เสียงคำรามทุ้มต่ำของเครื่องยนต์ดีเซลที่จอดสนิทอยู่หลังแนวรั้วไม้ไผ่ ไม่ได้ทำให้รินรดาลดมือจากการถือมีดเชฟสเตนเลสเนื้อดีลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ประสาทสัมผัสของอดีตเชฟอาหารหรูระดับมิชลินกลับตื่นตัวถึงขีดสุด กลิ่นอายสมุนไพรป่าและไอดินที่ลอยอบอวลมาจากแปลงผักอินทรีย์ข้างบ้านเมื่อครู่ ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นฉุนกึกของน้ำมันเครื่องและกลิ่นคาวสนิมเหล็กที่ลอยมาตามสายลมยามวิกาล
"ดึกดื่นป่านนี้... ยังมีพวกสุนัขป่าหิวกระหายกลิ่นเงินเข้ามาวนเวียนแถวแปลงผักของฉันอีกหรือนี่" รินรดากระซิบกับตัวเองด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น นัยน์ตาสีเข้มคมกริบกวาดมองผ่านความมืดไปยังเงาร่างตะคุ่มที่กำลังปีนข้ามรั้วลวดหนามเข้ามาทางด้านหลังสวนอย่างเงียบเชียบ
ไม่ใช่เสียงของป้าสมรหรือลิ่วล้อหน้าเดิมจากในหมู่บ้าน... น้ำหนักฝีเท้าที่ย่ำลงบนพื้นดินร่วนซุยมีความสม่ำเสมอ หนักแน่น และผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนราวกับหน่วยรบพิเศษ ไม่มีเสียงหอบเหนื่อย ไม่มีแม้แต่เสียงลมหายใจที่ติดขัด
รินรดาก้าวถอยหลังเข้าสู่เงาของระเบียงครัวอย่างแนบเนียน นิ้วเรียวยาววางมีดลงบนเขียงไม้ก่อนจะคว้ากระบอกไฟฉายแรงสูงและขวดสเปรย์พริกไทยสูตรเข้มข้นพิเศษที่เธอผสมขึ้นเองสำหรับไล่แมลงศัตรูพืชตัวใหญ่โดยเฉพาะ หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงแต่มั่นคง ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีเพียงความสงสัยและสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ถูกปลุกเร้า
*แกร๊ก...*
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นใกล้แปลงผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ผสมดินออร์แกนิก รินรดาหรี่ตาลง พลางก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้าอย่างไม่เกรงกลัว ทว่าก่อนที่เธอจะได้สาดแสงไฟฉายออกไป ภาพที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตากลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกຶก
บนแปลงผักกาดแก้วออร์แกนิกที่เธอบรรจงรดน้ำพรวนดินด้วยความรัก มีหยดเลือดสีแดงสดหยดลงกระทบกับใบสีเขียวชอุ่มทีละหยด... ทีละหยด กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหอมหวานของดินอุดมสมบูรณ์อย่างน่าประหลาด
และที่กลางแปลงผักนั้นเอง ร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแต่งกายยุทธวิธีสีดำสนิทกำลังทรุดตัวลงพิงกับคานไม้ไผ่ ลมหายใจของเขาติดขัดและหอบกระชั้น มือข้างหนึ่งกุมบาดฉกรรจ์บริเวณสีข้างที่มีเลือดไหลทะลักไม่ขาดสาย แม้ความมืดจะปกคลุมใบหน้าครึ่งหนึ่ง แต่อันตรายและเสน่ห์อันดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้รินรดารู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด
"อย่าขยับ..." รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าเฉียบขาด พร้อมกับพุ่งตัวเข้าไปประชิดพร้อมกระบอกไฟฉายที่ส่องสว่างจ้าไปยังใบหน้าของผู้บุกรุก
แสงไฟสาดกระทบเข้ากับใบหน้าคมคายที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและคราบเขม่าควัน ดวงตาคมกริบสีดำสนิทที่เงยขึ้นมองเธอในเสี้ยววินาทีนั้นเต็มไปด้วยความระแวงและประกายคมปลาบ แต่เมื่อสายตาคู่นั้นกวาดมาเจอใบหน้าของรินรดา ความดุดันกลับแปรเปลี่ยนเป็นความตกตะลึงชั่วขณะ ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มฝืนๆ ออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
