"ถ้าคุณคิดจะก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้เพื่อสร้างความพินาศให้คนที่ผมรัก เตรียมตัวรับกระสุนฝังหัวได้เลยครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นยะเยือกดังขึ้นจากความมืดริมระเบียง รินรดาถึงกับสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของศิลา—สามีผู้เงียบขรึมและถนัดแต่การพรวนดิน—ก้าวออกมาจากมุมมืด ร่างกายกำยำของเขาแผ่ซ่านไอสังหารที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อน มือหนากำด้ามปืนพกสีดำสนิทแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาว ส่วนสายตาที่จ้องมองชายแปลกหน้าผู้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองราวกับแกะ กลับดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมขย้ำเหยื่อ
ชายแปลกหน้าผู้มีแผลเป็นที่หางคิ้วหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน เขายกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นบนปกสูทราคาแพงอย่างไม่สะทกสะท้านต่อปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงมายังหน้าอก
"ใจเย็นก่อนสis... ศิลา น้องชายตัวดีของฉัน" เขากล่าวพลางเอียงคอเล็กน้อย "นายยังเก็บความตื่นตูมแบบนี้ไว้ไม่เปลี่ยนเลยสินะ อยู่กับเมียชาวสวนจนสมองฝ่อไปหมดแล้วหรือไง ถึงได้ลืมว่าตระกูลเราไม่เคยต้อนรับคนขี้แพ้"
รินรดากวาดสายตามองชายทั้งสองคนสลับกันไปมา สมองอันเฉียบคมของอดีตเชฟระดับสูงประมวลผลอย่างรวดเร็ว คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือฝาแฝดที่ศิลาจงใจปิดบังตัวตนมาตลอด และการปรากฏตัวของเขาในยามวิกาลเช่นนี้ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน ความโกรธและการปกป้องสามีพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนระงับไม่อยู่
"ถ้าพูดจาไม่เข้าหู กรุณาไสหัวออกไปจากเขตบ้านของฉันด้วยค่ะ... เอ่อ... ฉันหมายถึง 'ครับ'!" รินรดาเผลอหลุดสำนวนเก่าติดปาก แต่รีบเปลี่ยนคำลงท้ายอย่างฉับพลันเพื่อรักษามาดภรรยาผู้ทรงพลัง
ศิลาเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหนากระตุกขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดในบรรยากาศคลายลงไปเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินเสียงดุๆ ของภรรยา แต่สายตาของเขายังคงจดจ้องอยู่ที่พี่ชายแท้ๆ ของตนเองผู้เป็นหัวหน้าองค์กรลับระดับชาติที่พยายามกวาดล้างอิทธิพลเถื่อน
"ศราทธา... คุณมาที่นี่ทำไม" ศิลาเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำหนักเสียงที่หนักแน่น
"ฉันมารับนายกลับบ้าน... หรือจะพูดให้ถูกคือ มารับ 'รหัสผ่าน' ที่นายขโมยมันมาจากเซฟของพ่อ" ศราทธาหรี่ตามองรินรดาที่ยืนขวางหน้าสามีไว้ "และดูท่าทาง... นายคงจะหลงเสน่ห์แม่ครัวสวนผักคนนี้จนลืมภารกิจสำคัญไปหมดแล้วสินะ ศิลา"
รินรดาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของศราทธาอย่างไร้ความเกรงกลัว เธอยกมือขึ้นกอดอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทีที่เย่อหยิ่งและทรงภูมิปัญญาแบบฉบับเชฟมิชลินเก่า
"คนที่สมองฝ่อคงไม่ใช่สามีฉันหรอกค่ะ... เอ้ย! ครับ" รินรดาตอกกลับเสียงดังฟังชัด "คุณต่างหากที่บุกรุกเข้ามาในพื้นที่ส่วนบุคคลอย่างไรมารยาท ถ้าเรื่องแค่นี้ยังคิดไม่ได้ ฉันเกรงว่าตำแหน่งที่คุณถืออยู่คงได้มาเพราะโชคช่วย ไม่ใช่ความสามารถ"
