กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในห้องโถงอับทึบของศาลหลวงไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่ากับความเงียบงันที่กดทับอยู่
ฉินเหวินซวน ปรับลมหายใจให้สม่ำเสมอ นิ้วเรียวยาวภายใต้ถุงมือหนังสีเข้มแตะลงบนชีพจรที่หยุดเต้นสนิทของใต้เท้าจาง เจ้ากรมพิธีการ ร่างไร้วิญญาณนั้นทรุดพับอยู่หน้าโต๊ะทำงาน เอกสารราชการลับนับร้อยฉบับกระจัดกระจายราวกับถูกรื้อค้นอย่างบ้าคลั่ง ทว่าสิ่งดึงดูดสายตาของนางหาใช่ร่องรอยการต่อสู้ไม่ หากแต่เป็นรอยกระบี่ที่ปักลึกลงบนกึ่งกลางหน้าอก—แม่นยำ ไร้ความลังเล และทิ้งร่องรอยวิชาชีพชั้นสูงที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี
"จัดฉากได้แนบเนียนยิ่งนัก"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบราวน้ำค้างแข็งดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง ฉินเหวินซวนไม่แม้แต่จะสะดุ้ง นางเพียงชำเลืองสายตาไปยังร่างสูงโปร่งที่ก้าวออกมาจากเงาเสาไม้จันทน์หอม เซี่ยจื่อหลาง ในชุดคลุมขุนนางสีม่วงเข้มปักลายเมฆา ปลายชายผ้าสะอาดสะอ้านตัดกับความสกปรกโสมมของคดีฆาตกรรมเบื้องหน้าอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอดมองศพด้วยความเรียบเฉย ราวกับสิ่งที่เห็นเป็นเพียงเศษใบไม้ร่วงหล่น มิใช่ชีวิตของขุนนางผู้ใหญ่
"ใต้เท้าเซี่ยมาเร็วกว่าที่กฎของศาลยุติธรรมกำหนดไว้ถึงเค่อหนึ่ง" ฉินเหวินซวนลุกขึ้นยืนช้าๆ ความสูงของนางไม่ได้ทำให้ต้องแหงนมองอีกฝ่ายมากนัก แววตาของนางนิ่งสงบ ทว่าประกายในดวงตากลับคมปลาบราวใบมีด "หรือท่านทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าใต้เท้าจางจะหมดลมหายใจในคืนนี้"
เซี่ยจื่อหลางยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา คู่นั้นฉายแววขบขันแกแกมหยัน "ใต้เท้าฉินกล่าวหาข้ารุนแรงเกินไปแล้ว ข้าเพียงแต่... ได้กลิ่นความอับชื้นของเอกสารลับที่รั่วไหล และบังเอิญเดินตามรอยเท้าของท่านมาก็เท่านั้น" เขาหยุดยืนห่างจากนางเพียงก้าวเดียว กลิ่นอายบุรุษเจือจางด้วยกลิ่นหมึกชั้นดีและชาไป๋ห่าวอิ๋นเจินโชว์เข้าจมูก "อีกอย่าง... รอยแผลที่แทงทะลุปอดนั้น ใช้กระบวนท่า 'เมฆาไร้ลักษณ์' ของสำนักมือปราบศาลยุติธรรมมิใช่หรือ? คนนอกไหนเลยจะลงมือได้แนบเนียนเช่นนี้"
คำกล่าวหาพุ่งตรงมาอย่างไร้ความเกรงใจ ฉินเหวินซวนไม่แสดงอาการโกรธเกรี้ยว นางเลือกที่จะใช้ความเงียบสยบความเร่ง
ดวงตากลมโตสำรวจสำรับชาบนโต๊ะที่มีรอยคราบชาแห้งกรัง รอบเปื้อนของน้ำชาไม่ได้หกกระจัดกระจาย แต่ถ้วยกลับคว่ำลงอย่างไร้ระเบียบ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ฉับพลัน แต่เป็นการฆ่าล้างเพื่อปิดปากที่มีการเจรจาก่อนลงมือ
"ใต้เท้าจางกำลังจะถวายฎีกาลับเรื่องการยักยอกเสบียงทัพขององค์ชายรองในวันพรุ่งนี้" ฉินเหวินซวนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำหนักแน่นราวตอกหมุด "คนของศาลยุติธรรมไม่มีเหตุผลต้องทำลายพยานปากเอกของตนเอง แต่คนที่ร้อนรนที่สุด... ย่อมเป็นผู้ที่กำลังจะสูญเสียอำนาจ"
เซี่ยจื่อหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มจางหายไปจากใบหน้าหล่อเหลา ทว่าแววตากลับลุ่มลึกขึ้นจนยากจะหยั่งถึง "ใต้เท้าฉิน ฉลาดเฉลียวสมคำร่ำลือ... แต่บางครั้ง ความฉลาดก็มักพาให้คนเราอายุสั้นโดยไม่รู้ตัว"
เขายื่นมือออกไป ปลายนิ้วแตะลงที่ขอบกระดาษแผ่นหนึ่งที่ร่วงหล่นอยู่ใกล้เท้าของนาง ก่อนจะดันมันให้พ้นจากกองเลือด
ฉินเหวินซวนก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น หัวใจกระตุกวูบเล็กน้อย มันไม่ใช่เอกสารราชการ แต่เป็นตราประทับประจำตัวของ 'เซี่ยจื่อหลาง' ที่ถูกซ่อนไว้ใต้กองฎีกาของเหยื่อ
ทว่า... ก่อนที่นางจะได้เอ่ยปากซักถามสิ่งใด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ก็ดังขึ้นกึกก้องที่โถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับแสงคบเพลิงที่สาดส่องเข้ามาจนสว่างวาบไปทั่วห้อง
"ใต้เท้าเซี่ย! ใต้เท้าฉิน! ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ปิดล้อมศาลหลวง!" เสียงตะโกนของราชองครักษ์พิทักษ์ประตูวังหลวงดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของทหารยามที่พรูเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาทั้งสองไว้
เซี่ยจื่อหลางหันไปมองทางประตูที่กำลังถูกปิดตาย แววตาไหววูบเพียงเสี้ยววินาที—ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของฉินเหวินซวน แผ่วเบาราวเสียงกระซิบของสายลมแต่เย็นยะเยือกถึงขั้วหัวใจ
*"ดูเหมือนว่า... หกระดานนี้จะมีคนแอบเปลี่ยนหมากโดยที่เราไม่ทันตั้งตัวเสียแล้ว ใต้เท้าฉิน... ท่านจะเดินหมากตานี้อย่างไรต่อดี?"*
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งเกมการเมืองอันลึกล้ำนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — หมอกเหมยปลายฤดู
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 1
กลิ่นเลือดในศาลหลวง
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!