หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 14

หนึ่งปีผ่านไป: แม่เลี้ยงเดี่ยวคนเก่ง

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และวานิลอบอวลไปทั่วพื้นที่ร้าน "Sweet & Soul" ร้านเบเกอรี่สไตล์มินิมอลที่ซ่อนตัวอยู่อย่างอบอุ่นในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ลีลาวดีในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา กำลังใช้พายยางปาดครีมลงบนเค้กชิฟฟอนเนื้อนุ่มด้วยความประณีต นิ้วมือเรียวสวยที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับมั่นคงและเต็มไปด้วยพลังแห่งความเชื่อมั่น หนึ่งปีเต็ม... สามصدห้าสิบห้าวันที่เธอหลุดพ้นจากกรงทองอันหนาวเหน็บของผู้ชายใจร้ายคนนั้น "มัมมี่ฮะ! น้องลิลแอบกินสตรอว์เบอร์รีอีกแล้ว!" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยขวบเศษดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่วิ่งเตาะแตะเข้ามาเกาะขาเธอไว้แน่น ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงดาว คล้ายคลึงกับใครบางคนที่เธอพยายามลบเลือนออกจากความทรงจำเหลือเกิน ลีลาวดีวางมือจากการแต่งหน้าเค้ก หันไปมองเด็กแฝดชายหญิงที่กำลังทำหน้าสำนึกผิดแบบไม่เนียนเอาเสียเลย น้องลันยืนกอดอกทำหน้าเคร่งขรึมเลียนแบบผู้ใหญ่ ส่วนน้องลิลซ่อนมือข้างที่เปื้อนแยมสีแดงไว้ข้างหลัง พร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดออดอ้อยมาให้ "ไหน ใครแอบกินของในตู้โชว์คะ หืม?" ลีลาวดีทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าเสมอกับลูกน้อยทั้งสอง กลิ่นแป้งเด็กผสมกลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของแก้วตาดวงใจทำให้ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันมลายหายไปสิ้นในพริบตา "ก็น้องลิลหิวนี่คะ... มัมมี่ทำงานเหนื่อย น้องลิลแค่อยากชิมให้ก่อนว่ามันอร่อยหรือเปล่า" เด็กหญิงตัวน้อยแก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม พร้อมกับเอียงคอมองด้วยท่าทางออดออ้นที่ละลายใจคนมองได้ราบคาบ ลีลาวดีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ เธอใช้นิ้วเรียวเกลี่ยรอยแยมที่มุมปากจิ้มลิ้มนั้นอย่างอ่อนโยน หัวใจที่เคยแห้งเหือดและแตกสลายจนแทบไม่เหลือชิ้นดีเมื่อหนึ่งปีก่อน บัดนี้ถูกเติมเต็มจนพองโตด้วยความรักอันบริสุทธิ์ของเจ้าตัวเล็กทั้งสองคนนี้ รอยยิ้มของลูกคือยาอายุวัฒนะ เป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้เธอเข้มแข็งและยืนหยัดได้อย่างสง่างามในฐานะ "แม่เลี้ยงเดี่ยว" คนเก่ง "เด็กแสบเอ๊ย... ถ้าคราวหน้าอยากกินต้องบอกมัมมี่ก่อนรู้ไหมคะ ห้ามแอบกินอีกนะ" เธอเอ็ดเบาๆ อย่างไม่จริงจังนัก ก่อนจะดึงร่างป้อมทั้งสองเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ความอบอุ่นนี้... คือสิ่งที่เธอแลกมาด้วยหยาดน้ำตาและคราบเลือดในอดีต วันที่เธอหิ้วท้องโตหนีออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลภาคินโดยไม่เอาอะไรติดตัวมาเลยนอกจากศักดิ์ศรีและความหวังริบหรี่ ผู้ชายคนนั้นคงคิดว่าเธอเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแอที่ไร้ที่พึ่งพิง