“บอกฉันมา... ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง!”
เสียงตะคอกที่เจือสะอื้นของรินรดาดังก้องไปทั่วห้องโถงกว้าง แสงไฟนีออนจากตึกสูงระฟ้าภายนอกสาดส่องเข้ามาผ่านกระจกใส เผยให้เห็นใบหน้าอันซีดเผือดและดวงตาที่แดงก่ำจากการร้องไห้ ร่างบางในชุดทำงานสั่นเทเทาจนแทบประคองตัวเองไว้ไม่อยู่ เอกสารรายงานอาการป่วยของคุณพ่อจากโรงพยาบาลหลุดร่วงจากมือ ลอยเคว้งคว้างลงสู่พื้นพรมราคาแพงทีละแผ่น ช้าๆ ราวกับเวลาถูกยืดออกด้วยความสิ้นหวัง
ธันวาก้าวเข้าไปประชดประชันความอ่อนแอเบื้องหน้าด้วยความนิ่งสงบ เขารวบร่างที่ไร้เรี่ยวแรงนั้นเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นและมั่นคง ฝ่ามือใหญ่ลูบกลุ่มผมนุ่มของหญิงสาวอย่างแผ่วเบาเพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและความเชื่อมั่น สัมผัสจากไอร่างของเขาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนมีที่พึ่งสุดท้ายในโลกที่กำลังถล่มทลายลงมา
“ใจเย็นๆ ก่อนครับริน... คุณพ่อจะต้องไม่เป็นไร” น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นของธันวาเอ่ยขึ้นข้างใบหูของเธอ มันไม่ใช่คำปลอบใจแบบลมๆ แล้งๆ แต่เป็นน้ำเสียงของผู้ที่กำลังกุมชะตากรรมของคนทั้งโลกไว้ในกำมือ
ดวงตาคมกริบของธันวาไม่ได้ฉายแววตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับลุกโชนด้วยประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากอินเทอร์เฟซของ ‘ระบบผู้กล้า’ ที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด หน้าต่างโปร่งใสแสดงข้อมูลเรียลไทม์ของการเคลื่อน1ไหวทางการเงินและพิกัด GPS ของกลุ่มคนที่บังอาจลักพาตัวพ่อตาของเขาไป
*เป้าหมาย: ตระกูลชัยชนะ*
*สถานะ: กำลังเล่นเกมสงครามประสาทครั้งสุดท้าย*
*แผนปฏิบัติการ: ถอนรากถอนโคนอาณาจักรธุรกิจใน 60 นาที*
ธันวาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาด้วยมือข้างเดียว กดเปิดสปีดไดรฟ์ไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในตลาดหลักทรัพย์ ปลายสายรับในทันทีโดยไม่ต้องรอให้เสียงสัญญาณดังขึ้นครั้งที่สอง
“จัดการตามแผนที่ผมสั่งซื้อไว้หรือยังครับท่านประธานกิตติมศักดิ์?” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่ทรงอำนาจจนคนฟังปลายสายถึงกับกลืนน้ำลาย
[“ทุกอย่างพร้อมแล้วครับท่านธันวา หุ้นของตระกูลชัยชนะถูกเทขายอย่างไร้แรงรับตั้งแต่ตลาดเปิดภาคบ่าย คำสั่งซื้อบล็อกใหญ่ห้าสิบล้านหุ้นถูกกวาดเรียบด้วยเงินสดสำรองไม่จำกัดจากกองทุนลับของคุณ ตอนนี้บอร์ดบริหารของพวกมันกำลังสติแตกและโทรศัพท์หาผมให้วุ่นครับ”] เสียงปลายสายรายงานด้วยความตื่นเต้นและหวาดเกรงในเวลาเดียวกัน
“ดีมาก... ทำให้พวกมันเห็นว่า อำนาจที่แท้จริงไม่ใช่การมีนามสกุลเก่าแก่ แต่คือการมีเงินสดที่สามารถซื้อลมหายใจของพวกมันได้ทั้งตระกูล”
