"นายจะเอามือไปแตะตรงวงแหวนเวทบทที่สามนั่นไม่ได้นะฟินน์! ถ้าโครงสร้างมานาเกิดสะท้อนกลับขึ้นมา หัวนายได้กลายเป็นดอกเห็ดเรืองแสงสมชื่อตระกูลแน่"
เสียงทักท้วงที่เจือไปด้วยความระอาของเอเลียส ดังแทรกขึ้นกลางเสียงฮือฮาภายในห้องโถงเวทมนตร์ประยุกต์ อาคารเรียนรวมหลังใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษเก่าและผงมานาบริสุทธิ์ คาบเรียนรวมวันนี้เป็นการจับกลุ่มปฏิบัติการภาคสนามเพื่อทดสอบการประสานธาตุ ซึ่งถือเป็นวิชาปราบเซียนของปีหนึ่ง
ฟินน์ชักมือที่เกือบจะแตะลงบนแท่นศิลาจารึกเวทกลับทันที ดวงตาสสีน้ำตาลเข้มเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามแบบฉบับ พร้อมกับหัวเราะแห้งๆ ออกมากลบเกลื่อนความซุ่มซ่ามของตัวเอง
"โธ่ เอเลียส... นายนี่นะ ขาดฉันไปสักคนชีวิตในรั้ว 'แอสทราเรีย' ของนายคงจืดชืดเป็นน้ำต้มผักแน่นอน ว่าแต่... นายรู้ได้ยังไงว่าโครงสร้างตรงนั้นมันจะสะท้อนกลับ? ฉันเห็นมานาไหลเวียนปกติดีออกจะตายไป"
ฟินน์เอ่ยถามพลางย่อตัวลงนั่งยองๆ บนพื้นหินขัด ถือวิสาสะหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีซีดของเอเลียสขึ้นมาพลิกดู ลวดลายเวทมนตร์สีครามจางๆ ที่เอเลียสใช้เนตรธาตุแสงตรวจสอบโครงสร้างมานาถูกบันทึกไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยลายมือที่อ่านง่ายและสะอาดสะอ้าน
เด็กหนุ่มเจ้าของสมุดถอนหายใจออกมาเบาๆ เขายื่นมือไปแย่งสมุดคืนมาอย่างนิ่มนวล ขณะเดียวกันก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนก่อน ใต้บันไดวนลับตาคน บรรยากาศเงียบสงบที่มีเพียงเสียงเปิดหน้ากระดาษตำราโบราณของเซเลเน่ อาจารย์สาวผู้กุมความลับอันดำมืด แววตานิ่งสนิทคู่นั้นที่เคยสอนเขาว่า *'แสงสว่างไม่ได้มีไว้แค่โจมตี แต่มันมีไว้เพื่อมองทะลุผ่านเปลือกนอกอันลวงตาของมานา'*
คำสอนนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในใจ และมันกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เอเลียสสามารถมองเห็นจุดบกพร่องในวงแหวนเวทของหอคอยได้อย่างทะลุปรุโปร่งในวันนี้
"ถ้ามองแค่ผิวเผินมานาตรงนั้นมันก็ดูเสถียรดีหรอ" เอเลียสอธิบายเสียงเบา แต่ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาสีฟ้าใสทอประกายจริงจัง "แต่ถ้าสังเกตการไหลเวียนของธาตุดินที่นายร่ายเข้าไปเมื่อกี้ มันมีความหนาแน่นเกินไปสามเปอร์เซ็นต์ตรงจุดเชื่อมต่อ ถ้าปล่อยให้พลังงานสะสมถึงขีดจำกัด มันจะเกิดการหักเหแล้วตีกลับเข้าหาตัวผู้ร่ายทันที... ไม่เชื่อรึไง?"
