"ใต้เท้าเซี่ยกำลังใช้คนเป็นหมาก… หรือใช้ข้าเป็นเบี้ยที่พร้อมจะถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์กันแน่คะ"
น้ำเสียงของฉินเหวินซวนราบเรียบ เย็นเยียบ และเจือไปด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปาก นางไม่ได้ก้าวถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว ยามเมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในราชสำนัก ณ ห้องหนังสือส่วนตัวที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานราคาแพงและกลิ่นหมึกจีนชั้นดี แสงตะเกียงน้ำมันหอมระเหยสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านหน้าต่างแกะสลัก ทอดเงาทอดยาวของเซี่ยจื่อหลางให้ทาบทับลงมาบนร่างบางราวกับตาข่ายที่ค่อยๆ รัดตรึง
เซี่ยจื่อหลางไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากฎีกาลับในมือ ปลายพู่กันขนหมาป่าในมือของเขายังคงลากเส้นอักษรอย่างมั่นคงและงดงามราวกับงานศิลปะ เขาปล่อยให้ความเงียบงันทำหน้าที่บีบอัดอากาศในห้องอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะวางพู่กันลงบนแท่นหินอย่างช้าๆ
"แม่นางฉินเข้าใจผิดแล้ว" น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่เยียบเย็นจนน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่เงยขึ้นสบตา นาง "ข้ามิได้มองท่านเป็นเบี้ย… แต่ท่านคือหมากตัวสำคัญ ที่ข้าอยากรู้ว่าจะมีปัญญาเดินข้ามกระดานนี้ไปได้สักกี่ตาต่างหาก"
แฟ้มคดีปกหนังสีคล้ำถูกเลื่อนมาตรงหน้าเหวินซวน เอกสารด้านในกระจัดกระจายเล็กน้อย บ่งบอกถึงความรีบร้อนในการรวบรวม
"คดีคนหายสามรายซ้อนในเขตเมืองใต้" เหวินซวนก้มมองตัวอักษรหมึกแห้งบนกระดาษสาโดยไม่ต้องหยิบขึ้นมาพลิกดู นางย่อมรู้ดีว่าคดีนี้สร้างความปั่นป่วนให้แก่ศาลยุติธรรมเพียงใด "คนหายเหล่านี้ล้วนเป็นบุตรชายของขุนนางชั้นผู้น้อยที่ไม่มีอำนาจต่อรอง ไร้เบาะแส ไร้ร่องรอย ราวกับระเหยกลายเป็นอากาศธาตุ… นี่ไม่ใช่คดีคนหายธรรมดาแน่"
"ฉลาดมาก" เซี่ยจื่อหลางมุมปากกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา "แต่ความฉลาดบนหน้ากระดาษ ไม่เท่ากับเลือดเนื้อและความเป็นจริง คดีนี้อยู่ในมือของมือปราบกรมอาญามาครึ่งเดือนแล้ว แต่พวกเขากลับคว้าน้ำเหลว หากท่านมั่นใจนักว่ากฎหมายและความยุติธรรมของท่านเที่ยงตรงนัก ข้าให้เวลาท่านสามวัน… จงหาตัวพวกเขากลับมาให้พบ ไม่เช่นนั้น ข้าจะถือว่าข้อเสนอเรื่องการร่วมมือกันสืบสวนคดีลับขององค์ชายรอง เป็นเพียงลมปากของสตรีที่อวดดีคนหนึ่งเท่านั้น"
นี่คือการทดสอบ… และเป็นการกดดันที่ไร้ความปรานี
เหวินซวนสูดลมหายใจเข้าลึก3 เพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกคุกรุ่นในอก นางเกลียดการถูกหยิบยื่นเงื่อนไขโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ ยิ่งเป็นคำสั่งจากบุรุษเจ้าเล่ห์ผู้นี้ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ศักดิ์ศรีในฐานะมือปราบหญิงแห่งศาลยุติธรรมร่ำร้องให้ต้องเอาชนะให้จงได้
