คราบเลือดบนผนังศาลต้าหลี่แห้งกรังเป็นสีคล้ำ ทว่ากลิ่นสนิมเหล็กจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในความอับชื้นของคุกใต้ดิน แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของฉินเหวินซวน นางไม่ได้สนใจความเย็นยะเยือกที่กัดกินปลายนิ้ว สิ่งที่ดึงดูดสายตาคู่คมกริบของมือปราบหญิงคือรอยเลือดประโยคนั้น—*'หมากตานี้... ราชครูเป็นฝ่ายเดินผิดเอง'*
ตัวอักษรแต่ละตัวบิดเบี้ยวด้วยแรงเฮือกสุดท้ายของผู้ตาย ทว่าสติสัมปชัญญะของผู้เขียนกลับมั่นคงเกินกว่าจะเป็นคำเพ้อเจ้อก่อนสิ้นใจ
"เจ้าคิดว่า 'ราชครู' ในความหมายของเขา คือใครกันแน่... ฉินเหวินซวน"
น้ำเสียงทุ้มต่ำคุ้นหูดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง เซี่ยจื่อหลางก้าวออกมาจากเงาอับชื้นของผนังหิน อาภรณ์สีม่วงเข้มปักดิ้นเงินของราชครูหนุ่มดูตัดกับบรรยากาศโสมmของคุกใต้ดินอย่างสิ้นเชิง ดวงตาคู่คมของเขาพินิจพิเคราะห์รอยเลือดบนผนัง ก่อนจะเบนมาสบตานิ่งกับนาง คล้ายกำลังอ่านกระดานหมากที่นางเป็นผู้ถือหมากขาว
ฉินเหวินซวนไม่ถอยหลังหนีแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยืดตัวขึ้นจากท่าคุกเข่า ปัดเศษฝุ่นที่ชายเสื้อเบาๆ อย่างใจเย็น "ใต้เท้าเซี่ยมีความสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าเก่งกาจถึงเพียงนี้ ตั้งแต่คดีสะเทือนขวัญเมื่อสามปีก่อน จนถึงนักโทษที่ถูกปิดปากคนนี้... ท่านมักจะมา 'ตรวจราชการ' ในที่อับชื้นเช่นนี้เสมอ จนข้าเริ่มสงสัยแล้วว่า ท่านกำลังตามหาความจริง หรือกำลังตามเก็บกวาดร่องรอยกันแน่ค่ะ"
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของเซี่ยจื่อหลาง มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา คล้ายหน้ากากที่สวมไว้เพื่อซ่อนความรู้สึกแท้จริง "มือปราบฉินช่างจินตนาการบรรเจิด คดีนี้ราชสำนักต้องการคำตอบที่รวดเร็วและสะอาดเรียบร้อย เจ้าก็รู้ว่าความกระหายอำนาจขององค์ชายรองนั้นน่ากลัวเพียงใด หากเราไม่รีบปิดคดีนี้ ความวุ่นวายจะลามไปถึงท้องพระโรง"
"แต่ความจริงไม่ใช่สินค้าที่จะนำมาแลกเปลี่ยนเพื่อความสงบชั่วคราวเพคะ" ฉินเหวินซวนก้าวเข้าไปประชิดอีกนิด กลิ่นอายจางๆ ของชาชั้นดีและหมึกจีนจากตัวเขาลอยปะทะจมูก ทั้งสองยืนประจันหน้ากันในระยะห่างที่อันตราย เคมีสีเทาระหว่างผู้รักษากฎหมายกับผู้กุมอำนาจเงาตึงเครียดจนแทบเกิดประกายไฟ "คำว่า *'ราชครูเดินผิดเอง'* หากไม่ใช่ท่าน... แล้วจะเป็นผู้ใดเล่าที่กล้าเดินหมากตานี้บนกระดานเลือด"
เซี่ยจื่อหลางหรี่ตาลงเล็กน้อย สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝักอันนุ่มนวล "ถ้าข้าเป็นคนเดินหมากผิดจริง ป่านนี้เจ้าคงไม่ได้ยืนต่อปากต่อคำกับข้าตรงนี้หรอก ฉินเหวินซวน... คนฉลาดเช่นเจ้า น่าจะรู้ดีว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด แต่มันนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่สูงที่สุดต่างหาก"
บรรยากาศระหว่างทั้งสองเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำจากผนังคุกที่สะท้อนก้อง กลิ่นอายความตึงเครียดแปรเปลี่ยนเป็นความเข้าใจอันลึกซึ้งที่ไม่อาจเอ่ยปากบอก ทั้งสองต่างยืนอยู่คนละฟากฝั่งของกฎหมายและอำนาจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่มองเห็นกลลวงทั้งหมดบนกระดานนี้ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
