"ริน... เอกสารชิ้นนั้น คุณห้ามเปิดอ่านมันเด็ดขาด"
ประโยคคำสั่งที่ทิ้งไว้ก่อนสามีหนุ่มผู้เงียบขรึมจะรีบควบรถกระบะออกไปทำธุระด่วนในตัวอำเภอ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา สำหรับอดีตเชฟมือทองที่ผ่านการฟาดฟันกับซัพพลายเออร์หน้าเลือดและเชฟใหญ่จอมเจ้าเล่ห์มาโชกโชน คำเตือนที่เจือความร้อนรนในน้ำเสียงทุ้มต่ำของศิลา ไม่ได้แปลว่า "ห้ามแตะต้อง" ในสายตาเธอแม้แต่น้อย แต่มันคือป้ายนีออนขนาดใหญ่ที่กระพริบวิบวับว่า *“ที่นี่มีความลับซ่อนอยู่ และมันอันตรายถึงชีวิต”*
รินรดาวางตะกร้าผักสลัดอินทรีย์ออร์แกนิกส์ที่เพิ่งเก็บสดๆ จากแปลงลงบนโต๊ะไม้สักในห้องครัว กลิ่นหอมจางๆ ของดินชื้นและใบไม้ยามบ่ายไม่ได้ช่วยให้จิตใจที่กำลังปั่นป่วนของเธสงบลงเลย สายตาคมกวาดมองไปรอบบ้านพักกึ่งไม้กึ่งปูนที่ศิลามักใช้เป็นมุมส่วนตัว เวลาที่เขาต้องเคร่งเครียดกับงานราชการทหารนอกเวลาราชการ
ปรกติแล้ว รินรดาไม่ใช่คนละลาบละล้วงความเป็นส่วนตัวของสามี แม้พวกเขาจะแต่งงานกันด้วยเหตุผลบางประการและผูกพันกันผ่านกระทะร้อนๆ กับกลิ่นหอมของอาหาร แต่ความไว้วางใจคือรากฐาน... ทว่าเอกสารลับกองนั้นบนโต๊ะทำงานของเขา ประกอบกับพฤติกรรมแปลกๆ ของศิลาในช่วงนี้ ทำให้สัญชาตญาณนักสืบที่หลบซ่อนอยู่ใต้คราบแม่ค้าผักอินทรีย์ลุกฮือขึ้นมา
"ไหนบอกว่าไปประชุมกองร้อย... แต่ทำไมในกระเป๋าเดินทางสำรองถึงมีซองกระดาษตราครุฑประทับคำว่า 'ลับที่สุด' วางคาไว้แบบนี้ล่ะคะคุณสามี" รินรดากล่าวพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าเรียวสวยฉายแววครุ่นคิด ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด
เธอตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปในห้องส่วนตัวของศิลาเป็นครั้งแรก ลมหายใจถูกสูดเข้าลึกเพื่อตั้งสติ นิ้วเรียวยาวเอื้อมไปเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานที่ไม่ได้ลงกุญแจแน่นหนาอย่างที่ควรจะเป็น เอกสารแผ่นนั้นนอนสงบนิ่งอยู่ใต้สมุดบันทึกปกหนังสีดำ
รินรดาหยิบมันขึ้นมา หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลองเพล แต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะพลิกกระดาษแผ่นแรกเพื่ออ่านข้อความข้างใน สัญชาตญาณบางอย่างก็กรีดร้องเตือนภัย เธอกวาดสายตาไปรอบห้องอีกครั้ง... บรรยากาศมันเงียบเกินไป เงียบจนผิดปกติ
*คลิック.*
เสียงเบาหวิวราวกับกลไกโลหะกระทบกันดังขึ้นมาจากมุมอับหลังตู้เสื้อผ้า รินรดาชะงักกึก ร่างเพรียวบางในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมค่อยๆ หันขวับไปมองต้นตอของเสียง หัวใจที่เต้นเร็วอยู่แล้วตอนนี้แทบจะกระโดดออกมานอกอก
หลังตู้เสื้อผ้าไม้เก่าแก่ถูกเลื่อนออกเล็กน้อย เผยให้เห็นช่องลับที่ถูกอำพรางไว้อย่างแนบเนียน มันไม่ใช่ห้องลับใต้ดินอลังการแบบในภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่มันคือห้องซ่อนตัวขนาดเล็กที่ติดตั้งระบบระบายอากาศและแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน แสงไฟสีฟ้าเรืองรองจากหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กสะท้อนเข้ากับดวงตาที่เบิกกว้างของเธอ
"นี่มัน... อะไรกันเนี่ย" รินรดาพึมพำเสียงสั่น ทิ้งเอกสารในมือลงบนโต๊ะ แล้วก้าวเท้าเข้าไปใกล้ช่องลับนั้นทีละก้าวอย่างไม่รู้ตัว
ภายในห้องลับนั้นเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่เธอเคยเห็นแค่ในสารคดีลับทางทหาร หน้าจอคอมพิวเตอร์หลายจอแสดงภาพแผนดาวเทียมความละเอียดสูง พื้นที่สีเขียวของแปลงผักอินทรีย์ของเธอถูกล้อมกรอบด้วยเส้นตารางสีแดง พร้อมรหัสลับและข้อมูลการเคลื่อนไหวที่เธออ่านไม่เข้าใจ แต่ที่สะดุดตาที่สุดคือ อาวุธปืนอานุภาพสูงหลายกระบอกถูกยึดติดผนังอย่างเป็นระเบียบ พร้อมด้วยอุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมเข้ารหัส และมีดคอมแบตเล่มโตที่มีคราบเขม่าจางๆ ติดอยู่
มือบางสั่นเทาขณะเอื้อมไปแตะกล่องโลหะสีดำใบหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานตัวเล็กๆ ข้างในนั้นมีอุปกรณ์ไฮเทคหน้าตาประหลาด ลักษณะคล้ายตัวรับสัญญาณคลื่นความถี่ต่ำ และที่สำคัญ... มีบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่พิเศษหน่วยปฏิบัติการลับสังกัดกระทรวงกลาโหม พร้อมรูปถ่ายใบหน้าของศิลาในชุดเครื่องแบบเต็มยศ แววตาคมกริบไร้ความรู้สึกต่างจากสามีหนุ่มผู้ทำอาหารเอาใจเธอทุกค่ำคืนราวกับคนละคน
"ผู้พันศิลา... สามีจอมทึ่มที่ชอบบ่นเรื่องรสชาติซุปผักกาดของฉันเนี่ยนะ คือเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการลับระดับชาติ?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว ปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่เหตุการณ์ที่ป้าสมรพยายามส่งอันธพาลมาป่วนแปลงผัก จนถึงท่าทีระแวดระวังตัวของศิลาในยามวิกาล ที่แท้... สามีของเธอไม่ได้เป็นแค่นายทหารปลดประจำการธรรมดาอย่างที่เขาเคยบอกกล่าว แต่เขากำลังปกป้องอะไรบางอย่าง... หรือ *ใครบางคน* จากเงามืดที่น่ากลัวกว่าที่เธอจินตนาการไว้มาก
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนเบาๆ จากหน้าจอมอนิเตอร์ตัวหลักก็ดังขึ้น *“Warning: Unauthorized Access Detected. Location: Sector 7 - Private Residence.”*
หน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างวาบขึ้น พร้อมกับข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ปรากฏขึ้นทีละบรรทัดอย่างน่าขนลุก กล้องวงจรปิดรอบบริเวณบ้านเริ่มสตรีมภาพวิดีโอสดจากหน้าประตูรั้วสวนผักอินทรีย์ ปรากฏร่างของชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่สามถึงสี่คนกำลังงัดประตูรั้วเข้ามาอย่างอุกหาญ หนึ่งในนั้นคือสมุนมือขวาของป้าสมรที่ถือท่อนเหล็กยาวเดินย่างสามขุมเข้ามาด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
รินรดาสบถเบาๆ ในลำคอ ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความโกรธกรุ่นและสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ป้าสมรคงคิดว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงตัวคนเดียวในบ้านหลังนี้สินะ ถึงได้กล้าส่งคนมาพังแปลงผักที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อแรงกายปลูกมันขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรง
ทว่า ก่อนที่เธอจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแจ้งตำรวจ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นที่หน้าบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูสามครั้งที่สุภาพแต่หนักหน่วงจนบานไม้สั่นสะเทือน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
"คุณรินรดาครับ... เปิดประตูให้ผมหน่อยสิครับ ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น" เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากนอกประตูปิดทึบ แต่สำเนียงและโทนเสียงนั้นกลับเยียบเย็นจนน่าประหลาด... มันไม่ใช่เสียงของศิลาสามีผู้แสนอ่อนโยนของเธอ!
รินรดาผงะถอยหลัง มือบางคว้าด้ามมีดคอมแบตเลблеจากผนังห้องลับขึ้นมาถือไว้โดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตจ้องมองผ่านช่องตาแมวของประตูบ้าน และสิ่งที่เธอเห็นผ่านเลนส์กระจกเล็กๆ นั้น ทำให้ลมหายใจของเธอแทบหยุดสะ khณ
ชายหนุ่มในชุดสูทสีดำสนิทผู้ยืนอยู่หน้าบ้าน ไม่ใช่ศิลาสามีของเธอ... แต่เป็นชายแปลกหน้าที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับศิลาราวกับพิมพ์เดียวกัน ทว่ารอยแผลเป็นลากยาวที่หางคิ้วข้างขวาและรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากนั้น กำลังบอกเธออย่างชัดเจนว่า... คนที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่น คือฝันร้ายที่ศิลากำลังหลบหนี!
ขอขอบคุณรินรดาและนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 16
รินรดาเริ่มสงสัย
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!