ฟินน์ทำหน้ายู่ ยักไหล่กวนๆ แต่ในแววตากลับฉายแววทึ่งอย่างปิดไม่มิด "เชื่อสครับ... เอ๊ย! เชื่อจ่ะแม่ทัพเอเลียส ประทานโทษที ติดปากไปหน่อย" เพื่อนจอมกะล่อนแก้ตัวพัลวันเมื่อเห็นสายตาคาดโทษเล็กๆ จากเพื่อนสนิท
ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนการสอนที่ดำเนินไปอย่างเข้มข้น กลุ่มนักเรียนรอบข้างต่างพากันมองมาที่เด็กหนุ่มทั้งสองด้วยความรู้สึกหลากหลาย สำหรับโรงเรียนเวทมนตร์ที่เน้นยศถาบรรดาศักดิ์และสายเลือดตระกูลใหญ่ เอเลียสที่มาจากสามัญชนและฟินน์ผู้เป็นทายาทตกอับของตระกูลสายรอง มักจะตกเป็นเป้าสายตาแห่งความดูแคลนอยู่เสมอ แต่ทว่า... ความสามารถที่แท้จริงในยามปฏิบัติการกลับค่อยๆ พลิกผันมุมมองเหล่านั้นทีละน้อย
"นี่ๆ พักก่อนเถอะน่า พวกนายสองคนจริงจังกันเกินไปแล้วนะ"
เสียงใสแจ๋วของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของ 'ลิเลียน' หญิงสาวผมลอนสีน้ำตาลอ่อนจากตระกูลแพทย์สนามเวท เธอก้าวเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ขวดแก้วบรรจุน้ำยาฟื้นฟูมานาสีฟ้าใสหลายขวด แจกจ่ายให้สมาชิกในกลุ่มอย่างเป็นกันเอง ดวงตากลมโตมองเอเลียสด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
"ขอบคุณนะลิเลียน" เอเลียสรับขวดแก้วมาถือไว้ ความเย็นเฉียบจากตัวยาช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าจากการเพ่งสมาธิใช้เนตรแสงติดต่อกันหลายชั่วโมงได้เป็นอย่างดี
"ต้องขอบคุณเอเลียสต่างหากล่ะ" ลิเลียนหัวเราะคิกคัก นั่งลงบนเก้าอี้ไม้ตัวข้างๆ "ถ้าไม่ได้สายตาของนายช่วยแก้โครงสร้างวงแหวนเวทประจำกลุ่มเราเมื่อกี้ ป่านนี้พวกเราคงโดนอาจารย์ผู้คุมสอบหักคะแนนจนร่วงไปท้ายตารางแล้วล่ะมั้งคะ... ว่าแต่ นายไปเอาวิชาการมองทะลุมานาแบบนั้นมาจากไหนเหรอ? มันไม่ใช่หลักสูตรมาตรฐานของปีหนึ่งแน่ๆ"
คำถามของลิเลียนทำให้บรรยากาศรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ ฟินน์ที่กำลังเคี้ยวลูกอมสมุนไพรถึงกับหยุดชะงัก หันมามองเพื่อนสนิทด้วยความสงสัยเช่นกัน เป็นคำถามที่แม้แต่ฟินน์เองก็ยังไม่เคยกล้าเอ่ยปากถามตรงๆ
เอเลียสชะงักไปเล็กน้อย ภาพของชั้นหนังสือสูงตระหง่าน แสงเทียนสีส้มอุ่นๆ และกลิ่นหอมจางๆ ของชาสมุนไพรในห้องลับใต้บันไดวนผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความดุดันเล็กๆ ของเซเลเน่ อาจารย์สาวผู้ลึกลับที่มักจะกำชับเสมอว่าความรู้ในห้องนั้นห้ามแพร่งพรายเด็ดขาด ปรากฏขึ้นในความทรงจำ
"เอ่อ... พอดีฉันบังเอิญไปเจอ... ตำราเก่าเล่มหนึ่งในห้องสมุดน่ะ" เอเลียสเลือกที่จะตอบเลี่ยงๆ พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด "แล้วก็ลองเอามาฝึกประยุกต์ใช้ดู โชคดีที่มันพอจะใช้ได้ผลก็เท่านั้นเอง"
"ห้องสมุดเขตหวงห้ามเหรอ? หรือว่าจะเป็นชั้นใต้ดิน?" ลิเลียนหรี่ตาลงอย่างจับผิด แต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ต่อเมื่อเห็นสีหน้าอึกอัดของเพื่อนหนุ่ม "เอาเถอะ ฉันไม่ซักไซ้ไล่เลียงนายแล้วก็ได้... แต่ระวังตัวหน่อยก็ดีนะ ช่วงนี้ข่าวลือเรื่องความผิดปกติของมานาในเขตหอพักนักเรียนหนาหูขึ้นทุกที"
