กลิ่นอายของฝุ่นปูนและเหล็กกล้าคละคลุ้งในอากาศยามบ่าย แต่สิ่งที่ร้อนระอุยิ่งกว่าอุณหภูมิหน้าไซต์งานก่อสร้าง ก็คือแววตาสีนิลที่กำลังจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อของคิรากร สถาปนิกหนุ่มผู้อยู่จุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในโปรเจกต์นี้
"คุณหูหนวกหรือว่าสมองมีปัญหาครับคุณรินรดา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมราคมมีดโกนหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก คิรากรก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวร่างบางในชุดเซฟตี้สีส้มสะท้อนแสงจนเธอต้องผงถอยหลังไปครึ่งก้าว แม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจจากเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกือบโดนคานเหล็กหล่นทับ แต่ศักดิ์ศรีและทิฐิในฐานะนักมานุษยวิทยาผู้ปกป้องชุมชน ย่อมไม่มีวันยอมให้ผู้ชายเผด็จการคนนี้มาด้อยค่า
"ฉันไม่ได้หูหนวกและสมองปกติดีกว่าคุณแน่นอนค่ะ... เอ้ย! ครับ!" รินรดาเผลอหลุดเสียงสูงใส่ด้วยความโมโหที่เกือบหลุดมาตรฐานตัวเอง เธอกลืนน้ำลายลงคออึดใหญ่ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบนั้น "ฉันแค่เข้ามาตรวจสอบพื้นที่ตามสิทธิของฉัน ไม่ได้มาเดินเล่นขอส่วนบุญบนความปลอดภัยของใคร"
"สิทธิ?" คิรากรแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก "ไซต์งานนี้อันตรายเกินกว่าจะให้ผู้หญิงที่เอาแต่ใช้อารมณ์และความรู้สึกมาเดินสะดุดขาตัวเองตาย พื้นที่ตรงนี้สั่งห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด... และภาษาไทยคำว่า 'ห้าม' คุณแปลไม่ออกหรือยังไงครับ"
"ฉันไม่ใช่บุคคลภายนอก ฉันคือนักวิจัยที่เซ็นสัญญาร่วมตรวจสอบผลกระทบทางวัฒนธรรม!" รินรดาตอกกลับเสียงดังแข่งกับเสียงเครื่องจักรไกลๆ ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "อย่าเอามาตรฐานตรรกะพังๆ ของคุณมาตัดสินงานของฉันนะ คุณคิรากร!"
"ผมไม่ได้ตัดสินงานของคุณ แต่ผมกำลังตัดสินความโง่เขลาในการเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่" คิรากรโน้มใบหน้าลงมาหาเธอเล็กน้อย ระยะห่างที่ลดลงกะทันหันทำให้รินรดาได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมกับกลิ่นอายความเย็นชาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา "ถ้าอยากตายนัก ก็เชิญไปตายที่อื่น อย่ามาสร้างภาระให้โปรเจกต์ของผมต้องสะดุดเพราะคุณ"
คำพูดเชือดเฉือนนั้นทำให้รินรดากำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ เธอกัดริมฝีปากจนเป็นรอยแดง
"จำใส่สมองเอาไว้ด้วยนะครับคุณนักมานุษยวิทยา ถ้าผมเห็นคุณก้าวเข้ามาในเขตอันตรายนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว... ผมจะให้ รปภ. หิ้วปีกคุณโยนออกไปนอกรั้วสังกะสีนั่นทันทีโดยไม่ต้องสนว่าคุณจะถือสัญญาอะไรอยู่ในมือ"
พูดจบ สถาปนิกหนุ่มก็สะบัดหน้าหนีแล้วเดินจ้วงยาวหายเข้าไปในโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กที่กำลังก่อสร้างอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้รินรดายืนสั่นเทาด้วยความแค้นเคืองอยู่กลางลานฝุ่นตลบ
