"ถ้าไร้ปัญญาหาเงินได้มากกว่าเศษเงินที่ฉันโยนให้ ก็ไสหัวออกไปจากชีวิตลูกสาวฉันซะ! อย่าลืมนะว่าแกมันก็แค่ไอ้ขยะไร้ค่าที่เกาะลูกสาวฉันกินไปวันๆ!"
เสียงกรีดแหลมสูงของ ‘คุณหญิงมณีรัตน์’ แม่ยายผู้ให้กำเนิดรินรดา ยังคงก้องกังวานบาดลึกอยู่ในโสตประสาท แม้ว่าประโยคดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นจะถูกพ่นออกมาเมื่อสามเดือนก่อน ในวันที่ธันวาและรินรดาต้องเดินคอตกออกจากคฤหาสน์หรูใจกลางย่านเศรษฐกิจด้วยสภาพกระเป๋าแบนแฟนทิ้ง ทว่าในยามนี้ บรรยากาศรอบตัวของธันวากลับเปลี่ยนไปราวฟ้ากับเหว แรงกดดันจากทักษะใหม่ระดับ ‘โอเวอร์ลอร์ด’ ที่เพิ่งปลุกพลังสำเร็จในห้องเย็นเมื่อครู่ ยังคงแผ่ไอความร้อนระอุออกมาจากร่างจนอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่น ร่างสูงโปรดในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเดินอย่างมั่นคง บนใบหน้าคมคายปรากฏรอยยิ้มเย็นเยียบที่สะท้อนความเหนือชั้น
รินรดากุมมือของเขาไว้แน่น ฝ่ามือเรียวบางนั้นเย็นเฉียบด้วยความประหม่าและกังวลใจ เธอมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย ตั้งแต่วันที่พวกเขามีเพียงมาม่าคัพประทังชีวิตในห้องเช่ารูหนู จนถึงวินาทีนี้ เธอก็ไม่เคยปล่อยมือจากเขาเลยแม้แต่วินาทีเดียว
"ธันวาคะ... เรา... เรามาที่นี่ทำไมกันคะ?" เสียงหวานเอ่ยถามด้วยความไม่มั่นใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นมองสถาปัตยกรรมตรงหน้า—‘แกรนด์ โอเรียนทัล เรสซิเดนซ์’ คฤหาสน์หรูสไตล์ยุโรปนีโอคลาสสิก มูลค่าทะลุสามร้อยล้านบาท สถานที่แห่งนี้คือความฝันอันสูงสุดที่แม่ยายของเขาเคยใช้เหยียดหยามและประกาศกร้าวว่า ชาตินี้ต่อให้ธันวาทำงานจนตัวตายก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินเฉียดผ่านประตูรั้ว
"ผมพาคุณกลับบ้านครับ... บ้านที่เป็นของเราอย่างแท้จริง" ธันวาหันมาสบตาภรรยา สายตาที่ทอดมองเธอนั้นอบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยความรักความจริงใจอย่างยิ่งยวด ก่อนที่แววตาคู่นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดั่งใบมีดเมื่อหันกลับไปมองประตูรั้วเหล็กดัดสีทองอร่ามเบื้องหน้า
ภายในห้องรับรองสุดหรูของคฤหาสน์หลังดังกล่าว ชัยชนะ ทายาทมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย่อหยิ่ง กำลังนั่งไขว่ห้างจิบไวน์ราคาแพงร่วมกับคุณหญิงมณีรัตน์ผู้เป็นว่าที่แม่ยาย (ในมโนสำนึกของเธอ) บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเระต่อกระซิกและคำเยินยอ
"คุณชัยชนะนี่ช่างมือเติบจริงๆ นะคะ ซื้อคฤหาสน์ร้อยล้านเป็นว่าเล่นแบบนี้ รินรดามันคงตาสว่างเสียทีที่ทิ้งไอ้จนตรอกนั่นมาซบักับคนระดับคุณ" คุณหญิงมณีรัตน์ยกแก้วชาขึ้นจิบพลางหัวเราะชอบใจ รอยย่นบนใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างดีบิดเบี้ยวด้วยความสะใจ
"เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ ครับคุณแม่ สำหรับผมแล้ว เงินแค่ไม่กี่ร้อยล้านแลกกับการได้ครอบครองทั้งตัวรินรดาและธุรกิจในเครือ... คุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีกครับ" ชัยชนะแสร้งยิ้มหยัน ดวงตาเจ้าเล่ห์ทอประกายโลภโมโทสัน นึกถึงภาพหญิงสาวผู้เลอโฉมที่กำลังจะตกเป็นของตน
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนาอันออกรส คุณหญิงมณีรัตน์ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ "ใครมันบังอาจมารบกวนเวลาอันมีค่าของเรา ไปดูซิว่าใครมา!"
พ่อบ้านชราเดินไปเปิดประตูด้วยความงุนงง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปาก ทว่าร่างของธันวาและรินรดากลับก้าวล่วงเข้ามาในห้องรับรองเสียก่อนแล้ว แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากตัวของธันวา ทำให้ลมหายใจของทุกคนในห้องสะดุดกะทันหัน
"แก! ไอ้สวะธันวา! แกกล้าดียังไงถึงบุกรุกเข้ามาในนี้!" คุณหญิงมณีรัตน์ผุดลุกขึ้นยืนชี้หน้าด่าทอด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ยาม! รปภ. ไปไหนหมดวะ! ลากคอมันออกไปโยนทิ้งข้างถนนเดี๋ยวนี้!"
ชัยชนะวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะกระเบื้องพอร์ซเลนอย่างช้าๆ เขายกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มดูถูกเหยียดหยาม พร้อมกับปรายตามองธันวาด้วยความสมเพชเวทนา
"อ้าว นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้แมลงสาบที่ชอบเกาะผู้หญิงกินนี่เอง สงสัยคงจะจนตรอกจนไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาข้าวประทังชีวิต ถึงได้พาภรรยามาขอเศษเงินแถวนี้รึไง?" ชัยชนะหัวเราะเยาะเสียงดังลั่นห้อง "บอกไว้ก่อนนะว่าที่นี่ไม่ใช่โรงทาน อยากได้เศษเงินก็ไปขอข้างถนนโน่น!"
ธันวาไม่ได้แสดงอาการโกรธเกรี้ยวตามที่อีกฝ่ายคาดหวังแม้แต่น้อย เขายังคงยืนสงบนิ่ง รอยยิ้มมุมปากยิ่งทวีความน่ากลัว ชายหนุ่มสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อสูท หยิบการ์ดสีดำสนิทที่ทำจากวัสดุไทเทเนียมบริสุทธิ์ ขอบการ์ดเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออกมาวูบหนึ่ง—มันคือ ‘แบล็กการ์ดโอเวอร์ลอร์ด’ บัตรเครดิตระดับจักรวาลที่ไร้ซึ่งวงเงินจำกัด
"เศษเงินงั้นหรือครับ?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่น้ำหนักของคำพูดกลับหนักอึ้งราวน้ำตกผา "สิ่งที่พวกคุณกำลังภาคภูมิใจ และคิดว่าเป็นสมบัติล้ำค่า... ในสายตาของผม มันก็เป็นแค่เศษขยะที่ผมสามารถกวาดทิ้งได้ด้วยปลายนิ้วเดียว"
"สามหาว! ปากดีนักนะแก!" คุณหญิงมณีรัตน์กรีดร้องด้วยความเหลืออด "คฤหาสน์หลังนี้ราคาหลักร้อยล้าน ชัยชนะเป็นคนกว้านซื้อไว้ด้วยเงินสด! คนอย่างแกชาตินี้ก็ไม่มีปัญญาแม้แต่จะเหยียบเข้ามาเป็นเจ้าของหรอก!"
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ "งั้นหรือครับ... งั้นเรามาลองดูกันไหม ว่าระหว่างคนอย่างผม กับ 'เจ้าของตัวจริง' ใครกันแน่ที่จะต้องไสหัวออกไปจากที่นี่"
ชายหนุ่มหันไปสบตากับรินรดาที่กำลังยืนมองเขาด้วยความตื่นตะลึง มือหนายื่นแบล็กการ์ดสีดำสนิทส่งให้กับผู้จัดการฝ่ายขายของโครงการที่เพิ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง พร้อมกับเสียงทุ้มที่ก้องกังวานทรงพลัง
"รูดซื้อคฤหาสน์หลังนี้... ทุกตารางเมตร ทุกกรรมสิทธิ์ ทั้งหมดเป็นเงินสด ไม่ต้องทอนครับ"
สิ้นคำพูดนั้น ผู้จัดการโครงการรับบัตรไทเทเนียมด้วยมือที่สั่นเทา เขานำมันเสียบเข้ากับเครื่องรูดบัตรพกพาทันที บรรยากาศภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกสายตาจ้องมองหน้าจอเครื่องรูดบัตรอย่างใจจดใจจ่อ คุณหญิงมณีรัตน์หน้าซีดเผือด ขณะที่ชัยชนะเริ่มมีเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม
*ตี๊ดดดดดด!*
เสียงสัญญาณอนุมัติจากเครื่องรูดบัตรดังขึ้นอย่างก้องกังวาน พร้อมกับไฟสีเขียวที่สว่างวาบขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงจนอ้าปากค้างของผู้มาเยือนทั้งสองคน สลิปกระดาษยาวเหยียดถูกพิมพ์ออกมาพร้อมข้อความยืนยันยอดเงินมหาศาลที่ถูกหักผ่านระบบอย่างไร้ขีดจำกัด ผู้จัดการโครงการทรุดเข่าลงกราบแทบเท้าของธันวาด้วยความนอบน้อมสูงสุดทันที
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ... ท่านประธานธันวา กรรมสิทธิ์ทั้งหมดถูกโอนเป็นชื่อของท่านเรียบร้อยสมบูรณ์แล้วครับ!"
________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสะใจไปกับความเฉียบขาดของท่านประธานธันวาในตอนนี้นะครับ
- โอเวอร์ลอร์ดซีโร่ -
ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล•ตอนที่ 7
ตบหน้าแม่ยายหน้าเงิน
ผลงานโดย โอเวอร์ลอร์ดซีโร่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โอเวอร์ลอร์ดซีโร่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยอดเงินพลิกชะตา มหาศึกล่าล้างจักรวาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!