ศราทธาหรี่ตาลง รอยยิ้มเยาะหายไปจากใบหน้าทันทีเมื่อเจอคำพูดเชือดเฉือนที่แทงใจดำ "ปากคอเราะรายสมกับเป็นเมียเก่าเชฟหรูที่ผันตัวมาขายผักอินทรีย์ นายตาถึงไม่เบานี่ศิลา ที่หาผู้หญิงฝีปากกล้ามาเป็นโล่ป้องกันตัว"
"ผมไม่ได้เอาเธอมาเป็นโล่" ศิลาขยับตัวเข้ามาโอบไหล่บางของรินรดาไว้ สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นๆ ของสามีทำให้ความตึงเครียดในกายของหญิงสาวผ่อนคลายลง "แต่เธอคือคนที่ทำให้ผมอยากมีชีวิตรอดกลับไปกินข้าวเย็นทุกวันต่างหาก"
คำพูดของศิลาทำเอารินรดาใจเต้นแรง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความเป็นความตายแขวนอยู่บนเส้นด้าย สามีของเกลับหยอดคำหวานออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย
"ฟังทางนี้ให้ดีนะศราทธา" ศิลาหันกลับมาเผชิญหน้ากับพี่ชาย น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเด็ดขาด "ผมยอมละทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ ยอมหนีมาใช้ชีวิตปลูกผัก เลี้ยงปลา และทำสวนอินทรีย์ที่นี่ ก็เพื่อให้พ้นจากวังวนอันสกปรกของตระกูลเรา ถ้าคุณยังไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับผมกับภรรยา ผมไม่สนหว่าคุณจะมีอำนาจล้นฟ้ามาจากไหน ผมจะลากคุณลงมาจากบัลลังก์นั้นด้วยมือของผมเอง"
ศราทธายืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เขามองน้องชายและหญิงสาวที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอย่างมั่นคง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างนึกสนุก
"แกเปลี่ยนไปมากนะศิลา... น่าสนใจดีนี่ เอาล่ะ ฉันจะให้เวลาพวกแกใช้ชีวิต 'สโลว์ไลฟ์' ปลูกผักลวกๆ ไปอีกสักพัก แต่จำไว้... เกมนี้ยังไม่จบ จนกว่าฉันจะได้สิ่งที่ต้องการ"
สิ้นเสียง ชายชุดดำและศราทธานก็ถอยร่นหายไปในความมืดของสวนผักอินทรีย์อย่างไร้ร่องรอย ราวกับภูตผีที่เคลื่อนไหวในยามวิกาล
เมื่อความเงียบสงบกลับคืนมา รินรดาก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เธอกลอกตามองบนก่อนจะหันขวับมามองหน้าสามีที่ยืนถือปืนนิ่งค้าง
"คุณผู้พันศิลาคะ... อะแฮ่ม! ครับ" รินรดาเปลี่ยนคำทันควันเมื่อเห็นสายตาดุๆ ปนเอ็นดูของสามี "ทีนี้... ช่วยกรุณาอธิบายทีสิครับว่า ไอ้ 'ภารกิจลับระดับชาติ' ที่คุณปิดบังฉันมาครึ่งปีเนี่ย มันหมายความว่ายังไง ห้ามโกหกแม้แต่คำเดียว ไม่งั้นผักออร์แกนิกในสวนฉันจะกลายเป็นปุ๋ยฝังร่างคุณซะ!"
ศิลาวางปืนลงบนโต๊ะไม้ไผ่ข้างตัวอย่างนุ่มนวล ก่อนจะดึงร่างบางของภรรมาเข้ามาสวมกอดไว้แนบอก ไออุ่นจากตัวเขาและกลิ่นดินกลิ่นหญ้าผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อจางๆ ทำให้รินรดาสัมผัสได้ถึงความจริงใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความเงียบขรึม
"ผมขอโทษที่ต้องโกหกคุณ... ริน" ศิลาซุกใบหน้าลงกับไหล่บาง น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด "ตัวตนที่แท้จริงของผมคืออดีตผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษที่ถูกหักหลังโดยคนในองค์กร เพื่อปกป้องข้อมูลลับทางราชการและปกป้องชีวิตของคุณ ผมเลยต้องหนีมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่..."