*ไอ้ผู้ชายเผด็จการ! ปากเสีย เย็นชา ไร้หัวใจที่สุด!*
รินรดาสบถในใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน เธอยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมด้วยความหงุดหงิด แต่อุดมการณ์และหลักฐานสำคัญที่เธอตามหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชุมชนเก่าแก่ตรงนี้ กำลังถูกทำลายลงทีละน้อยพร้อมกับเสาเข็มที่ตอกลงไป เธอจะยอมแพ้แล้วเดินคอตกกลับออกไปตามคำสั่งของตาบ้านั่นหรือ? ไม่มีทางเสียล่ะ
สองชั่วโมงผ่านไป บรรยากาศรอบไซต์งานเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบงันเมื่อถึงเวลาพักเบรกของคนงานก่อสร้าง เสียงเครื่องจักรเริ่มเบาลง เหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างปูนเปลือย
รินรดาในชุดเซฟตี้ตัวเดิม อาศัยจังหวะชุลมุนที่คนงานกำลังเดินไปกินข้าวบริเวณโรงอาหารชั่วคราว ลัก Locus เข้ามาทางประตูหลังไซต์งานที่ติดกับแนวป่ารกทึบ เธอจำแปลนอาคารที่เคยแอบถ่ายมาจากห้องทำงานส่วนกลางได้ขึ้นใจ จุดที่เธอยังสำรวจไม่เสร็จคือห้องโถงใต้ดินเดิมของอาคารเก่าที่กำลังจะถูกกลบฝัง
แผ่นหลังบางก้าวเดินย่องเบาไปตามแนวเสาคอนกรีต สายตาสาดส่องมองหาหลักฐานชิ้นสำคัญ—สมุดบันทึกโบราณของผู้นำชุมชนรุ่นก่อนที่ชาวบ้านบอกว่าถูกฝังไว้แถวนี้ ทันทีที่เธอพบกล่องเหล็กขึ้นสนิมวางอยู่ซอกมุมอับใต้คานปูน รอยยิ้มแห่งชัยชนะก็ปรากฏบนใบหน้า
"เจอแล้ว..." เธอพึมพำกับตัวเองด้วยความดีใจ พร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบกล่องเหล็กนั้นขึ้นมา
"ผมเตือนคุณแล้วใช่ไหมครับ... ว่าอย่าหาเรื่องใส่ตัว"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากความมืดด้านหลัง ทำเอารินรดาสะดุ้งสุดตัว กล่องเหล็กในมือหลุดร่วงตกลงพื้นเสียงดังเคร้ง!
เธียวหันขวับกลับไปมองด้วยความตกใจสุดขีด คิรากรยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามเมตร แสงสลัวยามเย็นที่สาดส่องเข้ามาสะท้อนดวงตาสีนิลของเขาให้ดูน่ากลัวและทรงอำนาจยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม ขณะที่เขาก้าวเท้าช้าๆ เข้ามาหาเธอทีละก้าวอย่างคุกคาม
ก่อนที่รินรดาจะได้อ้าปากเถียงหรือถอยหนี จู่ๆ เสียงระเบิดตูมสนั่นจากโซนก่อสร้างด้านหน้าก็ดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนรุนแรงที่ทำให้พื้นคอนกรีตใต้เท้าของพวกเขายยุบตัวลงไปต่อหน้าต่อตา!
"กรี๊ด!" รินรดากรีดร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อพื้นดินบริเวณทางออกทรุดตัวลงกลายเป็นหลุมลึก ฝุ่นตลบอบอวลจนมองไม่เห็นทาง
คิรากรพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างเฉียดฉิว แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งคู่เสียหลักล้มกลิ้งลงไปกระแทกกับพื้นด้านล่าง และก่อนที่สติของรินรดาจะดับวูบลงท่ามกลางความมืดมิด เสียงทุ้มของเขาก็กระซิบติดริมหูอย่างเยือกเย็น
"ทีนี้... เราหนีออกไปไหนด้วยกันไม่ได้แล้วล่ะครับคุณนักมานุษยวิทยา"
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย•ตอนที่ 2
กฎเหล็กของคนคุมงาน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!