"คุณ... รินรดา?" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยเรียกชื่อเธอราวกับละเมอ ทั้งที่พวกเขาเพิ่งพบกันเพียงผิวเผินในวันที่เขาเดินทางมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ในฐานะ 'สามีในนาม' ตามพินัยกรรมบ้าๆ นั่น
"ผู้พันศิลา!" รินรดาอุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว เธอรีบพับเก็บท่าทีระแวดระวังเมื่อจำได้ทันทีว่าชายผู้กำลังจะหมดสติอยู่ตรงหน้าคือใคร นายทหารหน่วยรบพิเศษผู้เคร่งขรึมและลึกลับที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยตั้งแต่คืนแรกของการแต่งงาน
"คุณมาทำบ้าอะไรที่แปลงผักของฉันตอนเที่ยงคืน แถมยังพาเลือดโสโครกพวกนี้มาเปื้อนผักอินทรีย์ราคาแพงของฉันอีก!" แม้ปากจะต่อว่าด้วยถ้อยคำเผ็ดร้อน แต่มือเรียวของรินรดากลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วดั่งใจคิด เธอโยนไฟฉายทิ้งแล้วทรุดตัวลงคุกเข่าข้างๆ ชายหนุ่มทันที ฉีกเสื้อผ้าบริเวณบาดแผลของเขาออกด้วยความคล่องแคล่วราวกับเชี่ยวชาญการปฐมพยาบาลยิ่งกว่าใคร
ศิลาสูดปากด้วยความเจ็บปวด แต่ดวงตาคมยังคงจ้องมองใบหน้าอันนิ่งสงบและจริงจังของภรรยาหมาดๆ ไม่วางตา "ผักของคุณ... สำคัญกว่าชีวิตผมหรือไงครับภรรยา" เขาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอเบาๆ แม้ใบหน้าจะซีดเผือดเพราะเสียเลือดมาก
"ผักพวกนี้ราคาต้นละหลายร้อยบาท แถมยังเป็นผลผลิตล็อตแรกที่จะเอาไปส่งให้ตลาดไฮโซพรุ่งนี้เช้า ถ้ามันตายเพราะเลือดเน่าๆ ของคุณ ฉันจะคิดบัญชีกับคุณเป็นร้อยเท่าแน่!" รินรดาตวาดกลับเสียงเขียว พลางกดมือลงบนปากแผลเพื่อห้ามเลือดอย่างแม่นยำ "อยู่นิ่งๆ ถ้าไม่อยากตายคาแปลงผักของฉัน!"
กลิ่นอายความลับบางอย่างกำลังลอยอบอวลอยู่รอบตัวของนายทหารหนุ่ม บาดแผลนี้ไม่ใช่รอยกระสุนธรรมดา และร่องรอยการติดตามจากด้านหลังสวนนั่นก็หมายความว่า ศิิลากำลังดึงความซวยชิ้นใหญ่มาสู่บ้านสโลว์ไลฟ์อันสงบสุขของเธอ
ทว่า ในขณะที่รินรดากลังใช้ผ้าสะอาดกดแผลให้สามีจอมลับลมคมในอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณหน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วเหล็กเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตามด้วยเสียงตะโกนห้าวหาญของป้าสมรที่ดังแทรกความเงียบยามวิกาลเข้ามา
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้ว่าแกซ่อนผู้ชายไว้ในบ้าน!"
รินรดาชะงักมือเล็กน้อย หันไปสบตากับศิลาที่นอนพิงคานไม้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง ขณะที่นายทหารหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น พลางเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ด้วยเรียวแรงที่เหลืออยู่
"อย่าออกไป..." ศิลาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าชิดริมฝีปากเธอ "พวกมัน... ไม่ใช่คนของป้าสมรธรรมดา"
*คลิก...*
เสียงปลดล็อกกระสุนปืนดังขึ้นเบาๆ จากนอกรั้วบ้าน พร้อมกับแสงไฟฉายหลายดวงที่สาดส่องเข้ามาทางแปลงผัก ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งสูงจนแทบขาดใจ รินรดากลับยกยิ้มมุมปากอย่างเยື้ยยัน เธอค่อยๆ ดึงมือออกจากการกุมของศิลา ก่อนจะหยิบมีดสเตนเลสเล่มเดิมขึ้นมาถือไว้มั่น
"ถ้าคิดจะพังแปลงผักของฉัน พวกมันคงต้องข้ามศพฉันไปก่อน... รวมถึงศพของคุณด้วย ผู้พันศิลา"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสกลิ่นอายของดินและความลับอันตระการตาไปพร้อมกันนะครับ
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 2
รสชาติของดินและกลิ่นอายความลับ
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!