รินรดานิ่งฟัง เธอยกมือขึ้นกอดตอบแผ่นหลังกว้างของสามี ความรู้สึกโกรธเคืองก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความเข้าใจและความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งกว่าเดิม
"แล้วทำไมคุณถึงเลือกฉัน?" รินรดาถามเสียงแผ่ว
"เพราะในโลกที่เต็มไปด้วยการหักหลังและคราบเลือด มีเพียงรอยยิ้มของคุณกับข้าวผัดกุ้งจานแรกที่คุณทำให้ผมกินเท่านั้น ที่ทำให้ผมรู้ว่า... ผมยังมีชีวิตอยู่จริงๆ" ศิลาผงะตัวออกเล็กน้อยเพื่อสบตาเธอ ดวงตาคมกริบฉายแววรักใคร่อย่างลึกซึ้ง "ผมรักคุณนะรินรดา และไม่ว่าพี่ชายผมจะส่งใครมาขัดขวางความสุขของเรา ผมจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากสวนผักและภรรยาคนนี้ไปจากผมเด็ดขาด"
รินรดายิ้มมุมปาก ความเป็นเชฟสาวผู้ไม่เคยยอมใครกลับมาทวงบัลลังก์อีกครั้ง เธอยื่นมือไปบีบปลายจมูกโด่งของสามีเบาๆ อย่างหมั่นไส้
"ปากหวานแบบนี้... สงสัยต้องโดนลงโทษด้วยการเป็นลูกมือช่วยฉันเตรียมวัตถุดิบทำอาหารมื้อดึกซะแล้วล่ะค่ะ เอ้ย! ครับ!"
ศิลาหัวเราะร่อในลำคอ ยอมจำนนต่อเสน่ห์อันร้ายกาจของภรรยาอย่างเต็มใจ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันเข้าไปในห้องครัวที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟสีส้มอบอุ่น รินรดาจัดการหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติลับในแหวนโบราณ—เนื้อหมูคุโรบูตะหมักซอสสูตรลับ เห็ดหอมสดๆ จากโรงเรือนออร์แกนิก และพริกขี้หนูสวนสีแดงสดที่ส่งกลิ่นหอมเผ็ดร้อนยั่วยวน
กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปเคี่ยวเค็มๆ หวานๆ เริ่มฟุ้งกระจายไปทั่วห้องครัว ลอยออกไปตามสายลมยามดึกอบอวลไปทั่วบริเวณบ้านและละแวกใกล้เคียง ทว่า... ในขณะที่รินรดากำลังตักซุปใส่ชามเซรามิกควันฉุย เสียงเคาะประตูก็จู่โจมดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
ศิลาชะงักมือที่กำลังหยิบช้อน ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองที่ประตูหน้าบ้านทันที
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
"ดึกป่านนี้... ใครมาอีกวะเนี่ย" รินรดาขมวดคิ้วมุ่น
เมื่อศิลาเปิดประตูบ้านออกกว้าง แสงไฟสลัวจากนอกบ้านสาดส่องกระทบกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝัน—ป้าสมร ญาติจอมละโมบผู้เคยประกาศกร้าวว่าจะฮุบที่ดินแปลงนี้ ยืนถือโฉนดที่ดินเก่าๆ ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก และด้านหลังของแก... มีชายฉกรรจ์สวมฮู้ดสีดำอีกสามคนยืนปิดล้อมทางเข้าไว้อย่างแน่นหนา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ลมทะเลพัดรัก" เสมอมานะครับ
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 17
ความจริงที่มาพร้อมกับกลิ่นหอม
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!