กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วโถงหินชั้นที่สิบของดันเจี้ยน ยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่าความเงียบงันที่เข้าเกาะกุมจิตใจของเหล่านักผจญภัยระดับสูง
เศษซากของอสูรกลายพันธุ์เกลื่อนกลาดอยู่แทบเท้า ทว่าไม่มีใครกล้าแม้แต่จะขยับตัวหายใจแรง เสียงหอบหายใจของ "มาร์คัส" หัวหน้าปาร์ตี้อัศวินโล่เหล็กดังสะท้อนก้อง ใบหน้าที่เคยหยิ่งทะนงและเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ย บัดนี้กลับซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างจ้องมองแผ่นหลังของชายหนุ่มผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
คริสไม่ได้หันกลับมามองด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งของเขาไขว้ไว้ด้านหลัง ขณะที่ปลายนิ้วอีกข้างยังมีประกายอาร์คไฟฟ้าสีครามหลงเหลืออยู่จางๆ
"แก... แกทำอะไรลงไป..." มาร์คัสเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างกายสั่นเทาจนเกราะเหล็กส่งเสียงกระทบกันกริ๊วกร๊าว
การโจมตีเมื่อครู่เกิดขึ้นเร็วเกินกว่ามนุษย์ปุถุชนจะประมวลผลทัน แสงสีครามที่ระเบิดออกไม่ได้แค่กลืนกินกองทัพมอสเตอร์ระดับบอส แต่ยังกวาดล้างความมั่นใจทั้งหมดที่ปาร์ตี้ระดับท็อปของกิลด์สะสมมานานหลายปีให้พังทลายลงในพริบตาเดียว ปาร์ตี้ที่เคยขับไล่คริสออกอย่างไร้เยื่อใยเมื่อชั่วโมงก่อน บัดนี้เหลือเพียงสภาพของสุนัขจนตรอกที่รอเวลาถูกพิพากษา
"ฉันก็แค่ทำในสิ่งที่พวกนายไม่มีปัญญาทำเท่านั้นเองครับ"
เสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยขึ้น คริสปรายตามองเศษซากตรงหน้าด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับสิ่งที่เพิ่งทำลายไปไม่ใช่บอสประจำชั้น แต่เป็นเพียงฝุ่นผงที่น่ารำคาญใจ
ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก สายตาทุกคู่ก็ต้องเบนไป
"ลูเซียน่า..."
นักรบสาวผู้ถือครองดาบใหญ่ประจำปาร์ตี้ ยืนนิ่งงันอยู่เบื้องหน้าศพของอสูร เธอกำด้ามดาบในมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววความลังเลและความเหนื่อยล้ามาตลอดการเดินทาง บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยคลื่นอารมณ์ที่โถมซัด
"ลูเซียน่า! รีบถอยออกมาจากไอ้เศษสวะนั่นซะ! แล้วมาเข้าแถวกับพวกเรา!" มาร์คัสตะโกนลั่น พยายามเรียกสติลูกทีมคนสำคัญที่เปรียบเสมือนดาบอันทรงพลังที่สุดของปาร์ตี้ "เธอตาบอดหรือไง! มันเป็นแค่เศษเวทมนตร์ไร้ค่าที่กิลด์เราเก็บตกมาเลี้ยงนะโว้ย!"
คำพูดดูถูกดูแคลนนั้นยังไม่ทันขาดคำ บรรยากาศรอบตัวก็ยิ่งลดฮวบลงจนอุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็ง คริสไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่แรงกดดันมหาศาลจากจิตสังหารของเขากลับพุ่งเข้ากดทับร่างของมาร์คัสจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากมุมปากของหัวหน้าอัศวินทันที
ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรอีก แม้แต่สมาชิกคนอื่นในปาร์ตี้ก็ทำได้เพียงยืนตัวสั่น เท้าก้าวไม่ออก
ลูเซียน่าหลับตาลงชั่วพริบตา ภาพวันเวลาที่เธอถูกใช้งานเป็นแค่เครื่องมือแนวหน้า ถูกพวกมันผลักไสให้ไปรับความตายแทนโดยไร้ความปรานี ย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ พวกมันไม่เคยเห็นเธอเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ เป็นเพียงโล่มนุษย์ราคาถูกที่หาซื้อได้ทั่วไป
แต่กับชายหนุ่มคนนี้...
แม้เขาจะเย็นชา แม้เขาจะเงียบขรึมและไม่เคยเอ่ยคำหวานหู แต่ทุกครั้งที่เธอตกอยู่ในอันตราย มือคู่นั้นไม่เคยปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ามันเพียงลำพัง และในวินาทีที่วิกฤตที่สุด เขากลับเป็นคนเดียวที่ยืนหยัดอยู่เหนือความตายเพื่อกวาดล้างทุกสิ่งให้เธอ
ลูเซียน่าลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาคู่นั้นเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันเด็ดเดี่ยว มั่นคง และเต็มไปด้วยความจงรักภักดีที่ไม่อาจมีสิ่งใดสั่นคลอนได้
"ฉันขอปฏิเสธครับ"
เสียงหวานกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกคนในโถงดันเจี้ยนถึงกับชะงัก มาร์คัสเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากเชื่อหูตัวเอง
"เธอ... เธอบ้าไปแล้วรึไง ลูเซียน่า! แกกล้าปฏิเสธคำสั่งของฉันงั้นเหรอ!"
