เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 13

เงาดำที่เริ่มคืบคลาน

ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
"เอเลียส... ตั้งสติไว้!" เสียงของอาจารย์เซเลเน่ดังแว่วมาจากที่ไกลแสนไกล ราวกับถูกกั้นไว้ด้วยม่านหมอกหนาทึบ ความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจอย่างรุนแรง หน้าอกข้างซ้ายของเด็กหนุ่มยังคงปวดแปลบราวกับมีรอยไหม้จากเหล็กแดง ทว่าเมื่อเขาพยายามกะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส รอยแยกมิติตรงหน้าก็ว่างเปล่า ไม่มีเงาดำไร้หน้า ไม่มีดวงตาสีเลือด มีเพียงชั้นหนังสือโบราณในหอสมุดเวทมนตร์ใต้บันไดวนและฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างท่ามกลางแสงสีครามจางๆ เท่านั้น เด็กหนุ่มทรุดตัวลงคุกเข่า มือซ้ายกุมหน้าอกเสื้อที่ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็นเฉียบ เขารับรู้ได้ถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่กรีดร้องเตือนภัยอยู่ในหัว สมองของเขาวิเคราะห์โครงสร้างเวทมนตร์รอบตัวอย่างอัตโนมัติด้วยธาตุแสงที่หลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด—โครงสร้างเวทที่นี่บิดเบี้ยว มันถูกกัดเซาะจากภายใน ราวกับมีบางสิ่งเพิ่งดูดกลืนมานาบริสุทธิ์ของหอสมุดไปจนหมดสิ้น "อาจารย์... เมื่อครู่นี้..." เอเลียสเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้า อาจารย์เซเลเน่ในยามนี้ไม่ได้มีท่าทีเย็นชาไร้ความรู้สึกเช่นเคย ดวงตาคู่สวยภายใต้กรอบแว่นทรงโบราณฉายแววเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอยังคงเรืองแสงสีเงินจางๆ เป็นการยืนยันว่าเธอกำลังร่ายเวทป้องกันขั้นสูงเพื่อกางอาณาเขตสำรวจร่องรอยพลังงานที่หลงเหลือ "อย่าเพิ่งพูดอะไรทั้งนั้น เอเลียส" เซเลเน่เอ่ยเสียงเรียบ แต่แฝงความสั่นเครือเล็กน้อยที่หลบซ่อนไม่พ้น "พลังเมื่อครู่นี้ไม่ใช่เวทมนตร์ทั่วไป มันคือ 'การกัดกร่อนจิตวิญญาณ' ของพวกนอกรีตที่สูญหายไปตั้งแต่สงครามเวทครั้งใหญ่... และเป้าหมายของมันคือเด็กที่มีความสามารถพิเศษในการตรวจสอบโครงสร้างเวทอย่างเธอ" คำพูดนั้นทำให้เอเลียสกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความตื่นตระหนกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ในขณะเดียวกัน ความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณนักสืบของเขาก็เริ่มทำงาน เขารู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เหตุบังเอิญ ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนเป็นต้นมา นักเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์แห่งนี้เริ่มมีพฤติกรรมแปลกประหลาดอย่างเงียบๆ ภาพของลูคัส เด็กหนุ่มปีสองห้องเอที่นั่งเหม่อลอยอยู่ริมหน้าต่างห้องเรียนธาตุดินเมื่อวานนี้ผุดขึ้นมาในหัว ดวงตาของลูคัสเหม่อลอยไร้ประกายชีวิต และที่น่ากลัวที่สุดคือ เมื่อเอเลียสใช้เวทธาตุแสงตรวจสอบโครงสร้างเวทในตัวของลูคัส เขากลับพบว่าวงจรมานาของเพื่อนร่วมชั้นคนนั้นถูกแทนที่ด้วยเส้นใยสีดำทมิฬ—เส้นใยชนิดเดียวกับที่เขาเพิ่งเห็นในรอยแยกมิติเมื่อครู่ไม่มีผิด! "ไม่ใช่แค่ฉันหรอกค่ะ... หมายถึง... ผมหมายถึง..." เอเลียสเผลอพูดติดๆ ขัดๆ ก่อนจะรีบปรับน้ำเสียงเมื่อเห็นสายตาคมกริบของอาจารย์สาว "ผมหมายถึง ช่วงนี้มีนักเรียนหลายคนเริ่มมีพฤติกรรมผิดปกติ อาจารย์ก็สังเกตเห็นใช่ไหมครับ... เอ่อ ใช่ไหมคะ?" เซเลเน่ถอนหายใจเบาๆ เธอเก็บมือที่เรืองแสงลงและทรุดตัวลงนั่งยองๆ ให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเด็กหนุ่ม