กลิ่นอายของกระดาษโบราณและน้ำหมึกเวทมนตร์คละคลุ้งอยู่ในความมืดมิด มีเพียงแสงสว่างเรืองรองจากปลายนิ้วของเอเลียสเท่านั้นที่ขับไล่ความเวิ้งว้างของชั้นหนังสือสูงตระหง่านในหอสมุดยามวิกาลให้ถอยร่นไปได้ชั่วขณะ หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นรัวระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เสียงกระซิบอันเย็นเยียบที่ดังก้องอยู่ในหัวเมื่อครู่ยังคงทิ้งไอความหนาวเหน็บไว้ตามแนวสันหลัง *ยินดีต้อนรับสู่การสังเวยครั้งสุดท้าย... ผู้ถือครองแห่งแสงสว่าง*
มันไม่ใช่ภาพหลอน และไม่ใช่กลลวงทางจิตวิทยา เวทมนตร์ตรวจสอบโครงสร้างธาตุแสงที่เขาฝึกฝนจนเชี่ยวชาญกำลังสั่นพ้องกับอักษรโบราณที่สลักอยู่บนพื้นหินใต้ฝ่าเท้า โครงสร้างเวทมนตร์สีครามเข้มข้นกำลังบิดตัวเป็นเกลียวราวกับงูยักษ์ที่รอคอยการตื่นจากการจำศีล
"อย่ามองลงไปตรงๆ ค่ะ เอเลียส"
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคยดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เซเลเน่ก้าวออกมาจากเงาของชั้นหนังสืออย่างเงียบเชเชียบ มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำสนิทแตะลงบนบ่าของเขาเบาๆ ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าช่วยดึงสติของเด็กหนุ่มให้หลุดพ้นจากวังวนแห่งเสียงกระซิบนั้นได้อย่างฉับพลัน
"อาจารย์เซเลเน่..." เอเลียสหายใจหอบถี่ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามกรอบหน้า "เมื่อกี้... พวกมันอยู่ใต้บันไดวนนั่น เสียงพวกมันเรียกชื่อฉันค่ะ"
บรรณารักษ์สาวไม่ได้ตอบทันที ดวงตาสีไพลินคู่สวยภายใต้กรอบแว่นโลหะกวาดมองลงไปยังเบื้องล่าง ที่ซึ่งความมืดกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของเงาดำนับร้อยคู่ เธอยกมือขึ้นสร้างม่านพลังเวทสีเงินยววงครอบคลุมบริเวณรอบตัวอย่างรวดเร็ว เพื่อตัดขาดคลื่นความคิดด้านลบที่พยายามแทรกซึมเข้ามาในจิตใจของลูกศิษย์
"จิตใต้สำนึกของพวกมันกำลังพยายามใช้ความกลัวของคุณเป็นสะพานเชื่อมค่ะ เอเลียส" เซเลเน่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความจริงจังที่หาได้ยาก "กฎข้อแรกของการเป็นผู้ถือครองธาตุแสงที่แท้จริง คือการตระหนักรู้ว่า... แสงสว่างที่เจิดจ้าที่สุด มักจะทอดเงาสلามลึกที่สุดเสมอ"
เอเลียสสูดหายใจเข้าลึกๆ เขาพยายามควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ดวงตาคมกวาดมองโครงสร้างเวทมนตร์รอบตัวด้วยเนตรแห่งแสงสว่าง ในมุมมองของเขา เวลานี้หอสมุดไม่ได้เป็นเพียงห้องเก็บหนังสืออีกต่อไป แต่เป็นกลไกเวทมนตร์ขนาดยักษ์ที่มี "วงจร" ซับซ้อนซ่อนอยู่ใต้ดิน
"โครงสร้างตรงนั้น..." เอเลียสชี้ปลายนิ้วไปยังจุดอับสายตาใต้บันไดวน ซึ่งเส้นใยเวทสีแดงเข้มกำลังพัวพันกันยุ่งเหยิง "มันไม่ใช่การผนึกเพื่อกักขังปีศาจค่ะอาจารย์ แต่มันคือ 'ประตู'... วงเวทย์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บางสิ่งจากฝั่งตรงข้ามสามารถส่งผ่านเจตจำนงมาได้"
เซเลเน่หันมามองเขาแวบหนึ่ง มุมปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก ซึ่งทำให้หัวใจของเอเลียสกระตุกวูบไปชั่วขณะ "เก่งมากค่ะ คุณสังเกตเห็นรอยต่อของชั้นวงเวทย์ชั้นที่สี่แล้วสินะคะ สมกับที่เป็นนักเรียนทุนพิเศษของฉัน"
คำชมเรียบๆ นั้นกลับทำให้ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เอเลียสรีบเบนสายตากลับไปที่กองหนังสือโบราณตรงหน้าเพื่อซ่อนความเขินอาย ถึงแม้สถานการณ์ตรงหน้าจะวิกฤตเพียงใด แต่การได้มายืนเคียงข้างอาจารย์สาวในพื้นที่เงียบสงบเช่นนี้ ก็สร้างความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดขึ้นในใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
"แล้วเราควรทำอย่างไรดีคะ? ฟินน์กำลังจัดการกับแนวป้องกันด้านนอกหอสมุดอยู่ แต่ถ้าปล่อยให้เงพวกนี้เจาะชั้นวงเวทย์ขึ้นมาได้ โรงเรียนเวทมนตร์ทั้งหลังคง..."
