"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวเข้ามาเหยียบพื้นที่แปลงเกษตรอินทรีย์ของผมอีกแม้แต่ก้าวเดียว ผมคงต้องใช้กฎหมายข้อหาบุกรุก และเผื่อว่าความจำของป้าสมรจะสั้นเกินกว่าจะจำคำเตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนได้ ใบแจ้งความฉบับจริงยังอยู่บนโต๊ะทำงานของผมเสมอนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของพันเอกศิลา ดังสะท้อนก้องไปทั่วบริเวณโรงเรือนเพาะปลูกผักสลัดไฮโดรโปนิกส์ สายตาคมกริบดุจพญาอินทรีย์กวาดมองร่างท้วมของป้าสมรและกลุ่มนายหน้าอสังหาริมทรัพย์หน้าเลือดที่พยายามเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้เขตที่ดินของพวกเขา รินรดาภรรยาคนสวยของเขาไม่ได้เอ่ยปากไล่สักคำ เธอเพียงแต่ยืนกอดอกพิงเสาโรงเรือน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันเล็กน้อยอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่าในมือ
ป้าสมรหน้าดำคร่ำเครียด ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้นเคืองจนเนื้อตัวสั่นเทา "แก... ไอ้หลานอกตัญญู! กับอีแค่ที่ดินรกร้างไร้ค่า ทำเป็นหวงห้ามเหมือนทองแผ่น ธุรกิจรีสอร์ตของฉันจะพังก็เพราะพวกแกสองคนผัวเมียนี่แหละ!"
"ที่ดินรกร้างที่ว่าตอนนี้สร้างรายได้หลักแสนต่อเดือน และผลิตพืชผักส่งออกเกรดพรีเมียมจนคิวจองยาวข้ามปี ถ้าป้าสมรสมองไม่เห็นคุณค่า ก็กรุณาใช้สายตาคู่นั้นมองให้กว้างขึ้น หรือไม่ก็กลับไปจัดการกับหนี้สินก้อนโตของตัวเองที่กำลังจะฟ้องล้มละลายดีกว่านะครับ มาเสียเวลาแถวนี้ ระวังบ้านจะถูกยึดโดยไม่รู้ตัว" รินรดาเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกอณูคำพูด รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอช่างงดงามทว่าเย็นชาจนอีกฝ่ายผงะถอยหลังไปสามก้าว
เมื่อเผชิญหน้ากับความเด็ดเดี่ยวและกลยุทธ์การค้าที่ไร้ช่องโหว่ของสองสามีภรรยา ป้าสมรจึงทำได้เพียงสะบัดหน้าหนีด้วยความคับแค้นใจ ลากพรรคพวกถอยร่นออกไปจากอาณาจักรสีเขียวแห่งนี้ท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะเบาๆ ของคนงานในไร่
ทว่า ความเงียบสงบหลังการขับไล่ผู้บุกรุกกลับอยู่ได้ไม่นานนัก...
เสียงเครื่องยนต์รถยนต์ขับเคลื่อนสี่ล้อคันใหญ่สีดำสนิทที่ไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน จอดเทียบท่าหน้าประตูรั้วสวนผักอย่างกะทันหัน บรรยากาศรอบตัวพลเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดขึ้นมาทันที ผู้พันศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณดิบของหน่วยรบพิเศษถูกปลุกเร้าขึ้นมาในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ก้าวเท้าขนาบข้างภรรยาโดยอัตโนมัติ มือหนาเอื้อมไปแตะข้อศอกของรินรดาราวกับจะส่งสัญญาณเตือนภัยบางอย่าง
ประตูด รถเปิดออก ร่างของชายหนุ่มวัยไล่เลี่ยกับศิลาในชุดสูทลำลองแต่ตัดเย็บอย่างประณีต ก้าวลงมาด้วยท่าทางมั่นใจ ใบหน้าคมคายมีรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางตาซ้าย ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองไปรอบสวนผักอินทรีย์ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของพันเอกศิลา
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... ศิลา นายยังรักษาความสะอาดรอบตัวได้ดีเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน" น้ำเสียงทุ้มเรียบเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
ศิลาขยับตัวบังรินรดาไว้ครึ่งตัว สายตาจ้องเขม็งไปยังผู้มาเยือน "ฉันคิดว่านายควรจะอยู่ในเซฟเฮาส์ที่ชายแดนตะวันตกมากกว่าจะมาเดินเล่นแถวนี้ รณกร มีเรื่องคอขาดบาดตายอะไรถึงทำให้สารวัตรทหารมือหนึ่งอย่างนายต้องบินมาหาฉันถึงที่นี่"
