"ถ้าแกคิดว่าเงินสิบล้านจะซื้อศักดิ์ศรีของตระกูลชัยวัฒน์ได้ แกก็คงตาบอดสนิทแล้วล่ะธันวา... ไอ้เศษสวะที่วันๆ ดีแต่เกาะผู้หญิงกิน!"
เสียงหัวร่อต่อกระซิกของกลุ่มคนนับร้อยในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางมหานครเงียบกริบลงในเสี้ยววินาที เมื่อประโยคดูถูกเหยียดหยามจากปากของ 'ชัยชนะ' ทายาทมหาเศรษฐีพันล้านดังสะท้อนก้องผ่านไมโครโฟนไร้สาย ชัยชนะยืนกอดอกด้วยท่าทีเย่อหยิ่ง รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าของเขาฉาบไว้ด้วยความสะใจที่ได้เหยียบย่ำอดีตเซลล์แมนผู้เคยคุกเข่าอ้อนวอนขอคอมมิชชั่นจากเขาเมื่อปีก่อน
รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยไฮโซ นักธุรกิจระดับแถวหน้า และบรรดาเซเลบชื่อดังที่ต่างพากันจับจ้องมาที่ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทเรียบง่าย
ธันวาไม่ได้ตอบโต้อะไรในทันที เขายังคงยืนนิ่งสงบ มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋าเสื้อสูท สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของแต่ละคนที่เคยหัวเราะเยาะเขา ในอดีต... ร่างกายของเขาเคยสั่นเทาด้วยความคับแค้นใจ น้ำตาของผู้ชายที่ไร้อำนาจและไร้เงินทองเคยไหลรินในมุมมืดของห้องเช่าแคบๆ แต่ในวันนี้ ทุกหยาดหยดของความเจ็บปวดเหล่านั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิงอันร้อนแรงภายใต้การควบคุมของ 'ระบบผู้กล้า' ที่ปลุกให้เขากลายเป็นผู้กุมชะตากรรมของทุกชีวิตในที่นี้
ข้างกายของธันวา รินรดากำลังยืนเคียงข้างด้วยมือที่สั่นน้อยๆ เธอไม่ได้สวมชุดราตรีราคาแพงระยับเหมือนหญิงสาวคนอื่นๆ ในงาน แต่ชุดเรียบง่ายที่เธอเลือกใส่กลับเปล่งประกายความงงงันและมั่น
คงยิ่งกว่าเพชรเม็ดใดในห้องนี้ รินรดาเงยหน้าขึ้นมองคนรัก สายตาของเธอบ่งบอกถึงความเชื่อใจอย่าง
Eอดทน เธอผ่านความยากลำบากมากับธันวาตั้งแต่วันที่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประทังชีวิต และในวินาทีที่พายุลูกใหญ่ที่สุดกำลังโหมกระหน่ำ เธอก็ยังคงเลือกที่จะยืนอยู่ตรงนี้... เคียงข้างผู้ชายของเธอ
"ชัยชนะครับ..." ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนทนา นุ่มนวล แต่กลับทรงพลังจนทำให้บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบลงทันที "นายเคยสงสัยไหม ว่าทำไมช่วงสามเดือนที่ผ่านมา หุ้นของบริษัทชัยวัฒน์กรุ๊ปถึงร่วงหล่นลงมาอย่างต่อเนื่องจนเกือบจะละลายหายไปในอากาศ?"
ชัยชนะขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาดังลั่นเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก "ฮ่าๆๆ! อย่ามาเปลี่ยนเรื่องหน่อยเลยไอ้ธันวา แกคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้ามาพูดเรื่องธุรกิจมหภาค? แกมันก็แค่ไอ้กระจอกที่โชคดีถูกหวยหรือไปหลอกเงินใครมาสักก้อนเท่านั้นแหละ!"
"โชคดีงั้นเหรอ?" ธันวายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้คนที่มองเห็นรู้สึกเสียวสันหลังวาบราวกับยืนอยู่ปากเหวหน้าผา "นายคิดว่าเงินทุนปริศนาที่เข้ามาช้อนซื้อหุ้นของบริษัทนายทีละนิดจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ เป็นฝีมือของใครกันล่ะ?"
สิ้นคำพูดนั้น หน้าจอ LED ขนาดยักษ์ด้านหลังเวทีก็เกิดอาการกระพริบวูบวาบ ระบบรักษาความปลอดภัยของงานถูกแทนที่ด้วยรหัสผ่านระดับสูงสุดในพริบตา โลโก้ของ 'โอเวอร์ลอร์ด กรุ๊ป' บริษัทโฮลดิ้งลึกลับที่กว้านซื้อกิจการมูลค่าแสนล้านภายในเวลาเพียงเจ็ดวัน ปรากฏขึ้นหราพร้อมกับเอกสารสิทธิ์การถือครองหุ้น 51% ของตระกูลชัยวัฒน์
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องจัดเลี้ยงอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักหน่วงเสียยิ่งกว่าเดิม ทุกสายตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถล่นออกจากเบ้า เสียงลมหายใจสะดุดติดอยู่ที่ลำคอของทุกคน บรรดาผู้ทรงอิทธิพลที่เคยยืนล้อมวงเยาะเย้ยธันวาต่างพากันก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
"เป็นไปไม่ได้..." ชัยชนะพึมพำ ใบหน้าที่เคยหยิ่งยโสซีดเผือดราวกับกระดาษ สีเลือดหายวับไปจากริมฝีปาก มือของเขาสั่นเทาราวกับคนเป็นโรคพาร์กินสัน "แก... แกคือ... เศรษฐีลึกลับคนนั้น... คนที่กว้านซื้อทุกอย่างของตระกูลฉันงั้นเหรอ?"
