กลิ่นหมึกจีนชั้นดีผสมผสานกับความเย็นเยียบของไม้จันทน์หอมโชยกรุ่นอยู่ในห้องทรงอักษรส่วนตัว—สถานที่ซึ่งน้อยคนนักจะมีโอกาสได้ย่างกรายเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ฉินเหวินซวนยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเขียนหนังสือไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร ดวงตากลมโตคู่คมกริบไม่ได้ทอดมองแผ่นกระดาษสารพัดฎีกาที่กองระเกะระกะ หากแต่จับจ้องไปยังร่างสูงสง่าของบุรุษผู้กุมอำนาจเงาแห่งราชสำนัก เซี่ยจื่อหลาง ในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงิน เขากำลังตวัดพู่กันเขียนตัวอักษรลงบนกระดาษเซวียนจื่อด้วยจังหวะที่มั่นคงและเชื่องช้า ราวกับโลกภายนอกที่กำลังปั่นป่วนด้วยคดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ ไม่ได้สร้างความระคายเคืองต่อสมาธิอันลึกล้ำของเขาแม้แต่น้อย
"เจ้ามาช้าไปหนึ่งเค่อ, ใต้เท้าฉิน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าขึ้นมอง ปลายพู่กันยังคงลากเส้นสายตัวอักษร 'ความยุติธรรม' อย่างประณีต ทว่าแฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านออกมาในอากาศ
"คดีที่ศาลยุติธรรมมีแฟ้มเอกสารต้องสะสางก่อนที่ข้าจะก้าวเท้าออกมา ราชครูเซี่ยเองก็คงทราบดีว่าความยุติธรรมไม่เคยรอเวลาให้ใครมาจัดสรรตามอำเภอใจ" เหวินซวนตอบกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น แม้จะรู้ดีว่าเบื้องหน้าตนคือผู้มีอิทธิพลที่สามารถบันดาลให้ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ตกม้าตายได้ในชั่วข้ามคืน
เซี่ยจื่อหลางหยุดมือลงชั่วขณะ เขาค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหินอิงต้วน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาคมปลาบดุจเหยี่ยวคู่นั้นกวาดสำรวจร่างบางในชุดขุนนางสีเข้มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักราคาของหมากตัวนี้บนกระดานที่เขาเป็นผู้ชักใย
"ปากคอเราะรายเช่นเคย... น่าเสียดายที่ความตรงฉากตรงโคนของเจ้า มักจะนำพาปัญหามาให้เร็วกว่าผลงาน" มุมปากหยักลึกยกยิ้มเยียบเย็น ไร้ซึ่งความอบอุ่น "นั่งลงสิ ข้ามิได้เรียกเจ้ามาเพื่อฟังคำอวดอ้างเรื่องความขยันขันแข็งของศาลยุติธรรม"
เหวินซวนมิได้แสดงอาการหวาดหวั่น นางก้าวเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เนื้อแข็งฝั่งตรงข้ามอย่างสง่างาม แผ่นหลังตั้งตรงดั่งต้นสนในฤดูเหมันต์ มือเรียวบางประสานกันไว้ที่ตักอย่างสำรวม "ราชครูมีคำสั่งลับอันใด ถึงขั้นต้องใช้วิธีเรียกตัวข้ามาในยามวิกาลเช่นนี้ หรือว่า... หลักฐานคดีทุจริตคลังเสบียงชายแดนเริ่มสาวมาถึงคนใกล้ชิดของพระองค์แล้ว"
คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกยิ่งกว่าเดิม เซี่ยจื่อหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย ประกายตาวับวามด้วยความสนใจระคนระวังภัย บุตรีอดีตขุนนางผู้ตกยากผู้นี้ไม่เพียงแต่มีความสามารถในการไขคดี แต่ยังมีความกล้าหาญที่จะหยิบคมดาบขึ้นมาจ่อคอหอยเขาอย่างไม่เกรงกลัว
"เจ้าฉลาดเกินไป, ใต้เท้าฉิน... และความฉลาดมักมีอายุสั้น หากไม่รู้จักใช้ให้ถูกจังหวะ" เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลังนาง ระยะห่างระหว่างทั้งสองลดลงจนเหวินซวนได้กลิ่นอายจางๆ ของชาผู่อ่อร์ผสมกับความเย็นเยียบอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขา
เซี่ยจื่อหลางโน้มตัวลงเล็กน้อย ริมฝีปากหยักกระซิบอยู่ข้างใบหูของนางด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม "คดีทุจริตคลังเสบียง... ข้ามิได้ใส่ใจว่าผู้ใดจะกุมหางของมันอยู่ แต่สิ่งที่ข้าสนใจในตอนนี้ คือหลักฐานชิ้นที่สามที่หายไปจากจุดเกิดเหตุเมื่อคืนวาน... ซึ่งข้ามั่นใจว่า มันไม่ได้อยู่ในมือของคนขององค์ชายรอง"
เหวินซวนสะท้านในอกเล็กน้อย แต่รักษาสีหน้าให้เรียบเฉยได้อย่างแนบเนียน นางหันกลับไปสบตากับเขาในระยะประชิด ดวงตาทั้งสองคู่ประสานกันราวกับคมดาบปะทะกับโล่เหล็ก ไม่มีใครยอมหลบสายตา
"ข้าไม่รู้ว่าราชครูพูดถึงสิ่งใด หลักฐานทุกชิ้นถูกส่งมอบให้ศาลยุติธรรมตรวจสอบตามขั้นตอนทางกฎหมายสิ้น..."