"สามวัน… ย่อมได้ค่ะใต้เท้า" เหวินซวนเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างไร้ความหวาดหวั่น ประกายตาของนางคมปลาบไม่แพ้กัน "แต่หากข้าทำสำเร็จ สิ่งที่ท่านต้องแลกเปลี่ยน ไม่ใช่เพียงแค่ข้อมูลขององค์ชายรอง… แต่ท่านต้องตอบคำถามข้ามาหนึ่งข้อ โดยไม่มีการบิดพลิ้ว"
เซี่ยจื่อหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มที่มุมปากจางหายไปแทนที่ด้วยความสนใจที่ฉายชัดขึ้นในแววตา คาดไม่ถึงว่าสตรีตรงหน้าจะไม่เพียงแต่รับคำท้า แต่ยังกล้าต่อรองเงื่อนไขกับเขา ซึ่งมีน้อยคนนักที่จะกล้าทำเช่นนี้
"ตกลง" เขาเอ่ยสั้นๆ ก่อนจะผายมือไล่ "เชิญแม่นางฉินเริ่มเดินหมากตาแรกของท่านได้… หวังว่าท่านจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังจนเกินไปนัก"
เหวินซวนแค่นเสียงในลำคอเบาๆ นางคว้าแฟ้มคดีบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะโค้งคำคารวะตามธรรมเนียม ทิ้งให้เซี่ยจื่อหลางมองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปจากกรอบประตูด้วยแววตาที่ลุ่มลึกและซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดา
กลิ่นอายความเย็นยะเยือกของค่ำคืนโรยตัวปกคลุมเมืองหลวง ทว่าสำหรับเหวินซวนแล้ว เวลาสามวันคือนาฬิกาทรายที่กำลังไหลรินอย่างรวดเร็ว นางตรงกลับมายังเรือนพัก ทบทวนรายละเอียดในแฟ้มคดีทีละบรรทัด ชื่อของเหยื่อทั้งสามคนถูกกากบาทด้วยหมึกสีแดง ทว่าสายตาของนางกลับไปสะดุดเข้ากับรายละเอียดปลีกย่อยที่มือปราบกรมอาญามองข้าม—จุดเริ่มต้นที่เหยื่อหายตัวไปล้วนอยู่ใกล้กับ "หออักษรจันทรา" ซึ่งเป็นกิจการลับในเครือข่ายของตระกูลขุนนางใหญ่ที่สนับสนุนองค์ชายรอง
เท้าเรียวก้าวออกจากเรือนพักในยามวิกาล มุ่งหน้าสู่หออักษรจันทราที่ปิดเงียบ ทว่าทันทีที่นางลอบปีนกำแพงผ่านเข้ามายังลานด้านหลัง ความเงียบงัดอันผิดปกติก็ทำให้สัญชาตญาณมือปราบกรีดร้องเตือนภัย
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยมาแตะนาสิก ปะปนกับกลิ่นหอมหวานของดอกไม้ยามค่ำคืน
เหวินซวนชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเงียบเชียบ ฝีก้าวเบาดั่งแม่ายย่างกรายเข้าใกล้ห้องเก็บตำราที่แสงไฟลอดผ่านรอยแตกของประตู นางผลักบานประตูดักฟังเสียงภายใน ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่ร่องรอยของคนหาย แต่เป็นร่างไร้ลมหายใจของพยานปากเอกในคดี—ชายชราชุดเทาผู้ดูแลหออักษร—ที่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น โดยที่มือเหี่ยวเฉายังคงกำกระดาษแผ่นหนึ่งไว้แน่นสนิท
นางรีบก้าวเข้าไปคุกเข่าลงข้างศพ แกะนิ้วที่แข็งทื่อของผู้ตายออกเพื่อหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนหวาดหวั่น
มันไม่ใช่หลักฐานที่นำไปสู่คนหาย… แต่มันคือรายชื่อสายลับในศาลยุติธรรม และหนึ่งในนั้น… มีลายมือประทับตราประจำตัวของใต้เท้าเซี่ยจื่อหลางรวมอยู่ด้วย!
ยังไม่ทันที่เหวินซวนจะได้คิดหาเหตุผล เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของคนจำนวนมากก็กำลังพรูเข้ามาล้อมรอบเรือนหลังนี้จากทุกสารทิศ พร้อมกับเสียงตะโกนก้องที่ดังขึ้นจากด้านนอกว่า
"มีคนบุกรุก! จับมือปราบฉินที่ลอบสังหารพยานไว้!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 3
หมากตาแรกที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!