"คุณคิดบวกหรือคิดลบตอนที่ตวัดปลายปากกาลบประวัติศาสตร์สี่ร้อยปีทิ้งลงถังขยะครับ คุณคิรากร"
เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุมชั่วคราวบนไซต์งานก่อสร้างขนาดใหญ่ กลิ่นฝุ่นปูนและกลิ่นอายความกดดันลอยอวลอยู่ในอากาศ รินรดา ยืนกอดอกจ้องมองสถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะด้วยดวงตาวาววับที่เต็มไปด้วยเพลิงแห่งอุดมการณ์ แผ่นหลังของเธอยืดตรงไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้เบื้องหน้าเธอคือผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโปรเจกต์หมื่นล้านนี้
คิรากรไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขแผ่นใหญ่ นิ้วเรียวยาวที่สวมนาฬิกายี่ห้อดังยังคงกดปากกาหมึกซึมลงบนแบบแปลนอย่างไร้ความปรานี เขายังคงรักษาท่าทีเยือกเย็นราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักมาอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าแววตาหลังกรอบแว่นสายตากลับฉายแววรำคาญใจอย่างปิดไม่มิด
"ผมเป็นสถาปนิกครับ คุณรินรดา หน้าที่ของผมคือการสร้างอนาคตบนพื้นที่ทำกิน ไม่ใช่มานั่งกอดซากอิฐผุๆ เพื่อรอวันพังถล่มลงมาทับหัวคนงาน" คิรากรตอบเสียงเรียบ นํ้าเสียงทุ้มต่ำติดจะเย้ยหยันเล็กน้อย "ถ้าคุณอยากศึกษาเรื่องโบราณคดีนัก เชิญกลับไปนั่งขุดดินในพิพิธภัณฑ์เถอะครับ ที่นี่คือไซต์งานธุรกิจ ไม่มีพื้นที่ให้ความโรแมนติกไร้สาระหรอกนะ"
คำพูดนั้นทำเอาคนฟังถึงกับเลือดขึ้นหน้า รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานจนแทบจะชิดร่างสูงที่นั่งอยู่ เธอโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อกดดันให้สายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ หอมกรุ่นผสมผสานกับความดุดันในแววตาของหญิงสาว ทำให้คิรากรต้องชะงักปลายปากกาไปชั่วขณะ
"โรแมนติกไร้สาระอย่างที่คุณว่าน่ะ มันคือรากเหง้าของแผ่นดินนี้ครับ!" รินรดาเน้นเสียงทีละคำ ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลของเขา "ศาลารายอายุหลายร้อยปีตรงหัวมุมนั้น ไม่ใช่แค่กองอิฐผุๆ แต่มันคือจิตวิญญาณของชุมชนที่คุณกำลังจะรื้อถอนเพื่อสร้างลานจอดรถวีไอพี! ตาบอดหรือไงถึงมองไม่เห็นคุณค่าของมัน หรือว่าผลกำไรในบัญชีมันบังตาจนทำให้คุณไร้ความเป็นมนุษย์ไปแล้ว"
บรรยากาศในห้องประชุมเดือดพล่านขึ้นมาทันตาเห็น ทีมงานและวิศวกรที่นั่งอยู่รอบโต๊ะต่างพากันกลืนน้ำลายเอื้อมมือเช็ดเหงื่อ ไม่เคยมีใครกล้าพูดจาใส่หน้าคิรากร สถาปนิกมือหนึ่งผู้ไร้พ่ายและเย็นชาปานน้ำแข็งโบราณด้วยถ้อยคำเชือดเฉือนขนาดนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่นักมานุษยวิทยาตัวแสบคนนี้
คิรากรค่อยๆ วางปากกาลงในที่สุด เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายที่สูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนทำให้เขาดูคุกคามรินรดาโดยอัตโนมัติ ทว่าหญิงสาวไม่มีทีท่าว่าจะถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เธอยังคงเชิดหน้าท้าทาย ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นอย่างถือดี
ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้ จนรินรดารับรู้ได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นกาแฟเข้มข้น หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะไปชั่ววูบ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงดึงดูดประหลาดที่ระเบิดขึ้นระหว่างคนทั้งคู่ รังสีความเร่าร้อนแผ่ซ่านออกมาจากตัวของสถาปนิกหนุ่มจนน่ากลัว
"คุณอยากให้ผมเก็บศาลาบ้าๆ นั่นไว้ใช่ไหมครับ?" คิรากรกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน นัยน์ตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากอิ่มที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ "ได้... ถ้าคุณหาเหตุผลทางโครงสร้างและงบประมาณที่คุ้มค่าพอมาพิสูจน์ให้ผมเห็นภายในสามวัน ไม่ใช่แค่ดีแต่ยืนเถียงปากเปียกปากแฉะแบบนี้"
รินรดาเม้มปากแน่น ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู "คุณดูถูกฉันเกินไปแล้วนะ คิรากร!"
