คราบโลหิตบนกริชเล่มนั้นไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับรอยแผลเป็นในใจของคนที่กุมชะตากรรมของแผ่นดินไว้ครึ่งซีก
"ใต้เท้าเซี่ย... ท่านกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินไปแล้ว"
ฉินเหวินซวนเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องลับใต้เรือนรับรอง แสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างแกะสลักลายเมฆา ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของราชครูหนุ่มผู้เยือกเย็น ราวกับภาพวาดพู่กันจีนที่ถูกละเลงด้วยหมึกสีเทาเข้ม เซี่ยจื่อหลางไม่ได้ขยับตัว เขายังคงนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แดง ปลายนิ้วเรียวยาวเคาะเบาๆ บนกระดานหยกขาวที่เรียงรายด้วยตัวหมากสีดำและขาวสลับกันอย่างซับซ้อน
ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันมามองนาง ชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีคำพูดใดหลุดรอดจากริมฝีปากของบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและกลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวเขา จนทำให้บรรยากาศรอบกายราวกับถูกบีบอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"อันตรายหรือ..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยจื่อหลาง ช่างเป็นรอยยิ้มที่ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดลึกล้ำที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความสมบูรณ์แบบ "ฉินเหวินซวน เจ้าคิดว่าโลกใบนี้มีความปลอดภัยให้เรายืนหยัดอยู่ด้วยความยุติธรรมอันบริสุทธิ์จริงหรือ? หรือเจ้าแค่มองไม่เห็นซากศพที่ปูลาดอยู่ใต้เท้าของพวกเรา"
คำพูดนั้นเฉียบคมราวกริชที่กรีดลงบนกลางใจ มือปราบหญิงชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววไหววูบชั่วพริบตาก่อนจะกลับมานิ่งสนิท นางก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะหยกอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนแทบจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรำไปคนละจังหวะ
อุดมการณ์ของนางคือตัวบทกฎหมายและความถูกต้องเที่ยงธรรม ทว่าอุดมการณ์ของเขาคือการใช้เล่ห์เหลี่ยมและอำนาจมืดเพื่อล้างแค้นให้กับตระกูลที่ถูกทำลายล้างเมื่อสิบปีก่อน ทั้งสองคนยืนอยู่คนละฟากฝั่งของศีลธรรม แต่อย่างไรก็ตาม... โชคชะตากลับเหวี่ยงพวกเขากลับมาติดอยู่ในหมากกระดานเดียวกันอย่างไร้ทางหลีกหนี
"ข้าไม่ได้มองไม่เห็นความเน่าเฟะของราชสำนัก" ฉินเหวินซวนกล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในตอนท้าย "แต่ถ้าข้าเลือกใช้วิธีเดียวกับท่าน... ยอมเหยียบย่ำชีวิตผู้บริสุทธิ์เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย แล้วข้ากับองค์ชายรองจะต่างกันตรงไหนเล่า?"
เซี่ยจื่อหลางแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เขาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงโปรดปรานก้าวเข้ามาประชิดตัวนางอย่างรวดเร็ว จนกลิ่นอายบุรุษและกลิ่นจันทร์หอมประจำตัวโชยเข้าแตะจมูก
"ผู้บริสุทธิ์งั้นหรือ?" เซี่ยจื่อหลางก้มลงกระซิบข้างใบหูของนาง เสียงของเขาแหบพร่าและเต็มไปด้วยรอยร้าวที่ยากจะประสาน "ในคืนที่ตระกูลเซี่ยของข้าถูกประหารเจ็ดชั่วโคตรอย่างไร้ความผิด ข้าก็เคยถามคำถามเดียวกันนี้กับสวรรค์... เจ้าคิดว่ามีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเด็กชายวัยสิบขวบที่นั่งกอดศพมารดาในกองเพลิงบ้างไหม, ฉินเหวินซวน?"
ความเงียบเข้าปกคลุมทั่วห้องอีกครั้ง หนักหน่วงเสียยิ่งกว่าขุนเขา
ฉินเหวินซวนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ในดวงตาคู่สวยนั้นสะท้อนเงาความร้าวรานของเขาอย่างชัดเจน นางเข้าใจแล้ว... ความเย็นชา ความไร้หัวใจ และเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวทั้งหมดที่เซี่ยจื่อหลางแสดงออกมา แท้จริงแล้วเป็นเพียงเกราะป้องกันเศษซากจิตวิญญาณที่แตกสลายของเขาเท่านั้น มือเรียวบางของนางค่อยๆ เอื้อมออกไป ปลายนิ้วแตะลงบนแขนเสื้อผ้าแพรเนื้อดีของเขาอย่างแผ่วเบา เป็นการสัมผัสที่ไร้ซึ่งการคุกคาม แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้ลมหายใจของราชครูหนุ่มสะดุดกึก
"ท่านไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว..." เสียงกระซิบของนางนุ่มนวล ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา
เซี่ยจื่อหลางชะงักงัน ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหล "ซ่าน" เข้ามาในหัวใจที่ด้านชามานานนับปี เขามองสตรีตรงหน้า ผู้ซึ่งยืนหยัดต่อสู้กับความมืดมิดเคียงบ่าเคียงไหล่กับเขาอย่างไม่เกรงกลัว ท่ามกลางความตึงเครียดทางการเมืองและความตายที่รายล้อม หัวใจที่ปิดตายของเขากลับเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง
ทว่า ก่อนที่บรรยากาศลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่จะทันได้คลี่คลาย เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของยามวิกาลก็ดังขึ้นกะทันหันจากทางระเบียงด้านนอก!
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังมุ่งตรงมายังห้องลับแห่งนี้ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์ประจำตัวที่หน้าประตู "ใต้เท้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว พยานปากเอกในคดีทุจริตคลังหลวงถูกลอบสังหารเสียชีวิตคาห้องขัง และ... ทางนั้นพบตราประทับประจำตัวของท่านตกอยู่ในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้พะยะค่ะ!"
เซี่ยจื่อหลางและฉินเหวินซวนหันขวับไปมองหน้ากันทันที ประกายตาสะท้อนความตระหนกที่แฝงไว้ด้วยความเยือกเย็น นี่ไม่ใช่แค่การใส่ร้ายป้ายสีธรรมดา แต่เป็นกับดักระดับปรมาจารย์ที่ถูกขุดหลุมรอไว้ล่วงหน้าเพื่อรวบอำนาจทั้งหมดของราชครูในคราเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตรงนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 9
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!