"ถ้าเช่นนั้น..." ฉินเหวินซวนผินหน้าหนีสายตาร้อนผ่าวคู่นั้น นางสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ "บันทึกของกรมอาญาที่หายไปเมื่อคืนก่อน คงไม่ใช่ฝีมือของ 'ศัตรูบนบัลลังก์' ที่ท่านว่าหรอกกระมัง บันทึกเล่มนั้นมีรายชื่อของกลุ่มกบฏพรรคสวรรค์เร้นลับ... กลุ่มเดียวกับที่ถวายฎีกาเอาชีวิตบิดาของท่านเมื่อสิบปีก่อน"
ร่างสูงของเซี่ยจื่อหลางชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที—เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้นที่คนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็น ทว่าไม่รอดพ้นสายตาของมือปราบผู้ฝึกฝนการอ่านภาษากายมาค่อนชีวิต
"เจ้าสืบลึกไปถึงเรื่องนั้นแล้วหรือ" น้ำเสียงของเซี่ยจื่อหลางเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด ความอบอุ่นจอมปลอมเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงราชครูผู้เย็นชาและไร้ความปรานี
"ข้าไม่ได้อยากขุดคุ้ยอดีตอันเจ็บปวดของใต้เท้าหรอกค่ะ" ฉินเหวินซวนกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาฉายแววแนיแน่ "แต่เมื่อบันทึกเล่มนั้นถูกขโมยไปจากห้องเก็บเอกสารลับ และเบาะแสสุดท้ายพุ่งตรงมาที่จวนของท่าน... ข้าในฐานะมือปราบแห่งศาลยุติธรรม ย่อมไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขออนุญาต 'ตรวจค้น' จวนราชครูอย่างเป็นทางการ"
นางประสานสายตากับเขาอย่างไม่เกรงกลัว อำนาจและบารมีของเซี่ยจื่อหลางอาจกดดันขุนนางครึ่งราชสำนักให้สยบยอมได้ แต่มันใช้ไม่ได้ผลกับฉินเหวินซวน
เซี่ยจื่อหลางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เนิ่นนานราวกับกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างความปลอดภัยของแผนการใหญ่กับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก มุมปากของเขาหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่คาดเดาไม่ได้ "ยินดีต้อนรับสู่จวนของข้าล่วงหน้า... มือปราบฉิน หวังว่าเจ้าจะมีความกล้าพอที่จะเปิด 'ห้องใต้หลังคา' ของข้าดู"
เขากลับหลังหันแล้วก้าวเดินหายไปในความมืดของทางเดินคุก ทิ้งให้นางยืนอยู่ลำพังกับกลิ่นอายความเย็นชาของเขา
ฉินเหวินซวนขมวดคิ้วแน่น นางสะบัดหน้าหนีความรู้สึกวูบไหวในใจแล้วรีบเร่งฝีเท้ากลับไปยังห้องทำงานเพื่อเตรียมกำลังพลบุกจวนราชครูตามคำท้าทาย
ทว่า... เมื่อนางผลักประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดออก แสงเทียนสีส้มสลัวสาดส่องกระทบโต๊ะทำงาน เอกสารคดีลับที่ควรจะถูกเก็บรักษาไว้อย่างดีในหีบเหล็ก กลับถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย
และที่กลางโต๊ะ... มีหมากสีดำหนึ่งเม็ด วางทับอยู่บนจดหมายฉบับใหม่ที่จ่าหน้าซองถึงนางด้วยลายมืออันคุ้นเคย—*ลายมือของบิดาผู้ล่วงลับ* ที่ตายไปเมื่อสิบปีก่อน!
หมอกเหมยปลายฤดูขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปในเกมหมากอันซับซ้อนนี้ด้วยกันนะคะ
หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา•ตอนที่ 6
บันทึกที่หายไป
ผลงานโดย หมอกเหมยปลายฤดู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมอกเหมยปลายฤดู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากรุกกระดานหยกกับกลศึกของใต้เท้าผู้เย็นชา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!