เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างไม่ยอมลดละ เป็นจังหวะเดียวกับความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านเข้ามาในโถงทางเดินของเพนต์เฮาส์หรู ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวในทรวงอก ดวงตาคู่สวยที่เคยทอดมองเขาด้วยความเวทนาและรักจนหมดใจ บัดนี้เหลือเพียงเปลวเพลิงแห่งความเย็นชาและความถือดีที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาจากเศษซากความชอกช้ำในอดีต
เธอไม่ได้รีบร้อน ปล่อยให้เสียงเคาะนั้นดังย้ำเตือนความกระวนกระวายของคนที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตู
แอด...
บานประตูไม้เนื้อหนาถูกเปิดออกเพียงครึ่งเดียว ทว่าพอกระแสลมจากภายนอกพัดผ่านเข้ามา ปะทะเข้ากับกลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอจดจำได้แม้ในยามหลับตา—กลิ่นบุหรี่จางๆ ผสมผสานกับน้ำหอมราคาแพงที่เคยซุกซบอยู่แนบอก ลีลาวดีก็พลันยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเยาะเย้ยและสมเพชเวทนาจนคนที่ยืนตากลมหนาวอยู่ด้านนอกถึงกับชะงักงัน
ภาคินยืนนิ่งอยู่ที่ธรณีประตู ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มยับย่นเล็กน้อย แววตาของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ไหวระริกด้วยความเจ็บปวดร้าวลึก ยามที่ได้สบตาคู่คมปลาบที่มองตรงมาอย่างไร้เยื่อใย
"ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันซะ, ภาคิน"
น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอื้อnเอ่ยคำว่ารัก กลับราบเรียบ เย็นชา และเชือดเฉือนราวกับคมมีดที่กรีดลงบนเนื้อสดๆ
"ลี... ขอร้องล่ะ ขอโอกาสให้ฉันได้พูด ได้อธิบาย..."
ชายหนุ่มขยับกายจะก้าวเข้ามาด้านใน ทว่าลีลาวดีกลับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมกับยกมือขึ้นตั้งกำแพงขวางกั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ดวงตาคู่คมวาววับด้วยหยาดน้ำตาที่เธอพยายามกักขังมันไว้ไม่ให้ไหลรินออกมาประจานความอ่อนแอ
"คำอธิบายเหรอคะ? หรือว่าคำแก้ตัวของคนที่เพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองโง่เง่าแค่ไหนตอนที่เขี่ยฉันทิ้งเหมือนก้อนกรวด?" ลีลาวดีหัวנסในลำคอ เสียงหัวנסนั้นช่างบาดลึกหัวใจของคนฟังเสียเหลือเกิน "ตื่นเถอะค่ะคุณภาคิน... คุณไม่ได้มารักฉันหรอก คุณแค่ทนไม่ได้ที่เห็นฉันมีความสุขและเดินออกจากนรกที่คุณสร้างไว้ให้ไม่ได้ต่างหาก"
"ไม่ใช่แบบนั้น! ลี... ผมสำนึกผิดแล้วจริงๆ ตั้งแต่วันที่คุณจากไป บ้านหลังนั้น... ชีวิตของผมมันไม่เหลืออะไรเลย" ภาคินละทิ้งซึ่งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่เคยมี เขาเอื้อมมือหมายจะคว้าข้อมือเรียวบางนั้นมากอบกุมไว้ ทว่ากลับถูกปัดออกอย่างไร้เยื่อใย ร่องรอยฝ่ามือสีแดงปรากฏขึ้นบนหลังมือของเขา สะท้อนถึงความเกลียดชังที่อัดแน่นเต็มอก
"แล้วคิดว่าฉันสนใจหรือไงคะ?" เธอเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะเย้ยเด่นชัดบนเรียวปากอิ่ม "ตอนที่ฉันกราบกรานขอความเห็นใจ ตอนที่ฉันอุ้มท้องลูกของเราแล้วถูกคุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนไม่เหลือชิ้นดี คุณเคยสนใจไหมว่าฉันจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร? วันนี้คุณเดินกลับมาทำหน้าหมาจนตรอก ร้องขอความเห็นใจ... มันน่าสมเพชเสียยิ่งกว่าตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านเสียอีก!"
