หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 8

กระดานหยกของราชครู

ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
กลิ่นอายชาผู่เอ่อร์หมักบ่มข้ามปีลอยกรุ่นอยู่เบื้องหน้า ทว่ากลับไม่สามารถเจือจางความกดดันที่กดทับลงบนบ่าของฉินเหวินซวนได้แม้แต่น้อย ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของนางหยุดชะงักกลางอากาศ หมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษสาเนื้อดีจนแตกกระจายออกเป็นวงสีดำดุจหยาดเลือดในความเงียบงัน ดวงตาคู่คมของมือปราบหญิงกวาดมองเอกสารสำนวนคดีลักลอบค้าอาวุธยุทโธปกรณ์หลวงที่กองอยู่ตรงหน้า ตัวเลขบัญชีที่ถูกขีดฆ่า รายชื่อขุนนางระดับสูงที่หายสาบสูญอย่างเป็นปริศนา และร่องรอยการชำระสะสางพยานปากสำคัญทีละคน... ทุกคดีที่นางพยายามขุดคุ้ย ร่องรอยหลักฐานมักจะมุ่งตรงไปยังคลังสินค้าส่วนตัวขององค์ชายรองเสมอ แต่ทว่า ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยปัดกวาดเช็ดถูเส้นทางเหล่านั้นให้สะอาดเอี่ยมทุกครั้ง และมือคู่นั้น... ย่อมมิใช่ใครอื่น นอกจากบุรุษที่นั่งจิบชาอยู่ฝั่งตรงข้ามโต๊ะตัวนี้ "ท่านราชครูดูจะว่าง 26 วันนี้เป็นพิเศษกระมัง ถึงได้มีเวลามานั่งนับเม็ดฝนในศาลยุติธรรมของข้า" ฉินเหวินซวนเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นใต้น้ำ นางวางพู่กันลงอย่างช้าๆ เงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายโดยไม่มีความเกรงกลัว เซี่ยจื่อหลางมิได้รีบร้อนตอบ เขาวางถ้วยชาหยกเนื้อเนียนลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบาๆ กังวานก้องในห้องทำงานที่เงียบสงบ รอยยิ้มบางเบาที่มุมปากของเขาดูราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ประณีตบรรจง ทว่ากลับเยียบเย็นจนน่าขนลุก "ใต้เท้าฉินเข้าใจผิดแล้ว" เซี่ยจื่อหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟัง ทว่าแฝงความนัยอันลึกล้ำ "ข้าไม่ได้มานับเม็ดฝน... แต่ข้ากำลังรอเวลาที่หมากบนกระดานจะเดินมาถึงตาที่ข้าต้องขยับต่างหาก" ฉินเหวินซวนแค่นหัวเราะในลำคอเล็กน้อย นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานไม้จันทน์ที่กั้นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง ระยะห่างเพียงไม่กี่ชั่วยุคทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของคนทั้งคู่ปะทะกันอย่างเงียบเชียบ กลิ่นหมึกและชาผสมผสานกับความตึงเครียดทางอุดมการณ์ "หมากกระดานนี้ท่านเป็นคนเริ่มเดิน ตั้งแต่ท่านส่งเบี้ยตัวแรกเข้าไปในคดีทุจริตคลังเสบียงชายแดนแล้วไม่ใช่หรือ?" ฉินเหวินซวนหรี่ตาลง จ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาคู่สีดำสนิทที่ยากจะหยั่งถึงของชายหนุ่ม "ท่านต้องการโค่นอำนาจขององค์ชายรอง โดยใช้ศาลยุติธรรมเป็นดาบในมือท่าน ใช้ข้าเป็นเครื่องมือในการเปิดโปงความโสมมของราชสำนัก... ท่านคิดว่าข้าโง่เขลาถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" เซี่ยจื่อหลางเงยหน้าขึ้นสบตานาง แววตาของเขาไหววูบไปชั่วขณะราวกับผิวน้ำที่ถูกลมพัดผ่าน ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดุจห้วงสมุทรลึก เขาไม่ปฏิเสธ คำกล่าวหาของนางตรงประเด็นและเฉียบคมยิ่งนัก สมกับที่เป็นสตรีผู้ไต่เต้าขึ้นมาด้วยความสามารถล้วนๆ ในดินแดนที่ชายเป็นใหญ่ "เครื่องมือหรือ?" เซี่ยจื่อหลางทวนคำ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเย้าหยอกที่น่าโมโห "ใต้เท้าฉินประเมินตัวท่านเองต่ำเกินไปแล้ว หากท่านเป็นเพียงเครื่องมือ ไฉนเลยกระดานหยกชิ้นนี้จึงยังคงหมุนตามทิศทางที่ท่านต้องการได้เล่า? ท่านกับข้า... เราต่างหากที่เป็นผู้เล่นบนกระดานเดียวกัน เพียงแต่ท่านเลือกปกป้องความถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนข้า... เลือกกำจัดสิ่งที่กฎหมายเอื้อมไม่ถึง" "กฎหมายมีไว้เพื่อรักษาความยุติธรรม มิใช่ให้ท่านใช้เป็นข้ออ้างในการล้างแค้นส่วนตัว!" ฉินเหวินซวนตวาดกลับเสียงกร้าว ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว ความทรงจำเกี่ยวกับครอบครัวของเซี่ยจื่อหลางที่ถูกกวาดล้างเมื่อหลายปีก่อนผุดขึ้นมาในหัว นางรู้ดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของราชครูหนุ่มผู้นี้คืออะไร และนั่นคือสิ่งที่นางหวาดกลัวที่สุด—ความแค้นที่เปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจ "ความยุติธรรมที่ท่านเชื่อมั่น... เคยปกป้องมารดาของข้าได้หรือไม่?" เซี่ยจื่อหลางลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของเขาทำให้นางต้องแหงนมองเล็กน้อย ทว่าแววตาของเขากลับไม่มีความโกรธเคือง มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าเวทนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกอันเย็นชา "ใต้เท้าฉิน ท่านยึดมั่นในตัวบทกฎหมาย ราวกับมันคือกฎสวรรค์ แต่ท่านไม่เคยเห็นหยาดเลือดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกระดาษแผ่นนั้นเลย" เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วเรียวยาวราวกับหยกขาวเกือบจะสัมผัสลงบนปอยผมที่หลุดลุ่ยข้างขมับของนาง แต่ฉินเหวินซวนเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว สายตาของนางแข็งกร้าวขึ้น "อย่ามาแตะต้องตัวข้า" "ข้าไม่ได้จะทำร้ายท่าน" เซี่ยจื่อหลางชักมือกลับอย่างราบเรียบ "ข้าเพียงแต่จะบอกว่า... ทุกก้าวที่ท่านกำลังเดินอยู่ในตอนนี้ ล้วนเป็นทางที่ข้าเปิดไว้ให้ เพื่อไม่ให้ท่านต้องเดินไปเหยียบกับระเบิดที่องค์ชายรองวางดักรอไว้" คำพูดนั้นทำให้ฉินเหวินซวนชะงัก หัวใจของนางกระตุกวูบ "หมายความว่าอย่างไร..." ก่อนที่เซี่ยจื่อหลางจะทันได้เอ่ยคำใดตอบ ประตูห้องทำงานไม้สักก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหอบเหนื่อยขององครักษ์ประจำศาลยุติธรรมดังขึ้นทำลายความเงียบงัน "ใต้เท้าขอรับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์หนุ่มคุกเข่าลงด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด "คลังเก็บหลักฐานลับ... คลังเอกสารคดีทุจริตเมื่อสามปีก่อน ถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! และ... และในที่เกิดเหตุ... พบป้ายหยกประจำตัวของ... ของใต้เท้าฉินด้วยขอรับ!" ฉินเหวินซวนเบิกตากว้าง ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง นางหันขวับกลับไปมองหน้าเซี่ยจื่อหลางทันที ทว่าราชครูหนุ่มกลับไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย มุมปากของเขากลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่สยดสยองและชัดเจนที่สุดตั้งแต่พวกเขาเคยพบกันมา "ดูเหมือนว่า..." เซี่ยจื่อหลางโน้มตัวลงกระซิบข้างหูกลิ่นอายหอมจางๆ ของนาง น้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบจากยมทูต "หกระดานนี้... องค์ชายรองไม่ได้เดินพลาดตาเดียวอย่างที่พวกเราคิดเสียแล้วกระมัง" ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาและความลึกลับนี้ไปด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ หมอกเหมยปลายฤดู
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%