ธันวากดวางสายทันทีโดยไม่รอฟังคำเยินยอ เขาก้มลงมองรินรดาที่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย รินรดารู้จักธันวาดีในฐานะอดีตเซลล์แมนผู้ซื่อสัตย์และยากลำบาก แต่ในวินาทีนี้... ผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอกลับแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมา ราวกับมหาเศรษฐีผู้กุมกลไกเศรษฐกิจโลกไว้ในกำมือ
“ธันวา... เมื่อครู่คุณคุยกับใครคะ... เอ๊ย... กับใครครับ?” รินรดาเผลอหลุดปากใช้คำพูดเดิมด้วยความตกใจ แต่ธันวาเพียงแค่ส่งยิ้มบางๆ ให้ รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ทำให้หัวใจของเธอสงบลงอย่างประหลาด
“ไปกันเถอะครับริน... เราจะไปรับคุณพ่อกลับบ้าน พร้อมกับไปชมการแสดงชุดใหญ่... การล่มสลายของตระกูลชัยชนะ”
ณ ใจกลางย่านธุรกิจยักษ์ใหญ่ อาคารสำนักงานใหญ่สูงห้าสิบชั้นของ ‘ชัยชนะ กรุ๊ป’ กำลังตกอยู่ในความโกลาหลขั้นสุดยอด เสียงโทรศัพท์ดังระเบิดระเบ้อราวกับเสียงประทัดในเทศกาลแห่งความตาย จอแสดงผลราคาแพงในห้องประชุมใหญ่กำลังกะพริบเป็นสีแดงฉาน กราฟราคาหุ้นดิ่งลงเหวแบบไร้ก้นบึ้งจากราคาร้อยบาทเศษ สู่ระดับเศษกระดาษที่ไม่ถึงสิบบาทภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
เปรี้ยง!
ประตูห้องประชุมหรูถูกผลักเปิดออกอย่างแรง ชัยชนะ ทายาทหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและถือดีในชาติกำเนิด ก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าบิดเบี้ยว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความคลุ้มคลั่ง เสื้อสูทแบรนด์เนมยับยู่ยี่เพราะแรงกระชากจากการวิ่งวุ่นแก้ปัญหา
“เกิดอะไรขึ้นวะ! ใครเป็นคนทุ่มตลาดขายหุ้นของเรา! ตรวจสอบเส้นทางการเงินสิ!” ชัยชนะตบโต๊ะประชุมเสียงดังลั่นจนบอร์ดบริหารสูงวัยสะดุ้งโหยง
ผู้บริหารฝ่ายการเงินหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ยกมือสั่นเทาขึ้นเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “ทะ...ท่านประธานครับ มันสายเกินไปแล้ว... มีกลุ่มทุนปริศนาใช้วงเงินสดมหาศาล กวาดซื้อหุ้นสามัญทั้งหมดที่ถูกเทขายออกไปในรวดเดียว ตอนนี้พวกมันถือหุ้นเกินเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ... พวกเรา... พวกเราถูกเทคโอเวอร์แล้ว!”
“ว่ายังไงนะ?!” ชัยชนะถอยหลังกรูด ใบหน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย “บริษัทของตระกูลเรา... สร้างมาสามสิบปี จะถูกฮุบภายในเวลาชั่วโมงเดียวได้อย่างไร! ใครเป็นเจ้าของกองทุนนั้น! สืบชื่อมันมาสิ!”
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่หน้าห้องประชุมดังขึ้น ภาพบนจอถูกแทนที่ด้วยโลโก้สีดำสนิท ประดับด้วยสัญลักษณ์ตัวอักษร ‘T’ ทองคำสะท้อนแสงไฟ ประตูลิฟต์ส่วนตัวที่เชื่อมตรงจากชั้นบนสุดเปิดออก พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปอย่างประณีต ก้าวเดินเข้ามาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและเยือกเย็น ด้านข้างมีรินรดายืนเคียงข้างด้วยความสง่างาม
ธันวา...
ชัยชนะอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบทะลุกระบอกตา สมองของเขาหยุดทำงานไปชั่วขณะ ภาพของอดีตเซลล์แมนผู้ต่ำต้อยที่เคยถูกเขาเหยียบย่ำและสาดกาแฟใส่หน้าเมื่อหลายเดือนก่อน กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าในฐานะ ‘เจ้าของใหม่’ ผู้กุมอำนาจสูงสุดของอาณาจักรชัยชนะ
“วะ...ว่าไงนะ แก... แกมันไอ้ธันวา! แกเอาเงินที่ไหนมาซื้อบริษัทฉัน! เป็นไปไม่ได้!” ชัยชนะกรีดร้องออกมาด้วยความสติหลุด พยายามจะพุ่งตัวเข้าไปทำร้าย แต่ถูกบอดี้การ์ดร่างยักษ์สองคนล็อกตัวกดลงกับพื้นอย่างไร้ทางสู้
ธันวาก้าวเข้าไปยืนหยุดอยู่ตรงหน้าชัยชนะที่กำลังนอนหมอบอยู่แทบเท้า สายตาทอดมองลงมาด้วยความเวทนาและเหยียดหยันในเวลาเดียวกัน เขานั่งยองๆ ลงให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับคู่ปรับเก่า ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น
“โลกใบนี้มันแคบกว่าที่คุณคิดนะครับคุณชัยชนะ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “วันที่คุณเหยียบย่ำคนอื่น คุณคงไม่คิดสินะครับว่า วันหนึ่ง... ลมใต้ปีกของคุณจะถูกถอนออกจนหมด และบริษัทที่คุณภาคภูมิใจนักหนา จะกลายเป็นเพียงเศษกระดาษในมือของคนที่คุณเคยเรียกว่า ‘ขยะ’”
“แก... แกมันปีศาจ! ปล่อยฉันนะเว้ย!” ชัยชนะดิ้นรนสุดชีวิต น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลอาบแก้ม เมื่อตระหนักได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ตระกูลของเขาสั่งสมมา ได้พังทลายลงในชั่วพริบตาด้วยน้ำมือของผู้ชายคนนี้
ธันวาไม่สนใจเสียงโหยหวนนั้น เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่ปลายแขนเสื้อเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพยักให้กับบอดี้การ์ดที่ยืนคุมเชิงอยู่
“พาตัวคุณพ่อของคุณรินรดาออกมาได้”
สิ้นคำสั่ง ประตูห้องประชุมด้านข้างก็เปิดออก ร่างของคุณพ่อของรินรดาเดินออกมาด้วยสีหน้าปกติ แม้จะมีร่องรอยความตกใจจากการถูกพาตัวไปชั่วคราว แต่ก็ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน รินรดารีบวิ่งเข้าไปโผกอดผู้เป็นพ่อด้วยความดีใจ น้ำตาแห่งความโล่งอกไหลพรั่งพรูออกมาอีกครั้ง
ชัยชนะที่ถูกกดตัวอยู่กับพื้นเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แผนการลักพาตัวเพื่อใช้เป็นตัวต่อรองพังทลายลงตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่ม เพราะธันวารู้ทันและเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้ได้ทั้งหมดก่อนที่เกมจะเริ่มเสียด้วยซ้ำ
ธันวาหันกลับมามองชัยชนะเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มอันทรงพลังปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย เขาสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำขอบทองอร่ามที่ไม่มีแถบแม่เหล็กหรือชื่อธนาคารใดๆ ออกมาถือไว้ในมือ
บรรยากาศในห้องประชุมตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกสายตาจับจ้องไปยังบัตรลึกลับใบนั้น ธันวายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องหยุดหายใจ
“เกมจบแล้วครับ... และเพื่อเป็นการฉลองชัยชนะในวันนี้ ผมขอรูดซื้อตึกนี้ทั้งหมด... เพื่อทุบทิ้งสร้างเป็นสวนสาธารณะ”
นิ้วเรียวยาวกดแตะลงบนเครื่องรูดบัตรพกพาที่เลขาฯ นำมาถวายอย่างรวดเร็ว
ตี๊ด—!
แสงไฟสีเขียวสว่างวาบขึ้น พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่ดังชัดเจนก้องไปทั่วห้องประชุม...
[อนุมัติวงเงินจำนวน 5,000,000,000 บาท: ทำรายการสำเร็จ]
----------------------------------------
(ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับผมครับ - โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 27
การล่มสลายของตระกูลชัยชนะ
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!