"ฉันไม่ได้ปฏิเสธคำสั่งของหัวหน้าหรอกค่ะ... แต่ฉันกำลังสละสิทธิ์จากการเป็นสุนัขรับใช้ของพวกคุณต่างหาก" ลูเซียน่าก้าวเท้าเดินผ่านร่างของมาร์คัสไปอย่างไร้เยื่อใย เสียงรองเท้าเหล็กกระทบพื้นหินดัง กัป-กัป เป็นจังหวะที่เด็ดเดี่ยว ทุกย่างก้าวคือการตัดขาดจากอดีตอันเน่าเฟะ
เธอก้าวเข้ามาหยุดยืนเคียงข้างคริส ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาเพียงแค่เอื้อมมือ แต่สำหรับเธอนี่คือจุดที่ปลอดภัยที่สุดในโลกใบนี้
ลูเซียน่าคุกเข่าข้างหนึ่งลงเบื้องหน้าคริส ยกดาบใหญ่ขึ้นแนบอก ก้มศีรษะลงอย่างนอบน้อมและเทิดทูนสุดหัวใจ
"ท่านคริส... จากนี้เป็นต้นไป ชีวิตและคมดาบนี้ ไม่ได้เป็นของกิลด์โลหะไร้ค่าอีกต่อไปแล้วครับ/ค่ะ... อภัยด้วยนะคะ ฉันหมายถึง ฉันขอถวายชีวิตและจิตวิญญาณนี้แด่ท่าน เพียงผู้เดียวไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว ตราบจนกว่าดันเจี้ยนล้านชั้นนี้จะล่มสลาย"
คำประกาศก้องของนักรบสาวดังก้องกังวานไปทั่วโถงหิน สะท้อนความรู้สึกที่อัดแน่นอยู่ภายในใจของเธอ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของคนทั้งโลกที่กำลังเฝ้ามองภาพการถ่ายทอดสดจากดันเจี้ยนผ่านหินเวทมนตร์
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นในหมู่ผู้ชมภายนอกดันเจี้ยน ปาร์ตี้ระดับท็อปถูกตบหน้าจนชาด้วยการกระทำอันเด็ดขาดนี้ และภาพของนักรบสาวผู้เกรียงไกรที่ยอมคุกเข่าสยบแทบเท้าชายหนุ่มไร้ชื่อ ก็กลายเป็นภาพที่สั่นสะเทือนวงการแฟนตาซีไปชั่วนิรันดร์
คริสเหลือสายตามองหญิงสาวที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่าง มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่ง เขายื่นมือหนาออกไปสัมผัสเบาๆ ที่เรือนผมสีเงินสลวยของเธอ เป็นการยอมรับอย่างเงียบงัน
"ลุกขึ้นเถอะครับ... ต่อจากนี้ ไม่มีใครหน้าไหนในดันเจี้ยนแห่งนี้ ที่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวเธอได้อีก"
น้ำเสียงเรียաբงายที่เปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาด ทำให้ลูเซียน่ายิ้มออกมาทั้งน้ำตา เธอพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ก่อนจะลุกขึ้นยืนเคียงข้างเขา พร้อมตวัดดาบใหญ่ชี้ตรงไปที่กลุ่มของมาร์คัสด้วยแววตาดุดันราวกับพญาอินทรีที่พร้อมฉีกกระชากเหยื่อ
ความตึงเครียดพุ่งทะยานถึงขีดสุดเมื่อคริสยกมือขึ้นอีกครั้ง และในจังหวะนั้นเอง...
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนระบบปริศนาดังขึ้นก้องกังวาน พร้อมกับประตูเหล็กบานยักษ์ที่อยู่ลึกเข้าไปในสุดโถงดันเจี้ยนชั้นที่สิบ ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ เผยให้เห็นไอหมอกสีดำทมิฬที่แผ่พุ่งทะลักออกมา พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของ "บางสิ่ง" ที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าบอสตัวใดที่เคยพบเจอมา... และเงาร่างมหึมาที่ก้าวออกมาจากความมืดนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนต้องสะดุดกึกทันที!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกับดาบแห่งความภักดีนี้นะครับ
ราชาไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนล้านชั้น•ตอนที่ 2
ดาบแห่งความจงรักภักดี
ผลงานโดย จอมเวทไร้นาม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมเวทไร้นาม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ราชาไร้พ่ายกับเทพีผู้ภักดีในดันเจี้ยนล้านชั้น นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!