"โกหก" เซี่ยจื่อหลางสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงพลังกดดันให้หัวใจของหญิงสาวเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ "แววตาของเจ้าเมื่อครู่ฟ้องว่าเจ้าซ่อนมันไว้... ใต้เท้าฉิน เจ้าคิดจะเล่นเกมอันใดกันแน่? คิดจะใช้คดีนี้เป็นเครื่องมือต่อรองกับข้าอย่างนั้นหรือ?"
"ถ้าข้าคิดจะต่อรอง ท่านคงไม่ได้เห็นหน้าข้าในห้องนี้อย่างสงบเช่นนี้หรอกเพคะ" เหวินซวนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ตอบกลับด้วยความเยือกเย็นที่สร้างความประหลาดใจให้แก่ราชครูหนุ่ม "ข้าเป็นข้าราชการของฮ่องเต้ หน้าที่ของข้าคือความจริงและความยุติธรรม ไม่ใช่การเป็นหมากในกระดานอำนาจของใครหน้าไหน... แม้แต่ผู้ที่มีอำนาจล้นฟ้าเช่นท่านก็ตาม"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทรงอักษรชั่วขณะ เคมีอันตึงเครียดระหว่างคนทั้งสองพุ่งทะยานถึงขีดสุด ความแตกต่างทางอุดมการณ์ที่ชัดเจนราวขาวกับดำ ทว่ากลับดึงดูดกันและกันด้วยความฉลาดและเล่ห์เหลี่ยมที่ทันกันอย่างน่าประหลาด เซี่ยจื่อหลางจ้องมองใบหน้านวลเนียนที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจนั้น ความรู้สึกบางอย่างที่แปลกแยกกำลังก่อตัวขึ้นในใจของบุรุษผู้ไม่เคยชายตามองสตรีใด
"ดี... ดีมาก" เซี่ยจื่อหลางแค่นหัวเราะในลำคอ แววตาฉายแววท้าทาย "ในเมื่อเจ้าเชื่อมั่นในความยุติธรรมนัก ข้าก็จะให้โอกาสเจ้าได้พิสูจน์ตัวเอง..."
เขายื่นมือไปหยิบกล่องไม้ประดับหยกเขียวชำรุดชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากลิ้นชักลับบนโต๊ะ แล้ววางมันลงตรงหน้าเหวินซวน เสียงกระทบเบาๆ ของไม้กับโต๊ะดังสะท้อนก้องในความเงียบ
"นี่คือของต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของบิดาข้า... และมันถูกพบในที่เกิดเหตุคดีฆาตกรรมล่าสุดที่ศาลยุติธรรมของเจ้ากำลังทำสำนวนอยู่"
ดวงตากลมโตของเหวินซวนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย นางก้มลงมองกล่องไม้สลักลายหงส์เหิรที่คุ้นตา ทันใดนั้น ความทรงจำจากสำนวนคลับคล้ายคลับคลาเมื่อสิบปีก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว—ตราประทับประจำตระกูลเซี่ยที่หายสาบสูญไปพร้อมกับการตายอย่างมีเงื่อนงำของอดีตราชครู!
เซี่ยจื่อหลางโน้มตัวลงกระซิบชิดริมฝีปากของนาง น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังและเย็นเยียบจนน่าขนลุก
"หากเจ้าอยากรู้ความจริงเบื้องหลังอำนาจมืดทั้งหมด จงไขปริศนาในกล่องนี้ให้ได้ก่อนรุ่งสาง... มิฉะนั้น คนที่จะกลายเป็นศพรายต่อไปในศาลยุติธรรม จะไม่ใช่ใครอื่น... แต่อาจเป็นตัวเจ้าเอง"
เหวินซวนยังไม่ทันได้เอ่ยปากโต้แย้งสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกะทันหันที่บริเวณระเบียงด้านนอก พร้อมกับเสียงตะโกนก้องขององครักษ์ประจำพระองค์
"ใต้เท้าเซี่ย! องค์ชายรองเสด็จมาถึงหน้าเรือนแล้วพ่ะย่ะค่ะ!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 2
เผชิญหน้าในห้องทรงอักษร
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!