ธันวาก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นหินอ่อนดังสะท้อนก้อง กลิ่นอายของอำนาจและเงินตราแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนทำให้คนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง รินรดาก้าวตามเขามาติดๆ สายตาของเธอที่มองชัยชนะไม่ได้มีความสะใจอยู่เลย มันมีแต่ความว่างเปล่า... ความว่างเปล่าของคนที่มองเห็นความโง่เขลาของอีกฝ่ายจนหมดสิ้นความสนใจ
"จำวันที่ฉันเคยไปเสนองานให้นายฟังได้ไหมชัยชนะ?" ธันวาหยุดยืนห่างจากชัยชนะเพียงก้าวเดียว เขาก้มลงมองชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียบย่ำเขาด้วยสายตาที่สูงส่งกว่า "วันนั้น นายโยนเอกสารใส่หน้าฉันแล้วบอกว่า 'คนอย่างแก ต่อให้พยายามอีกสชาติหนึ่งก็ไม่มีทางเทียบชั้นกับฉันได้' ...นายยังจำคำพูดนั้นได้อยู่ไหม?"
ชัยชนะทรุดเข่าลงไปกองกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่สั่งสมมาพังทลายลงในพริบตา เมื่อเขาตระหนักได้ว่า ชายหนุ่มผู้ต่ำต้อยที่เขาเคยเหยียบย่ำ บัดนี้ได้กลายเป็นเจ้าชีวิตที่สามารถบันดาลให้ตระกูลของเขาล่มสลายกลายเป็นยาจกได้ด้วยการกระดิกนิ้วเพียงครั้งเดียว
"พะ... พี่ธันวา... ธันวาครับ ผม... ผมขอโทษ ผมตาบอดเอง..." ชัยชนะคลานเข้าไปหา พร้อมกับพยายามจะควชายกางเกงของธันวาไว้ แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนเข้ามากันเอาไว้เสียก่อน
ธันวาก้มมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ไร้ความปรานี อำนาจในมือของระบบผู้กล้าไม่ได้มีไว้เพื่อให้เขากลายเป็นคนใจบุญ แต่มีไว้เพื่อล้างบางความเน่าเฟะของสังคมที่ตัดสินคนจากเปลือกนอกต่างหาก
ทว่า... ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะจบลงด้วยชัยชนะอันเบ็ดเสร็จ ทันใดนั้นเอง หน้าจอ LED ด้านหลังก็เปลี่ยนภาพอีกครั้งอย่างไร้การควบคุม ข้อความตัวอักษรสีแดงฉานสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนระบบที่ดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของธันวาเพียงคนเดียว
[แจ้งเตือนฉุกเฉินจากระบบ: ตรวจพบการเข้าถึงเครือข่ายภายนอกโดยบุคคลที่ไม่ระบุตัวตน เป้าหมายไม่ได้มีแค่ชัยชนะ... แต่เป็น 'เธอคนนั้น']
ธันวาชะงักกึก หัวใจกระตุกวูบอย่างแรง ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นพล่านจากสันหลังขึ้นสู่สมอง เขาหันขวากับไปมองรินรดาที่ยืนอยู่ข้างกายทันที ทว่า... ร่างของหญิงสาวกลับไม่ได้ยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว!
แทนที่จะเป็นรินรดา ตรงจุดนั้นกลับมีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กวางอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับเสียงหัวነบปริศนาดังมาจากลำโพงทั่วห้องจัดเลี้ยง
"สวัสดีครับ คุณธันวา... หรือควรจะเรียกว่า 'ท่านประธาน' ดีล่ะ? แฟนสาวของคุณดูท่าทางจะน่ารักมากนะ น่าเสียดาย... ที่เธอเลือกเดินขึ้นเฮลิคอปเตอร์ลำที่จอดรออยู่บนดาดฟ้าไปเสียก่อนแล้ว..."
ธันวาเบิกตากว้าง ความโกรธเกรี้ยวระดับมหันต์ระเบิดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ เขาควักสมาร์ทโฟนออกมาด้วยมือที่สั่นเทา หน้าจอปรากฏภาพถ่ายสดจากดาดฟ้าตึก รินรดากำลังถูกชายชุดดำกลุ่มหนึ่งบังคับให้ก้าวขึ้นไปบนยานพาหนะ ท่ามกลางสายลมแรงที่พัดกระโชกเส้นผมของเธอปลิวไสว
ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสองข้างแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะ ร่างกายแผ่รังสีอำมหิตที่ทำให้ทุกคนในห้องต้องหมอบกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว
...ใครหน้าไหนก็ตามที่กล้าแตะต้องร่องรอยแห่งความสุขเดียวของเขา มันจะต้องชดใช้ด้วยเลือดและลมหายใจทั้งหมดของมัน!
นิ้วมือของธันวากดลงบนหน้าจอระบบเพื่อปลดล็อก 'สิทธิ์ขาดขั้นสูงสุด' และโอนเงินหนึ่งหมื่นล้านเข้าบัญชีฉุกเฉินเพื่อเปิดใช้งานโหมดทำลายล้างทันที—
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 29
ความจริงเปิดเผย
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!