คำพูดของลิเลียนทำให้เอเลียสขมวดคิ้วมุ่น ความผิดปกติของมานาอย่างนั้นเหรอ? หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับร่องรอยเวทมนตร์แปลกประหลาดที่เขาเคยสัมผัสได้เมื่อไม่กี่วันก่อน ขณะที่เขากำลังจะเอ่ยปากถามรายละเอียดเพิ่มเติม เสียงประกาศก้องกังวานจากศิลาเวทส่วนกลางของห้องโถงก็ดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
*[ประกาศจากกองอำนวยการควบคุมระบบเวทมนตร์: แจ้งเตือนนักเรียนปีหนึ่งทุกท่าน ขอให้ยุติการฝึกปฏิบัติการภาคสนามในขณะนี้ เนื่องจากตรวจพบความผันผวนของพลังงานระดับสูง ณ โซนบูรณาการ ชั้นใต้ดิน B3 ขอให้ทุกคนเดินทางกลับหอพักโดยด่วน... ย้ำ ขอให้เดินทางกลับหอพักโดยด่วน]*
เสียงซุบซิบคุยกันดังระเบิดขึ้นทันทีในห้องโถง นักเรียนหลายคนเริ่มเก็บอุปกรณ์ด้วยความตื่นตระหนก ฟินน์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าที่เคยติดเล่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจัง
"ชั้นใต้ดิน B3... นั่นมันโซนเก็บตำราโบราณไม่ใช่เหรอ?" ฟินน์หันมาสบตาเอเลียส "สถานที่เดียวกับที่นายชอบแอบย่องไปตอนดึกๆ น่ะสิ"
หัวใจของเอเลียสกระตุกวูบ สัญชาตญาณบางอย่างร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง ภาพของเซเลเน่ อาจารย์สาวผู้ดูแลหอสมุดลึกลับคนนั้นผุดวาบขึ้นมาในหัว ป่านนี้เธอจะเป็นอย่างไรบ้าง? หรือความผันผวนของมานาที่เกิดขึ้น จะเกี่ยวข้องกับบันไดวนและห้องลับที่เขาเพิ่งก้าวเข้าไปเมื่อคืนก่อนกันแน่?
เอเลียสตัดสินใจในเสี้ยววินาที เขาเก็บสมุดบันทึกเข้ากระเป๋าเสื้อคลุมอย่างรวดเร็ว หันไปบอกลิเลียนและฟินน์ด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น
"ฉันมีธุระต้องไปดู... พวกนายกลับหอพักไปก่อนเลย ไม่ต้องรอ"
พูดจบ เด็กหนุ่มก็ไม่รอให้เพื่อนทักท้วง เขาพุ่งตัวออกจากกลุ่มทันที ฝ่าฝูงชนที่กำลังแตกตื่นวิ่งสวนทางออกไป ท่ามกลางเสียงเตือนภัยสีแดงฉานที่สาดส่องไปทั่วทางเดินหินของโรงเรียนเวทมนตร์
เอเลียสวิ่งลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินที่เงียบเชียบขึ้นเรื่อยๆ มุ่งหน้าสู่เป้าหมายเดียวในใจ—บันไดวนสายหลักที่ทอดตัวลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง โดยไม่รู้เลยว่าการก้าวลงไปในครั้งนี้ จะไม่ได้พบแค่ความลับของห้องสมุด แต่เป็นการเผชิญหน้ากับเงาดำที่กำลังรอคอยการตื่น
ที่เบื้องล่างนั้น... ประตูบานใหญ่ที่ควรจะถูกปิดตาย กลับถูกงัดเปิดออกครึ่งหนึ่ง พร้อมกับละอองเวทสีครามเข้มข้นที่พวยพุ่งออกมา ราวกับกำลังส่งเสียงกระซิบเรียกหาบางสิ่งจากความมืด
และในเสี้ยววินาทีที่เอเลียสกำลังจะก้าวเท้าเหยียบลงบนขั้นบันไดขั้นแรก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเข้ามาประชิดด้านหลัง พร้อมกับมือปริศนาที่เอื้อมมาคว้าไหล่ของเขาไว้แน่น—!
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษเวทมนตร์บทนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ! — เซเลสเทียละอองเวท*
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 5
มิตรภาพท่ามกลางชั้นหนังสือ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!