ความใกล้ชิดนี้ทำให้เอเลียสได้กลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรโบราณและกระดาษเก่าจากตัวเธอ ซึ่งช่วยบรรเทาความตึงเครียดในใจลงได้เปลาะหนึ่ง "เธอฉลาดมากที่สังเกตเห็น เอเลียส" เซเลเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลขึ้น "นั่นคือเหตุผลที่ฉันพาเธอมาที่นี่ ความผิดปกตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความเหนื่อยล้าของการสอบปลายภาค แต่มันคือ 'การครอบงำ' ที่ค่อยเป็นค่อยไป พวกมันกำลังใช้พลังงานด้านลบของนักเรียนเป็นสะพานเชื่อมเพื่อดึงบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาจากใต้ดินของโรงเรียน" ในขณะที่ทั้งสองกำลังประเมินสถานการณ์อยู่นั้น เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังสะท้อนก้องมาจากทางเดินบันไดวน ฟินน์ สหายสนิทจอมกะล่อนวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในหอสมุด สภาพของเขาดูมอมแมมเล็กน้อย เศษดินและใบไม้แห้งติดอยู่ตามเครื่องแบบนักเรียน ราวกับเพิ่งไปขุดคุ้ยอะไรบางอย่างมาอย่างยากลำบาก "ให้ตายเถอะ เอเลียส! นายหายหัวไปไหนมาเนี่ยรู้ไหมว่าข้างนอกเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ฟินน์หอบหายใจฮืดฮาด พลางกวาดสายตามองอาจารย์เซเลเน่อย่างเกรงใจเล็กน้อยก่อนจะดึงแขนเพื่อนสนิทให้ลุกขึ้น "เกิดอะไรขึ้น ฟินน์? ใจเย็นๆ ก่อน" เอเลียสขมวดคิ้ว "ใจเย็นไม่ไหวแล้วโว้ย!" ฟินน์โวยวายเสียงเบาแต่สีหน้าจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "พวกเด็กปีหนึ่งกลุ่มที่ฝึกเวทธาตุดินด้วยกันเมื่อเช้า จู่ๆ ก็เกิดคลุ้มคลั่งขึ้นมากลางลานประลอง พวกเขาพยายามใช้เวทมนตร์โจมตีอาจารย์ผู้สอน แถมดวงตายยังเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ... แบบเดียวกับที่ฉันเคยเห็นในตำราต้องห้ามเลยนะเว้ย และที่แย่ที่สุดคือ..." ฟินน์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ดวงตาคมกริบมองสลับระหว่างเอเลียสและอาจารย์เซเลเน่ "...หนึ่งในนั้นคือน้องสาวของฉันเอง เอเลียส ตอนนี้เธอจำชื่อฉันไม่ได้ด้วยซ้ำ!" บรรยากาศในหอสมุดเวทมนตร์เย็นเยียบลงทันที ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัว เอเลียสกำหมัดแน่น ข้อมูลทั้งหมดในหัวเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว—การกัดกร่อนจิตวิญญาณ, รอยแยกมิติ, นักเรียนที่ถูกครอบงำ, และตอนนี้คือน้องสาวของฟินน์ เซเลเน่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แววตาของเธอดุจดั่งคมดาบที่พร้อมชักออกจากฝัก มือเรียวหยิบกุญแจเวทมนตร์โบราณออกจากอกเสื้อ ประกายแสงสีฟ้าครามสว่างวาบขึ้นรอบตัวเธอ "สถานการณ์เกินกว่าที่เราจะรับมือกันเองตามลำดับขั้นของโรงเรียนแล้ว" เซเลเน่เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เอเลียส, ฟินน์... ตามฉันมา เราต้องลงไปที่ห้องใต้ดินชั้นลึกที่สุดทันทีก่อนที่พิธีกรรมปลุกชีพของมันจะสมบูรณ์แบบ" เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่น เขาหันไปพยักหน้าให้ฟินน์ที่เป็นทั้งเพื่อนและสหายร่วมรบ ก่อนที่ทั้งสามจะก้าวเดินไปตามบันไดวนที่ทอดยาวลงสู่ความมืดเบื้องล่าง โดยไม่รู้เลยว่า... ที่ปลายทางของบันไดนั้น เงาดำนับร้อยคู่กำลังจ้องมองขึ้นมา พร้อมกับเสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังสะท้อนอยู่ในหัวของเอเลียสโดยตรง—*ยินดีต้อนรับสู่การสังเวยครั้งสุดท้าย... ผู้ถือครองแห่งแสงสว่าง* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนมาร่วมผจญภัยไปกับความลับอันดำมืดนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%