พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ แต่มันคือเสียงคำรามของกองทัพอสูรนับแสนตัวที่กำลังเคลื่อนพลเข้าปิดล้อมมหานครแห่งชั้นที่หนึ่งร้อยของดันเจี้ยน
กลิ่นอายความตาย คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและกำมะถัน ลอยอบอวลจนแสบจมูก ท้องฟ้าสีครามถูกย้อมให้กลายเป็นสีแดงฉานราวกับฉากในขุมนรก เหล่าทหารรับจ้างและนักผจญภัยชื่อดังระดับท็อปของทวีปต่างยืนตัวสั่นเทา ใบหน้าซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อมองไปยังกองทัพอสูรเบื้องหน้าที่มีจำนวนมากกว่าพวกตนถึงร้อยเท่า
"มะ... มันเป็นไปไม่ได้! นี่มันระดับภัยพิบัติภัยล้างโลกชัดๆ!"
เสียงตะโกนด้วยความหวาดกลัวดังขึ้นจากปากของหัวหน้ากิลด์ใหญ่นายหนึ่ง เข่าของเขาอ่อนแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ดาบในมือหลุดร่วงกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง ความโอหังและมั่นใจในฝีมือที่เคยมีมลายหาย Wไปในพริบตา เมื่อเผชิญหน้ากับฝูงอสูรกลายพันธุ์ที่มีดวงตาสีแดงฉานนับแสนคู่กำลังพุ่งตรงเข้ามาด้วยความกระหายเลือด
ท่ามกลางความโกลาหลและความตื่นตระหนกจนแทบเสียสติของคนนับหมื่น มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับโลกใบนี้กำลังหมุนอยู่รอบตัวพวกเขา
คริสยืนไขว่ห้างอยู่บนเศษซากกำแพงหินที่พังทลาย เสื้อคลุมสีดำสนิทโบกสะบัดไปตามกระแสลมที่ถูกพัดพาด้วยแรงกดดันมหาศาล ดวงตาคมกริบทอประกายความเยือกเย็น ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไร้ซึ่งความลังเล ราวกับเขากำลังมองฝูงมดปลวกที่กำลังเดินขบวนเล่น ไม่ใช่กองทัพอสูรที่พร้อมจะฉีกกระชากพวกเขากลืนกินทั้งเป็น
ข้างกายของเขาคือลูเซียน่า นักรบสาวผู้ภักดี ดาบศักดิ์สิทธิ์ในมือของเธอยังไม่ได้ชักออกจากฝัก เธอยืนเอามือไขว้หลังด้วยท่าทีผ่อนคลาย ดวงตาคู่สวยมองไปยังกองทัพอสูรเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกเวทนาเสียมากกว่าตื่นกลัว สำหรับเธอแล้ว ต่อให้ศัตรูจะมีเป็นล้านตัว ก็ไม่มีค่าพอที่จะทำให้เจ้านายของเธอต้องออกแรงขยับตัวด้วยซ้ำ ขอเพียงแค่คริสเอ่ยปาก ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะมลายหายไปในพริบตา
"นายท่านครับ..." ลูเซียน่าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบแต่นุ่มนวล เธอกวาดสายตามองพวกที่กำลังร้องไห้คร่ำครวญด้วยความสมเพช "ดูเหมือนว่าพวกสวะพวกนั้นจะรบกวนสายตาของท่านเสียแล้ว ให้ฉันจัดการกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากเลยดีไหมครับ... อ้อ หมายถึง ฉันจัดการเองดีกว่าครับท่าน"
คริสยกมือขึ้นเล็กน้อย เป็นสัญญาณเชิงปฏิเสธ นัยน์ตาคู่คมกวาดมองไปทั่วสนามรบ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำนาจเหนือระดับ
"ไม่จำเป็นต้องลำบากเธอหรอก ลูเซียน่า..." น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ก้องกังวานดังก้องไปทั่วบริเวณ ราวกับมันถูกส่งตรงเข้าไปในโสตประสาทของทุกคนที่อยู่ที่นี่ "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฉันเอง... ถือเป็นการสั่งสอนพวกที่ชอบส่งเสียงดังหนวกหูในยามวิกาลก็แล้วกัน"
สิ้นคำพูดของคริส บรรยากาศรอบตัวก็พลันเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน อุณหภูมิลดฮวบลงจนติดลบในเสี้ยววินาที อากาศรอบตัวกลายเป็นสีขาวโพลนจากไอความเย็นที่แผ่พุ่งออกมาจากร่างของชายหนุ่ม แรงกดดันระดับมหาศาลกดทับลงบนบ่าของทุกคนจนแทบทรุดฮวบลงไปนอนกับพื้น แม้แต่กองทัพอสูรนับแสนตัวที่กำลังวิ่งเข้ามาด้วยความบ้าคลั่ง ก็ยังต้องชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณดิบของพวกมันกรีดร้องบอกว่า สิ่งที่อยู่เบื้องหน้านั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิต แต่คือมัจจุราช
คริสตวัดมือขวาขึ้นช้าๆ กลางอากาศ นิ้วมือเรียวยาววาดลวดลายอักขระเวทสีทองอร่ามที่เปล่งประกายเจิดจ้าแข่งกับดวงอาทิตย์
"เวทมนตร์บทที่สิบสอง... บัญชาแห่งสุริยันนิรันดร์"
ตูมมมมมมมมมมม!—!