"ผมไม่ได้ดูถูกครับ ผมแค่พูดความจริงที่คนอุดมการณ์สูงส่งอย่างคุณมักจะมองไม่เห็น" คิรากรยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ชวนให้คนมองอยากจะยื่นมือไปตบให้หายหมั่นไส้เสียจริงๆ "จำไว้... ที่นี่คือโซนอันตราย ถ้าคุณไม่มีดีพอที่จะยืนหยัดร่วมกับผม คุณก็ไสหัวออกจากโปรเจกต์นี้ไปซะ"
ก่อนที่รินรดาจะได้สวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบชนิดที่อีกฝ่ายต้องสะอึก ประตูห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันเสียงดังปัง!
ร่างสูงโปร่งของ ธันวา นักลงทุนอสังหาฯ คู่ปรับตัวฉกาจของคิรากรก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่เคลือบยาพิษ ในมือถือแท็บเล็ตเครื่องหรู ดวงตาคมปลาบกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสจาดลึกและเจ้าเล่ห์
"อุ๊ย... ผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญระหว่างคู่หูคู่กัดคู่ใหม่หรือเปล่าครับเนี่ย?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาท พลางส่งยิ้มหวานหยดให้รินรดา "คุณรินรดาครับ ถ้าโปรเจกต์นี้มันยากเกินกว่าที่คุณจะคุยกับคนไร้หัวใจอย่างไอ้กรเขาล่ะก็ มาร่วมมือกับผมดีกว่าไหมครับ รับรองว่าผมตามใจคุณทุกเรื่อง... ยิ่งกว่าสถาปนิกปากจัดคนนี้แน่นอน"
คิรากรหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตแผ่ออกมาจากร่างของสถาปนิกหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ดึงรินรดาให้ถอยหลังมาอยู่ข้างกายตนเองโดยอัตโนมัติด้วยสัญชาตญาณความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของบางอย่างที่แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันรู้ตัว
และก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดออกมา ธันวาก็กดหน้าจอแท็บเล็ตในมือแล้วหันหน้าจอเข้าหาคนทั้งคู่ พร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ข่าวดีคือ... คณะกรรมการบริหารเพิ่งอนุมัติคำสั่งพิเศษให้รื้อถอนศาลาประวัติศาสตร์นั้นเย็นวันนี้เลยครับ"
หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธอหันขวับไปมองหน้าคิรากรทันที ขณะที่ดวงตาสีนิลของสถาปนิกหนุ่มหรี่แคบลงด้วยความตกใจเป็นครั้งแรก
****************************************
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดฉากความมันส์และเคมีเดือดๆ ไปด้วยกันนะครับ!
พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย•ตอนที่ 1
ศึกแรกในไซต์งาน
ผลงานโดย ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดันเจี้ยนมาสเตอร์ลึกลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พิมพ์เขียวหัวใจในโซนอันตราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!