“ถ้าก้านคะน้าแปลงนี้ยังถูกแมลงเจาะอีกแม้แต่ใบเดียว ผมจะขออาศัยอำนาจหน้าที่สามี เข้ามาจัดการพ่นน้ำหมักชีวภาพสูตรพิเศษของคุณด้วยตัวเองแล้วนะครับ รินรดา”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือรอยยิ้มเอ็นดูดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อยืดสีพื้นและกางเกงขายาวลุยสวนของผู้พันศิลา ที่ก้าวเข้ามาประชิดด้านหลังขณะที่รินรดากำลังก้มๆ เงยๆ สำรวจแปลงผักออร์แกนิก ปลายจมูกโด่งคมของชายหนุ่มเกือบจะชนเข้ากับกลุ่มผมหอมกรุ่นของภรรยา หากเธอไม่รีบยืดตัวขึ้นแล้วหมุนกลับมาเผชิญหน้าเสียก่อน
รินรดาหรี่ตามองสามีหนุ่มผู้มีเบื้องหลังเป็นนายทหารหน่วยรบพิเศษอย่างรู้ทัน มือเรียวบางที่สวมถุงมือผ้าสำหรับทำสวนเท้าสะเอว พลางยื่นก้านคะน้ากรอบอวบอัดที่เพิ่งเด็ดสดๆ ไปจ่อตรงหน้าอกแกร่ง “ผู้พันคะ... เอ๊ย ผู้พันครับ อย่ามาทำเป็นพูดดีไปหน่อยเลย รสชาติความอร่อยระดับพรีเมียมที่เชฟจากโรงแรมห้าดาวในเมืองหลวงยังต้องโทรศัพท์มาจองคิวข้ามวัน มันไม่ได้แลกมาด้วยการนอนกระดิกเท้านะครับ”
ศิลาหัวเราะในลำคอเบาๆ ดวงตาคมกริบทอดมองภรรยาคนสวยด้วยความภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แปลงผักออร์แกนิกหลังบ้านของตระกูลไม่ได้เป็นแค่แปลงผักธรรมดา แต่เป็นผลผลิตจากน้ำพักน้ำแรงและความลับจากมิติพิเศษที่รินรดากำลังใช้มันสร้างอาณาจักรย่อมๆ ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบและมั่นคง ทว่าความสำเร็จย่อมมาพร้อมกับสายตาริษยาจากคนรอบข้างเสมอ โดยเฉพาะญาติผู้พี่อย่างป้าสมร ที่ในตอนนี้กำลังยืนหน้าดำคร่ำเครียดอยู่ริมรั้วไม้ไผ่ พร้อมกับส่งเสียงกระแทกกระทั้นขัดจังหวะความหวานของคนทั้งคู่
“ทำเป็นอวดรวยขายดิบขายดีเข้าหน่อย ทำเป็นลืมหูลืมตาอ้าปากได้นะอีริน! ผักบ้านๆ ปลูกดินโคลนเลนแบบนี้ เอาไปขายให้พวกร้านอาหารไฮโซในเมือง เขาก็แค่หลอกซื้อไปต้มทิ้งต้มขว้างแก้ขัดแค่นั้นแหละ อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลย!” เสียงแหลมสูงของป้าสมรแผดดังข้ามรั้วเข้ามา ไม่เพียงแต่ทำลายความสงบของสวนผัก แต่ยังทำให้คิ้วเรียวของรินรดาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
รินรดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พันศิลาถึงกับต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวเพื่อเปิดทางให้ภรรยาได้แสดงฝีมือ เพราะเขาเรียนรู้แล้วว่าเวลาที่ภรรยาของเขายิ้มแบบนี้ มักจะมีศัตรูคนไหนสักคนกำลังจะกระเป๋าฉีกหรืออกแตกตายด้วยความแค้น
“อ้าว ป้าสมรครับ ลมอะไรหอบมาถึงแปลงผักต้อยต่ำของผมล่ะครับเนี่ย” รินรดาเดินน่องทอดน่องเข้าไปใกล้รั้ว น้ำเสียงใสทว่าแฝงด้วยความเยือกเย็นทำให้ป้าสมรที่ตั้งท่าจะหาเรื่องถึงกับชะงัก “ผักต้อยต่ำที่ป้าว่าเนี่ย เมื่อเช้าเพิ่งมีเชฟใหญ่จากห้องอาหารฝรั่งเศสชื่อดังขับรถเบนซ์ป้ายแดงมาขนขึ้นรถไปสิบลังเต็มๆ นะครับ แถมยอดเงินโอนเข้าบัญชีเมื่อกี้ ยังพอบวกลบแล้วซื้อทองคำแท่งหนักๆ ได้สักสองบาทสบายเลยล่ะครับ”
“แก... อีริน! แกกล้าอวดรวยใส่ฉันเรอะ!” ป้าสมรหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ดวงตาคู่เล็กหรี่มองแปลงผักคะน้า กวางตุ้ง และสลัดที่เขียวขจีราวกับต้องมนต์สะกด ยิ่งเห็นความอุดมสมบูรณ์และความฉ่ำน้ำของใบผัก ป้าสมรก็ยิ่งเจ็บใจจนเนื้อเต้น เพราะเมื่อสามวันก่อน เธอเพิ่งไปกู้เงินนอกระบบมาเพื่อหวังจะลงทุนเปิดร้านขายปุ๋ยแข่งกับชาวบ้าน แต่ตอนนี้กลับเห็นหลานสาวที่เคยถูกเธอดูถูกเหยียดหยาม กำลังกอบโกยเงินหมื่นเงินแสนจากการปลูกผักเพียงไม่กี่แปลง
“ผมไม่ได้อวดรวยหรอกครับป้า ผมแค่อธิบายข้อเท็จจริงตามหลักการตลาด” รินรดาโน้มตัวลงเล็กน้อย น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก “อีกอย่าง ที่ดินตรงนี้... ต่อให้ป้าจะพยายามส่งคนมาป้วนเปี้ยนส่องดูยามวิกาล หรือแม้แต่ไปเป่าหูผู้ใหญ่บ้านเรื่องโฉนดเก่าๆ ป้าก็ไม่มีวันได้มันไปหรอกครับ เพราะทนายความส่วนตัวของสามีผม เขาจัดการจดทะเบียนสิทธิ์ทุกอย่างอย่างถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่เราย้ายเข้ามา”
คำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนหมัดฮุกตรงเข้าที่ปลายคางของป้าสมรเต็มแรง หญิงสูงวัยหน้าซีดสลับเขียวด้วยความแค้นเคืองจนพูดไม่ออก ได้แต่ชี้หน้าคาดโทษด้วยมือที่สั่นเทา “แก... แกจำไว้เลยนะอีริน สมบัติพวกนี้มันควรจะเป็นของลูกชายฉัน ไม่ใช่ของแกกับไอ้ทหารหน้าเลือดนี่! สักวันฉันจะทำให้แกไม่มีแผ่นดินจะอยู่!”
