พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย•ตอนที่ 3

เมื่ออุดมการณ์ปะทะกำไร

ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
กลิ่นอายความอับชื้นของเอกสารโบราณปะปนกับกลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในสำนักงานชั่วคราว แทบจะลุกเป็นไฟด้วยอุณหภูมิความเดือดดาลที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไร้การควบคุม รินรดากระแทกแฟ้มบันทึกประวัติศาสตร์ชุมชนลงบนโต๊ะจนเสียงกระดาษปึกหนาดังสนั่น แรงสะเทือนทำให้แก้วกาแฟเซรามิกบนโต๊ะขยับเคลื่อนตัวเกือบตกขอบ หากคิรากรไม่ยื่นมือเรียวยาวของสถาปนิกหนุ่มไปคว้าไว้ด้วยความรวดเร็ว "ถ้าคุณจะระบายอารมณ์ กรุณาไปทำกับกระบองเพชรหลังไซต์งานนะครับ คุณรินรดา ไม่ใช่เอกสารทางราชการที่ผมต้องใช้ประเมินมูลค่าโครงการ" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และราบ เรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ แต่ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับฉายแววคุกรุ่น เขายังคงนั่งไขว่ห้างพิงพนักเก้าอี้หนังอย่างสบายอารมณ์ ท่าทีที่ดูเหนือกว่านั้นยิ่งทำให้เส้นความอดทนของนักมานุษยวิทยาสาวขาดผึ่ง "มูลค่าโครงการ! ในหัวคุณมีแต่ตัวเลขผลกำไรกับเปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งจากธันวาหรือไงคะคิรากร!" รินรดาแผดเสียงสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะปีนข้ามไปกระชากคอเสื้อคนตรงหน้า "ตึกแถวโบราณอายุร้อยปีตรงหัวมุมถนนนั่น ไม่ใช่เศษอิฐเศษปูนที่คุณจะรื้อทิ้งเพื่อสร้างคอนโดมิเนียมหรูขายพวกกระเป๋าหนักได้ตามใจชอบนะคะ นั่นคือจิตวิญญาณ คือรากเหง้าของคนในชุมชน!" คิรากรค่อยๆ ถอดแว่นสายตาออกอย่างใจเย็น วางมันลงข้างกองเอกสารช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอ ปะปนกับความดุดันที่พุ่งชนกันตรงๆ "จิตวิญญาณกินไม่ได้หรอกครับคุณรินรดา" คิรากรยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เธอมองว่ามันช่างน่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "อิฐผุๆ กับไม้สักที่ปลวกกินจนพรุน มันรักษารอยยิ้มของคนแก่ในชุมชนให้อิ่มท้องไม่ได้ แต่เงินจากโครงการฟื้นฟูพื้นที่เชิงพาณิชย์ต่างหาก ที่จะเปลี่ยนชีวิตพวกเขาให้หลุดพ้นจากความยากจน คุณต่างหากที่กำลังเอา 'อุดมการณ์สวยหรู' มาขวางอนาคตของพวกเขาไว้" "คุณมัน... คนไร้หัวใจ!" รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน มือบางกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความคับแค้นใจตีตื้นขึ้นมาจุกที่อก ไม่ใช่เพราะเถียงเขาไม่แพ้ แต่เพราะลึกๆ แล้ว เธอกลัวว่าคำพูดของเขาจะมีส่วนที่จริงอยู่บ้าง "ผมอาจจะไร้หัวใจในสายตาคุณ..." คิรากรลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากส่วนสูงและท่าทีคุกคามทำให้รินรดาต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว แต่สัญชาตญาณความนักสู้ก็ทำให้เธอยืดอกเชิดหน้าสู้กลับทันที "แต่ผมเป็นคนมองความจริงครับ โลกเราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความสงสาร แต่มันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์ และคุณธันวาเขาก็เข้าใจจุดนี้ดีกว่าคุณ... มาก" คำว่า 'ธันวา' ถูกเน้นเสียงด้วยความจงใจ รินรดารู้สึกเหมือนมีไฟลามท่วมทับอก ธันวาก็แค่นักลงทุนหน้าเลือดที่จ้องจะฮุบที่ดินราคาถูก ส่วนคิรากรก็เป็นแค่เครื่องมือสถาปนิกรับจ้างที่ยอมขายวิญญาณให้ทุนนิยม! "ถ้าคุณมั่นใจนักว่าไอ้ตึกคอนกรีตแท่งกระจกเงาปลาบของคุณมันเจ๋งจริง และดีกว่าการอนุรักษ์คุณค่าทางวัฒนธรรม..." รินรดากัดริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลความบ้าบิ่นที่กำลังจะหลุดออกจากปาก "เรามาพนันกันไหมล่ะคะ!" คิรากรเลิกคิ้วสูง ความสนใจฉายชัดขึ้นในแววตาคู่คม "การพนันเหรอครับ? นักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในความถูกต้องอย่างคุณเนี่ยนะ จะเล่นพนันกับผม?" "อย่ามาดูถูกฉันนะ!" รินรดาแอ่นอกเข้าประชิด ความโกรธทำให้เธอไม่สนเดิมพันอะไรทั้งสิ้น "ถ้าฉันพิสูจน์ให้คุณเห็นได้ว่า การรักษาโครงสร้างเดิมและรีโนเวทพื้นที่นั้นสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและจิตใจได้มากกว่าการทุบตึกสร้างใหม่แบบที่คุณกับธันวาตกลงกัน... คุณต้องถอนตัวจากโปรเจกต์นี้!" ห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คิรากรจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตาคู่คมพินิจพิจารณาใบหน้าเนียนที่แดงก่ำด้วยความโกรธ ลมหายใจที่หอบกระชั้น และริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยวนี้... มันช่างน่าสนใจเสียจนเขาเกือบหลุดหัวเราะออกมา "แล้วถ้าคุณแพ้ล่ะครับ?" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ กลิ่นบุรุษเพศเจือจางผสมกับความเย้ายวนอันตรายแผ่ซ่านเข้ามาในระยะประชิด "ถ้าผลลัพธ์มันฟ้องว่า แนวคิดแบบผมต่างหากที่ชนะใจตลาดและนักลงทุน... คุณจะยอมทำตามคำสั่งผมทุกอย่าง เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม... ว่าไงล่ะครับ กล้าพอไหม?" รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอเหลือเพียงคืบเดียว แววตาท้าทายที่พราวระยับด้วยความเจ้าเล่ห์ของสถาปนิกหนุ่ม ทำให้หัวใจที่ควรจะเต้นด้วยความโกรธ กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะอย่างน่าโมโห "ทะ... ทำไมฉันจะไม่กล้า!" เธอเชิดหน้าขึ้นสู้ แม้เสียงจะเริ่มสั่นพร่าด้วยความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไป "รับคำท้าค่ะ!" คิรากรยิ้มกริ่ม รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขากำลังจะเอ่ยปากรับคำท้าอย่างเป็นทางการ ทว่า... ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้เอื้อnนคำใดออกไป ประตูห้องทำงานไม้สักก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาท พร้อมกับเสียงปรบมือแปะๆ และน้ำเสียงกวนประสาทที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี "โอ้โห บรรยากาศเร่าร้อนซะจริง... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญระหว่างสถาปนิกกับนักมานุษยวิทยาหรือเปล่าครับเนี่ย?" ธันวาก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มพราวเสน่ห์ แต่สายตาที่กวาดมองระหว่างคิรากรกับรินรดาที่ยืนชิดกันจนแทบจะสิงร่าง กลับเต็มไปด้วยความเยียบเย็นและคำถามมากมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในโซนอันตรายนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%