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตากลมโตเป็นประกายความฉลาดเฉลียว เธอสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากบรรยากาศรอบตัว ชายคนนี้ไม่ใช่แค่นักธุรกิจทั่วไป และไม่ใช่แขกที่มาซื้อผักอย่างแน่นอน รณกรเหลือบมองรินรดาก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียด ควักซองเอกสารสีน้ำตาลกันน้ำออกจากกระเป๋าเสื้อสูท
"ฉันไม่ได้มาเพื่อทักทายลมฟ้าอากาศหรอกศิลา... ข่าวกรองล่าสุดจากหน่วยเหนือยืนยันแล้ว คนกลุ่มนั้นที่นายเคยทลายเครือข่ายค้าอาวุธข้ามชาติเมื่อสามปีก่อน มันรอดพ้นจากการกวาดล้าง และตอนนี้... เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่แค่ฉัน แต่มันคือการตามล่าล้างบางทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนาย... และคนใกล้ตัวที่สุดของนาย"
รณกรหยุดพูดชั่วขณะ สายตาคมกริบมองตรงไปยังรินรดา ทำให้บรรยากาศในโรงเรือนเพาะปลูกที่เคยอบอวลด้วยกลิ่นอายดินและใบไม้อินทรีย์ กลับหนתทึบและเย็นเยียบลงถนัดตา
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ ภาพความสงบสุขของการปลูกผัก ทำอาหาร และสร้างเนื้อสร้างตัวที่เธอเฝ้าทะนุถนอมมาตลอด พลถูกความจริงอันโหดร้ายจากอดีตของสามีเข้าคุกคามทีละน้อย ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นนูนชัด มือหนาที่กำหมัดข้างลำตัวสั่นเทระอาด้วยความโกรธเกรี้ยวและวิตกกังวลที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
รณกรไม่รอให้ทั้งคู่ได้ตั้งตัว เขาโยนซองเอกสารลงบนโต๊ะไม้ไผ่ใกล้ตัว เสียงกระดาษกระทบพื้นไม้ดังทึบ แต่น้ำหนักของมันกลับหนักอึ้งราวกับภูเขา
"นี่คือภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อสิบสองชั่วโมงก่อน... พื้นรัศมีห้ากิโลรอบสวนผักอินทรีย์ของนาย ถูกตรวจพบการเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย พวกมันไม่ได้มาเพื่อขู่ แต่มันมาเพื่อปิดบัญชี และดูเหมือนว่า... พวกมันจะรู้พิกัดที่แน่นอนของนายแล้วด้วยซ้ำ"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ไม่มีเสียงลม ไม่มีเสียงนกร้อง มีเพียงเสียงหัวใจเต้นรัวระทึกในอกของรินรดา เธอก้มมองเอกสารในซองที่รณกรเพิ่งวางไว้ ภาพถ่ายใบแรกที่โผล่พ้นซองออกมาคือภาพสวนผักอินทรีย์แห่งนี้... แต่มีเป้าสีแดงวงใหญ่ประทับอยู่ตรงกลางโรงเรือนหลังที่เธอยืนอยู่พอดี!
"ศิลา..." รินรดาเอรียบเรียกชื่อสามีด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมและเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน เธอหันไปสบตาคมกริบของสามีที่กำลังมองเธอด้วยความรู้สึกผิดและห่วงใยระคนกัน
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก ร่างกายตึงเครียดดุจคันศรที่ถูกง้างจนสุดแรง มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้แน่น บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความมั่นคง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไร เสียงสัญญาณเตือนภัยขนาดเล็กจากอุปกรณ์สื่อสารยุทธวิธีที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อของรณกรก็ดัง "ติ๊ด... ติ๊ด..." ถี่รัวขึ้นมาพร้อมกัน
รณกรหน้าถอดสีทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ "เวรเอ๊ย! พวกมันไม่ได้มาแค่สำรวจ... สัญญาณเรดาร์ตรวจจับความร้อนแจ้งว่า มีการเคลื่อนตัวของยานพาหนะไม่ระบุฝ่ายสามคันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ด้วยความเร็วสูง และพวกมันอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสองกิโลเมตรแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงบทนี้ด้วยนะครับ!
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 22
อดีตที่ตามมาหลอกหลอน
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!