณ์ การตอบสนองของเป้าหมาย... มุ่งตรงมาที่เด็กหนุ่ม 'เอเลียส']* — เซเลสเทียละอองเวท
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%