"เราจะไม่รอให้พวกมันเจาะขึ้นมาหรอกค่ะ" เซเลเน่ตัดบท น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นเด็ดขาด เธอขยับกายเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังของเอเลียสอย่างใกล้ชิด จนเด็กหนุ่มได้กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกลาเวนเดอร์และกระดาษเก่าผสมผสานกันอย่างลงตัว "ยื่นมือขวาของคุณออกมาค่ะ เอเลียส... ประสานมือกับฉัน"
เอเลียสชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย ฝ่ามืออุ่นของเขาประสานเข้ากับมือเรียวเย็นเฉียบของบรรณารักษ์สาว ทันทีที่ผิวสัมผัสกัน พลังเวทสีครามและแสงสว่างสีทองก็ระเบิดประกายเจิดจ้าออกมาพร้อมกัน เกิดเป็นปฏิกิริยาเรโซแนนซ์ที่ทรงพลังจนชั้นหนังสือรอบด้านสั่นสะเทือน
"หลับตาลง แล้วส่งจิตของคุณไปตามเส้นใยแสงที่ฉันนำทางนะคะ"
เสียงกระซิบข้างใบหูนั้นราวกับมีมนต์สะกด เอเลียสหลับตาลง ปล่อยให้สติสัมปชัญญะล่องลอยไปตามกระแสเวทที่เซเลเน่กำลังร้อยเรียง ในห้วงมิติแห่งจิต ความมืดมิดใต้บันไดวนถูกแผแผ่ขยายออกเป็นแผนผังโครงสร้างสามมิติที่ซับซ้อน เขามองเห็นจุดอ่อนของวงเวทย์ทมิฬนั้นได้อย่างชัดเจน—จุดศูนย์กลางที่เป็นหัวใจของรอยแยก ซึ่งหากทำลายจุดนั้นลง ประตูเชื่อมมิติก็จะปิดตายทันที
"เจอแล้วค่ะ!" เอเลียสลืมตาโพรงขึ้นพร้อมกับประกายแสงสว่างที่ลุกโชนในดวงตา "ตรงจุดตัดของเสาศิลาต้นที่สาม... มีอักขระต้องห้ามฝังอยู่"
"เยี่ยมมากค่ะ" เซเลเน่กระชับมือที่ประสานกันแน่นขึ้น "พร้อมนะคะ? เราจะใช้การผสานเวทขั้นสูง 'ประกายแสงพิสุทธิ์' เพื่อชำระล้างมันพร้อมกันในจังหวะที่สาม"
"พร้อมค่ะ!"
"หนึ่ง... สอง..."
ในเสี้ยววินาทีที่เซเลเน่กำลังจะเอ่ยคำว่าสาม ทันใดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็เย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด เงาดำนับร้อยคู่ที่เคยส่งเสียงกรีดร้องอยู่เบื้องล่างกลับเงียบเสียงลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงคู่หนึ่งกำลังดังขึ้นจากบันไดวนขั้นที่ลึกที่สุด—ไม่ใช่เสียงของสัตว์ประหลาดเงา แต่เป็นเสียงรองเท้าหนังที่กระทบกับพื้นหินอย่างเป็นจังหวะ ราวกับมีแขกผู้ไม่ได้รับเชิญกำลังเดินขึ้นมาหาพวกเขาอย่างใจเย็น
เอเลียสและเซเลเน่ชะงักค้าง ร่างของอาจารย์สาวดึงเอเลียสให้ถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีไพลินหรี่ลงด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
เงาร่างหนึ่งก้าวพ้นขอบบันไดขึ้นมาภายใต้แสงสลัว ร่างนั้นสวมชุดคลุมนักบวชสีขาวบริสุทธิ์ตัดกับความมืดมิดของหอสมุด แต่น่าแปลกที่ใบหน้าใต้ฮู้ดกลับถูกปกคลุมด้วยความมืดสนิท มองไม่เห็นสิ่งใดนอกจากรอยยิ้มเหยียดยาวที่ฉีกกว้างจนถึงใบหู
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง..." เสียงแหบพร่าราวกับเสียงกระซองกระซ๋องดังขึ้นจากร่างปริศนา "อาจารย์กับลูกศิษย์... ร่วมมือกันปกป้องความลับที่โรงเน่าเฟะแห่งนี้พยายามซ่อนไว้..."
ร่างนั้นค่อยๆ ยกมือขึ้น เผยให้เห็นลูกแก้วเวทสีดำสนิทที่กำลังหมุนวนอยู่ในฝ่ามือ และทันทีที่ลูกแก้วนั้นส่องแสงประหลาด หน้าจอสีฟ้าใสของระบบภารกิจที่เอเลียสคุ้นเคยก็เด้งขึ้นมาตรงหน้าโดยไม่ทันตั้งตัว—ไม่ใช่หน้าจอแจ้งเตือนปกติ แต่มันคือตัวหนังสือสีแดงเลือดที่กะพริบรัวระรัวด้วยข้อความเตือนภัยระดับสูงสุด
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบตัวตนระดับภัยพิบัติ 'ผู้สูญพันธุ์แห่งยุคโบราณ']
[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: บอสลับ 'นักบวชแห่งความมืด' ปลดผนึกสมบูรณ์ก่อนกำหนด]
[คำเตือนจากระบบ: โครงสร้างเวทมนตร์ทั้งหมดในหอสมุดกำลังถูกยึดครอง... ท่านเหลือเวลาอีก 180 วินาที ก่อนที่วิญญาณของท่านจะถูกผนึกถาวร!]
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ เซเลสเทียละอองเวท
เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน•ตอนที่ 14
จังหวะหัวใจในห้องเงียบ
ผลงานโดย เซเลสเทียละอองเวท
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซเลสเทียละอองเวท)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เวทมนตร์สีครามกับความลับใต้บันไดวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!