คำพูดแต่ละคำเปรียบเสมือนคมหอกที่ปักทะลุอกแกร่ง ภาคินเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจมาตลอดหลายเดือนโถมเข้าใส่จนเขากลืนไม่เข้าคายไม่ออ กผู้ชายที่เคยอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร ยอมคุกเข่าลงทางจิตวิญญาณต่อหน้าอดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบย่ำ
"ลี... ผมยอมรับผิดทุกอย่าง ผมยอมให้คุณลงโทษผม จะตบ จะตี หรือจะให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้ ผมก็ยอมทั้งนั้น..." น้ำเสียงทุ้มต่ำพยายามอ้อนวอน แววตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความร้าวราน
"ไม่ต้องมาทำเป็นสำนึกผิดต่อหน้าฉันหรอกค่ะ เพราะสิ่งที่น่าสมเพชที่สุดในตอนนี้ คือการที่คุณคิดว่าฉันจะโง่กลับไปอยู่ในจุดที่เคยเกือบเอาชีวิตไม่รอดอีกครั้ง" ลีลาวดีกวาดสายตามองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "เชิญคุณกลับไปสู่อาณาจักรของคุณเถอะค่ะ ที่นี่ไม่มีที่ให้คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณ... และที่สำคัญที่สุด อย่าอาจเอื้อมมาเหยียบที่นี่อีก ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก!"
ปัง!
บานประตูไม้ถูกกระแทกปิดใส่หน้าอย่างแรง แรงปะทะสะเทือนไปถึงสันจมูกโด่งเป็นสันของภาคิน ทว่าเขากลับไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกายหนี ร่างสูงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ฝ่ามือหนาวางทาบลงบนบานประตูที่ปิดสนิท ราวกับว่าหากเขาออกแรงผลักอีกนิด จะสามารถทะลุผ่านกำแพงน้ำแข็งที่อดีตภรรยาสร้างขึ้นมาได้
ความเงียบงันในโถงทางเดินยามค่ำคืนช่างโหดร้าย ภาคินหลับตาลงช้าๆ ปล่อยให้ความมืดมิดและกลิ่นอายความเย็นชาของลีลาวดีโอบล้อมรอบกาย เขาพ่ายแพ้แล้ว... พ่ายแพ้ต่อทิฐิของตัวเองอย่างย่อยยับ
ทว่า ในขณะที่เขากำลังจะหันหลังกลับด้วยหัวใจที่แหลقสลาย เสียงฝีเท้าเล็กๆ และเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กน้อยก็ดังแว่วมาจากด้านในห้องที่เพิ่งปิดลง
"หม่ามี๊ฮะ! น้องลันหิวนมจังเลย..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยเตาะแตะทำเอาภาคินตัวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางกระหม่อม ลมหายใจของประธานหนุ่มสะดุดกึก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงระคนไม่อยากเชื่อ
ก่อนที่ประตูห้องฝั่งตรงข้าม—ห้องเก็บของที่ไม่ได้ล็อก—จะเปิดออกเล็กน้อย พร้อมกับร่างป้อมๆ ของเด็กแฝดชายหญิงคู่หนึ่งที่หน้าตาถอดแบบมาจากเขาจนราวกับส่องกระจก กำลังวิ่งไล่จับกันออกมา โดยมีสายตาตื่นตระหนกของลีลาวดีที่พุ่งพรวดตามออกมาคว้าตัวเด็กทั้งสองไว้แทบไม่ทัน!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหัวใจที่แหลกสลาย สู่เกมไล่ล่าและปาฏิหาริย์แห่งรักที่กำลังเดือดพล่านขึ้นเรื่อยๆ นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 35
กำแพงน้ำแข็งของลีลาวดี
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!