กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับกลิ่นคาวสนิมจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องลับใต้ดินของสำนักงานมือปราบ ฉินเหวินซวนไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายพู่กันในมือยังคงค้างอยู่เหนือกระดาษสา สีหน้าของนางเรียบนิ่งราดด้วยน้ำแข็ง ทว่าดวงตาหงส์กลับหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเสี้ยว เมื่อสายตากวาดผ่านบัญชีรายชื่อลับที่เพิ่งถูกค้นพบใต้พื้นกระดานไม้
"เจ้าตรวจดูบัญชีเล่มนี้ดีแล้วหรือยัง, จื่อหลาง?"
น้ำเสียงของฉินเหวินซวนราบเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่เอ่ยชื่อบุรุษผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า เซี่ยจื่อหลางมิได้ตอบคำถามในทันที ราชครูหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ โคมไฟทองเหลืองในมือส่องให้เห็นเงาทอดยาวทาบทับร่างของทั้งคู่ ปลายนิ้วเรียวยาวของเขายื่นไปแตะรอยประทับตราลับบนกระดาษแผ่นนั้น รอยประทับรูป ‘ดอกเหมยสามกลีบ’ ที่ปรากฏอยู่มุมล่าง เป็นสัญลักษณ์เด่นชัดของหน่วยสืบสวนภายใน—หน่วยงานที่ควรจะจงรักภักดีต่อราชสำนักและอยู่ใต้การควบคุมของนางโดยตรง
"รอยประทับนี้ไม่ได้ถูกปลอมแปลง" เซี่ยจื่อหลางเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเยียบเย็น บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ลายมือสะบัดหักมุมแบบนี้ มีเพียงคนเดียวในศาลยุติธรรมที่ใช้พู่กันขนหางหมาป่าปลายกุดเช่นนี้... ใต้เท้าซ่ง ผู้ช่วยมือขวาที่เจ้าไว้วางใจนักหนา"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ ราวกับอากาศถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ฉินเหวินซวนสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นคลื่นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก นางไม่ได้ตกใจที่หน่วยงานของตนถูกแทรกซึม แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจกระตุกวาบคือความจริงที่ว่า หนอนบ่อนไส้ตัวนี้อยู่ใกล้ชิดเสียจนนางมองข้ามสัญญาณเตือนภัยทั้งหมดไป
"เขาขายข้อมูลการเคลื่อน 10 ขบวนพัสดุหลวงให้ฝ่ายองค์ชายรอง เพื่อแลกกับตั๋วเงินสิบลำดับ" ฉินเหวินซวนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก แต่นัยน์ตากลับไร้ซึ่งความขบขัน "ช่างตีราคาชีวิตขุนนางตงฉินได้ถูกยิ่งนัก"
"คนทรยศมักมีเหตุผลให้ตัวเองเสมอ ไม่ใช่เพราะความโลภ ก็เพราะความกลัว" เซี่ยจื่อหลางก้าวเข้าไปประชิดตัวนางอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างกาย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า "แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ... เขารู้ได้อย่างไรว่าเรากำลังตามหาบัญชีเล่มนี้ที่เรือนพักแรมเก่า?"
คำถามนั้นราวกับเข็มเล่มเล็กที่ทิ่มแทงเข้ากลางใจ ฉินเหวินซวนเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ทันใดนั้น ความตระหนักรู้บางอย่างก็แล่นริ้วผ่านสมอง นางและเซี่ยจื่อหลางวางแผนนี้เป็นความลับสูงสุด มีเพียงคนในหน่วยสืบสวนสามคนที่รู้เรื่องสถานที่เก็บเอกสาร หากไม่ใช่เพราะซ่งจื้อหยวนมีตาสัปะหลอด ก็ต้องแปลว่า... *ยังมีคนระดับสูงกว่านั้นชักใยอยู่เบื้องหลัง*
"เขากำลังส่งสัญญาณ" ฉินเหวินซวนพึมพำ ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยสัญชาตญาณนักล่า "ซ่งจื้อหยวนเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้บนกระดาน เพื่อดึงความสนใจของเราให้พุ่งเป้าไปที่การชำระสะอาดย่อยๆ ภายในศาลยุติธรรม ในขณะที่ปลาตัวใหญ่กำลังฉวยโอกาสนี้โยกย้ายหลักฐานสำคัญชิ้นสุดท้ายไปยังจวนองค์ชายรอง"
เซี่ยจื่อหลางยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาที่เย็นชา "เจ้ากับข้าคิดตรงกัน... น่าสนุกเสียจริง ดูท่าว่าหมากกระดานนี้จะพลิกผันเร็วกว่าที่คาดไว้"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าฝรุบฝรัปอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากทางเดินมืดทึบเบื้องนอก ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวสามครั้งซ้อน ซึ่งเป็นรหัสฉุกเฉินที่ใช้เฉพาะยามเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ฉินเหวินซวนขมวดคิ้วมุ่น นางส่งสัญญาณมือให้เซี่ยจื่อหลางถอยไปอยู่ในมุมเงา ก่อนจะก้าวไปปลดกลอนประตูอย่างระแวดระวัง
ร่างของอาเฉิน ลูกน้องคนสนิทพุ่งพรวดเข้ามาในห้อง ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มกรอบหน้า หอบหายใจรุนแรงจนแทบพูดไม่เป็นคำ
"ใต้เท้า... เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!" อาเฉินละล่ำละลักรายงาน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "เมื่อครู่นี้... จู่ๆ ซ่งจื้อหยวนก็ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ลานประหารหลังศาลยุติธรรม สภาพศพ... สภาพศพถูกควักดวงตาออกทั้งสองข้าง และในมือของเขากำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น ข้าพยายามแกะดูพบว่าเป็น... ป้ายหยกประจำตัวของท่านราชครูขอรับ!"
สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศภายในห้องลับก็เย็นเยียบลงจนถึงจุดเยือกแข็ง
ฉินเหวินซวนหันขวับกลับไปมองหน้าเซี่ยจื่อหลางทันที ดวงตาทั้งคู่ประสานกันในความมลทนี่น่าหวาดหวั่น นี่ไม่ใช่แค่การทรยศธรรมดา แต่มันคือ "กับดักมรณะ" ที่จงใจป้ายสีความผิดฐานฆ่าปิดปากมาให้ราชครูหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล เพื่อตัดแขนตัดขาของฝ่ายองค์รัชทายาทในคราเดียว
ทว่า ในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด เซี่ยจื่อหลางกลับหลุดหัวเราะออกมาเบื้องต่ำ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยจิตสังหารแผ่ซ่านไปทั่วห้อง เขาเอื้อมมือไปหยิบป้ายหยกจำลองที่อาเฉินนำมาส่งต่อ แล้วพลิกดูมันด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังชมงานศิลปะชิ้นเอก
"ช่างเป็นการต้อนรับที่เร่าร้อนเสียจริง..." เซี่ยจื่อหลางเอ่ยพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ในเมื่อพวกเขาอยากเล่นเกมกระดานหยกนี้กับเรานัก ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะกินเบี้ยตัวนี้ให้ดู... ไปกันเถอะ เหวินซวน ไปดูซิว่าใครเป็นคนส่งศพนี้มา"
ขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปมปริศนาอันลึกล้ำนี้ไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 10
ศัตรูในคราบมิตร
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!