เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่เคยดังก้องอยู่ในห้องโถบจัดเลี้ยงหรูหรา บัดนี้ถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงันชนิดที่ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจอันติดขัดของแขกเหรื่อหลายชีวิต
หน้าจอโฮโลแกรมสีครามขนาดมหักษฎ์ที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศยังคงเปล่งประกายแสงสีทองระยิบระยับ ตัวเลขห้าพันล้านบาทถ้วนที่ปรากฏหราอยู่เบื้องหลัง ไม่ได้เป็นเพียงแค่ตัวเลขทางบัญชี แต่มันคือค้อนเพชรยักษ์ที่ทุบลงกลางความเย่อหยิ่งจองหองของตระกูลใหญ่จนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี
ธันวายืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้ฉายแววแห่งความยินดีปรีดาอย่างที่ควรจะเป็น มันมีเพียงความว่างเปล่าเย็นเยียบราวกับเทพเจ้าที่กำลังทอดพระเนตรมดปลวกกำลังดิ้นรน
"เป็นไปไม่ได้..."
เสียงนั้นเล็ดลอดออกมาจากลำคอของชัยชนะ ทายาทผู้เพียบพร้อมที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของผู้อื่นมานับครั้งไม่ถ้วน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาบิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ ดวงตาเบิกโพ้งจนเส้นเลือดฝอยแตกซ่าน เข่าทั้งสองข้างสั่นระริกราวกับสูญเสียกระดูกสันหลังไปชั่วขณะ
รินรดากำชายเสื้อของธันวาแน่น ดวงตากลมโตมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโล่งใจที่ม่านหมอกแห่งความกดดันมลายหายไป และความตื้นตันที่เอ่อล้นจนจุกอก เธอจำวันที่พวกเขาทานมาม่าคัพประทังชีวิตในห้องเช่าแคบๆ ได้ดี วันที่ชัยชนะโยกย้ายเงินหลักแสนเพื่อกลั่นแกล้งให้พวกเขาต้องหมดหนทาง แต่วันนี้... ผู้ชายคนเดิมที่เธอยอมเอาชีวิตเข้าแลกเคียงข้าง ได้พลิกกระดานด้วยวงเงินห้าพันล้านบาทในพริบตาเดียว
"แก... แกมันแค่ไอ้เซลล์กระจอก! แกใช้เส้นสายอะไร โกงระบบงั้นเหรอ!" ชัยชนะแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความคลุ้มคลั่ง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้เขาพยายามปฏิเสธความจริงอันโหดร้ายนี้ เขาก้าวเท้าถอยหลังชนกับเสาหินอ่อนอิตาลีอย่างหมดท่า
ธันวาค่อยๆ ก้าวเดินไปข้างหน้า ฝ่าเท้ากระทบกับพื้นหินขัดเกิดเสียงก้องกังวาน ทุกย่างก้าวที่เขยิบเข้าใกล้ เปรียบเสมือนแรงโน้มถ่วงมหาศาลที่กดทับร่างของชัยชนะให้ทรุดฮวบลงเรื่อยๆ
"โกงงั้นหรือครับ ชัยชนะ" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นุ่มลึกและทรงพลังจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ "คำว่า 'โกง' มักจะใช้โดยคนที่ไม่มีปัญญาจะชนะด้วยกติกาปกติ... แต่สำหรับคุณ มันคือคำแก้ตัวของคนแพ้ที่กำลังจะสูญสิ้นทุกสิ่งต่างหาก"
"แก... แกต้องการอะไร! เงินห้าพันล้านนั่น ฉันยอมคืนให้! หุ้นทั้งหมดของบริษัทตระกูลฉัน ฉันยกให้แกครึ่งหนึ่งเลย เอาไหม!" ชัยชนะหมดสิ้นฟอร์มคุณชายผู้สูงศักดิ์ เขาตัดสินใจทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มี พุ่งตัวลงไปคุกเข่าแทบเท้าของธันวา มือทั้งสองข้างพยายามคว้าชายกางเกงสูทราคาแพงของอีกฝ่ายไว้ น้ำตากลบตาด้วยความหวาดกลัวต่อจุดจบที่กำลังคืบคลานเข้ามา
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง บรรดานักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่เคยยืนล้อมวงเลียแข้งเลียขาชัยชนะ ต่างพากันก้าวถอยหลังทีละก้าว สูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าไฟบรรลัยกัลป์นี้จะลามมาถึงตัวพวกเขาด้วย
ธันวาก้มมองชายหนุ่มผู้กำลังคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่เบื้องล่าง แววตาของเขาไม่มีความสงสารหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย มันคือสายตาเดียวกับที่มนุษย์ใช้มองเศษฝุ่นผงบนรองเท้า