เมื่อพ่นคำอาฆาตเสร็จ ป้าสมรก็สะบัดก้นเดินหนีหายไปในความมืดสลัวของพลบค่ำที่เริ่มโรยตัวลงมา ทิ้งไว้เพียงบรรยากาศตึงเครียดเล็กน้อยท่ามกลางสวนผักออร์แกนิก
รินรดายืนถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหันกลับมาพบกับผู้พันศิลาที่ยืนกอดอกมองเธออยู่ด้วยแววตาพราวระยับ ชายหนุ่มก้าวเข้ามาใกล้ พร้อมกับใช้มือหนาโอบไหล่บางของภรรยาเข้ามาแนบชิด “เก่งมากครับภรรยา ฟาดฟันคู่แข่งได้เจ็บแสบเสียจนผมแทบจะต้องเรียกหน่วยพยาบาลมาช่วยป้าเขาเลยทีเดียว”
“พูดมากน่าผู้พัน ฉันเหนื่อยจะตายอยู่แล้วครับวันนี้ ไหนจะต้องคัดผักส่งร้านอาหาร ไหนจะต้องมาต่อปากต่อคำกับคนไม่มีเหตุผลอีก” รินรดาแกล้งทำเสียงกระเง้ากระงอด ทว่ามุมปากกลับอมยิ้มบางๆ เมื่อฝ่ามืออุ่นๆ ของสามีเริ่มนวดคลายกล้ามเนื้อที่หัวไหล่ให้เธออย่างเบามือ
“ถ้าอย่างนั้น เพื่อเป็นการปลอบขวัญภรรยาคนเก่ง เย็นนี้ผมขอเสนอตัวเป็นลูกมือทำอาหารให้คุณสักมื้อดีไหมครับ?” ศิลาเอ่ยกระซิบข้างใบหู น้ำเสียงนุ่มนวลชวนใจสั่น
ทั้งสองเดินเคียงคู่กันกลับเข้าสู่ตัวบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรสดใหม่จากสวนที่รินรดาเก็บเกี่ยวมาเมื่อช่วงบ่าย เริ่มลอยฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วห้องครัว รินรดาลงมือจัดการกับวัตถุดิบตรงหน้าอย่างคล่องแคล่ว เสียงตะหลิวกระทบกับกระทะเหล็กดังขึ้นเป็นจังหวะสนุกสนาน ผสมผสานกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาหยอกล้อของสามีภรรยาที่ช่วยกันจัดโต๊ะอาหาร บรรยากาศอบอุ่นในบ้านไร่หลังเล็กดูเหมือนจะช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าและอุปสรรคภายนอกออกไปจนหมดสิ้น
ทว่า ในขณะที่รินรดากำลังตักซุปไก่ตุ๋นสมุนไพรเดือดปุดๆ ใส่ชามกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาด จู่ๆ เสียงเคาะประตูก็จู่โจมเข้ามาอย่างรุนแรงและไร้มารยาทจากด้านนอก เสียงทุบปังๆ ราวกับคนกำลังพังประตูทำให้รินรดาและผู้พันศิลาชะงักมือทันที
ศิลาส่งสัญญาณมือให้ภรรยาถอยไปอยู่ด้านหลัง ร่างสูงก้าวเท้าอาดๆ ไปที่ประตูหน้าบ้านด้วยใบหน้าที่เคร่งขรึมลงถนัดตา มือหนาบิดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกอย่างรวดเร็ว
สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าในแสงไฟสลัวยามค่ำคืน กลับไม่ใช่ป้าสมรหรือชาวบ้านที่มาหาเรื่องอย่างที่คาดคิด แต่เป็นร่างของชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้มเปียกปอนไปด้วยหยาดฝน พร้อมกับกล่องพัสดุปริศนาที่ถูกยื่นส่งมาตรงหน้าศิลา
“ผู้พันครับ... มีคำสั่งด่วนจากหน่วยเหนือ พัสดุลับชิ้นนี้ถูกส่งตรงถึงคุณภรรยา... และมันมีเวลาจำกัดในการเปิดอ่านแค่สิบนาทีเท่านั้นครับ!”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาสัมผัสความระทึกใจและกลิ่นอายความรักอบอุ่นไปพร้อมกันนะครับ
กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ•ตอนที่ 7
กับดักความน่ารักของผักออร์แกนิก
ผลงานโดย ลมทะเลพัดรัก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลมทะเลพัดรัก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในสวนผักอินทรีย์ กับสามีที่มีภารกิจลับระดับชาติ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!