แสงสว่างวาบเจิดจ้าจนคนทั้งสนามรบต้องหลับตาปี๋ แสงนั้นไม่ได้มาจากการระเบิดธรรมดา แต่มันคือเสาแสงบริสุทธิ์นับร้อยสายที่พุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดิน กลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสิบกิโลเมตร เสียงกรีดร้องโหยหวนของกองทัพอสูรดังระคนไปกับเสียงระเบิดกัมปนาท พื้นดินละลายกลายเป็นลาวาในพริบตา คลื่นความร้อนแผดเผาทุกอณูจนอสูรนับแสนตัวสลายกลายเป็นเถ้าธุลีปลิวไปกับสายลมโดยที่พวกมันยังไม่ทันได้ส่งเสียงร้องด้วยซ้ำ
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมสนามรบอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีเสียงคำราม ไม่มีเสียงกรีดร้อง เหลือเพียงควันสีขาวที่ค่อยๆ จางลง และพื้นดินราบเรียบไร้ร่องรอยของอสูรแม้แต่ตัวเดียว
เหล่าทหารและนักผจญภัยที่รอดชีวิตจากการยืนอยู่ข้างหลังสุด ต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบหลุดออกมาจากเบ้า พวกเขากลืนน้ำลายลงคอด้วยความยากลำบาก ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม เมื่อตระหนักได้ว่าพลังอำนาจเมื่อครู่นี้สามารถลบมหานครทั้งเมืองให้หายไปจากแผนที่ได้ในพริบตาเดียว
ลูเซียน่ายิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เธอขยับเข้าไปใกล้คริสเล็กน้อย พลางเอ่ยชมด้วยน้ำเสียงเทิดทูน "งดงามไร้ที่ติเช่นเคยครับนายท่าน พลังของท่านช่างน่าเกรงขามจนหัวใจของฉันสั่นไหวทุกครั้งที่ได้เห็นจริงๆ ครับ"
คริสไม่ได้ตอบอะไร เขากำลังจะลดมือลง ทว่าในวินาทีนั้นเอง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เพิ่งสงบลงกลับฉีกขาดออกเป็นช่องว่างสีดำสนิท แรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากองทัพอสูรนับแสนตัวเมื่อครู่พรั่งพรูออกมาจากรอยแยกนั้น ราวกับมีตัวตนระดับพระเจ้ากำลังก้าวข้ามมิติลงมาเยือน
รอยยิ้มของคริสเลือนหายไปแทนที่ด้วยแววตาที่จริงจังขึ้นเป็นครั้งแรก ลูเซียน่าชักดาบออกจากฝักในเสี้ยววินาที ดวงตากวาดมองไปยังรอยแยกมิติด้วยความระแวดระวังสูงสุด
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงกระซิบจากขุมนรกดังลอดออกมาจากรอยแยกมิตินั้น...
"นึกไม่ถึงเลยว่า... มดปลวกที่ข้าเลี้ยงไว้ จะถูกกำจัดด้วยฝีมือของมนุษย์ชั้นต่ำเช่นเจ้า... จอมเวทแห่งดันเจี้ยน"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "จอมเวทไร้นาม" มาโดยตลอดนะครับ
ราชาไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนล้านชั้น•ตอนที่ 14
ฝูงอสูรนับแสน
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราชาไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนล้านชั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!