"จำวันที่คุณเหยียบย่ำรินรดาได้ไหมครับ ชัยชนะ" ธันวาเอ่ยเบาๆ แต่กลับดังชัดเจนในโสตประสาทของทุกคนในห้อง "วันนั้น... เธอก็เคยคุกเข่าขอร้องคุณแบบนี้เหมือนกัน"
ชัยชนะสะف้านเฮือก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อปีก่อนที่เขาเคยหัวเราะเยาะขณะสาดกาแฟใส่หน้ารินรดาเพียงเพราะเธอเดินชนเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
"ผม... ผมขอโทษ... ได้โปรด..." ชัยชนะสะอื้นไห้ ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"คำขอโทษมีค่ามากที่สุดก็ต่อเมื่อมันถูกใช้ในเวลาที่ควรใช้... แต่วันนี้ สายไปแล้วครับ"
ธันวาโบกมือเบาๆ หน้าจอโฮโลแกรมพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังขึ้นในโสตประสาทของธันวาคนเดียว
[ระบบตรวจพบการล้มละลายอย่างสมบูรณ์แบบของเป้าหมาย: ชัยชนะ โชติวณิชย์]
[ดำเนินการยึดทรัพย์สินทั้งหมด โอนสิทธิ์การถือครองเข้าสู่บัญชีของธันวาเสร็จสิ้น]
ในเสี้ยววินาทีนั้น โทรศัพท์มือถือนับสิบเครื่องของบรรดากรรมการบริษัทตระกูลชัยชนะต่างส่งเสียงกรีดร้องเตือนภัยพร้อมกัน ข่าวสารการประกาศล้มละลายฉุกเฉินและการถูกอายัดบัญชีทั้งหมดกระจายไปทั่วตลาดหุ้นในเวลาไม่ถึงสามวินาที
ชัยชนะทรุดฮวบลงไปนอนราบกับพื้นห้อง ดวงตาเหม่อลอยไร้ประกายชีวิต ราวกับวิญญาณได้หลุดออกจากร่างไปเสียแล้ว เสียงกรีดร้องในลำคอของเขาดังอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ กลายเป็นภาพสะท้อนที่น่าเวทนาที่สุดของตระกูลผู้ดีเก่า
รินรดากำมือของธันวาแน่นขึ้นอีกนิด อบอุ่นและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน เธอมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เธอรักด้วยความภาคภูมิใจที่อัดแน่นจนล้นปรี่
ธันวาหันหลังกลับมาโอบไหล่บางของหญิงสาวไว้เบื้องกาย เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโถงที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะมุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุขสำราญ แต่มันคือรอยยิ้มของเกมเมอร์ผู้เคลียร์เกมระดับยากที่สุดได้สำเร็จ
ทว่า ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะสงบลง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูบานใหญ่ พร้อมกับเสียงเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่ตีวงบินวนต่ำลงจอดบนดาดฟ้าตึกอย่างกะทันหัน
ประตูบานคู่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างสูงใหญ่ของชายวัยกลางคนในชุดสูททหารเต็มยศ ปักตราสัญลักษณ์ลึกลับที่ไม่มีใครในห้องนี้กล้าแม้แต่จะจ้องมอง ก้าวเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ
"นายท่านธันวาครับ..." ชายในชุดทหารโค้งคำนับให้อย่างนอบน้อมที่สุด ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเคร่งเครียด "เกิดเหตุฉุกเฉินระดับโกลาหลที่เขตศูนย์กลางจักรวาล... ทางนั้นส่ง 'ผู้บัญชาการเงา' ลงมาแทรกแซงแล้วครับ!"
ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ขณะที่หน้าจอโฮโลแกรมตรงหน้าเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท และข้อความเตือนภัยสีเลือดสดใสก็เด้งขึ้นมาขวางกั้นทุกสิ่ง
[คำเตือน: ตรวจพบภัยคุกคามระดับพระกาฬจากนอกระบบ - ปลดล็อกวงเงินพิเศษ: อินฟินิตี้ (Infinity)]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
--- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 28
เสียงกรีดร้องของผู้แพ้
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!