และคงไม่มีปัญญาแม้แต่จะเอาตัวรอด แต่เขามันคิดผิดถนัด! ลีลาวดีคนเดิมที่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาได้ตายไปพร้อมกับคืนวันที่มืดมนนั้นแล้ว เหลือเพียงลีลาวดีผู้เป็นมารดาของเด็กแฝด ที่พร้อมจะปกป้องลูกด้วยชีวิต และเหยียบย่ำความหยิ่งผยองของใครก็ตามที่บังaaniคิดจะมาแย่งลูกไปจากอก "ก๊อกๆ! ขนมปังช็อกโกแลตล็อตใหม่เสร็จหรือยังจ๊ะคุณแม่คนสวย" เสียงสดใสของพี่สาวใจดีที่เป็นหุ้นส่วนร้านดังขึ้น พร้อมกับร่างโปร่งที่เดินถือถาดเปล่าเข้ามา "เสร็จพอดีเลยค่ะพี่เกด เดี๋ยวลีทยอยยกออกไปหน้าร้านนะคะ" ลีลาวดีลุกขึ้นยืนปัดมือเบาๆ พรางส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมงาน ชีวิตของเธอกำลังไปได้สวย ร้านเบเกอรี่เล็กๆ แห่งนี้เติบโตจนมีฐานลูกค้าประจำมากมาย ความเหนื่อยยากในฐานะแม่เลี้ยงเดี่ยวถูกทดแทนด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของลูกแฝด เธอไม่ต้องการผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกแล้ว ไม่ต้องการความสงสาร และไม่ต้องการแม้แต่เศษเสี้ยวความรับผิดชอบใดๆ จากภาคิน ทว่า... โลกใบนี้มักเล่นตลกกับคนที่พยายามหนีให้พ้นจากอดีตเสมอ ในช่วงบ่ายแก่ๆ ขณะที่ลีลาวดียืนจัดเรียงขนมปังอยู่หลังเคาน์เตอร์กระจกใส เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของลูกค้ากลุ่มหนึ่ง แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวกลับพลันเยือกเย็นลงอย่างประหลาด อุณหภูมิในร้านราวกับลดฮวบลงหลายองศาเมื่อเงาร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มราคาแพงก้าวล้ำเข้ามา ลมหายใจของลีลาวดีสะดุดกึก มือที่กำลังหยอดขนมปังชะงักค้างกลางอากาศ ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน กลิ่นอายอันคุ้นเคย... กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่ผสมผสานกับความเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์ที่เธอไม่มีวันลืม แม้เวลาจะผ่านไปนานนับปีก็ตาม ดวงตากลมโตค่อยๆ เงยขึ้นสบมองผ่านกระจกเคาน์เตอร์ และหัวใจของเธอก็แทบหยุดเต้นเมื่อสบเข้ากับดวงตาคมกริบสีนิลที่จ้องมองมานิ่งสนิท ทว่าลุ่มลึกและเต็มไปด้วยกระแสอารมณ์อันบ้าคลั่งที่ยากจะคาดเดา ภาคินยืนตระหง่านอยู่กลางร้าน ร่างสูงใหญ่ดูทรงอำนาจและเย่อหยิ่งไม่เคยเปลี่ยน ทว่าใบหน้าคมคายนั้นกลับดูผอมลงเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นแดงก่ำและเต็มไปด้วยความร้าวรานราวกับคนอดนอนมาแรมปี เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน ก่อนที่สายตาคมกริบจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเธอ ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วบริเวณ ชั่วขณะนั้นเสียงรอบตัวราวกับถูกปิดสวิตช์ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรัวระทึกด้วยความตื่นตระหนกของหญิงสาว ภาคินก้าวช้าๆ เข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ทีละก้าวทีละก้าว ราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม ปลายนิ้วเรียวของเขาสั่นระริกเล็กน้อยยามที่วางมือลงบนขอบเคาน์เตอร์ไม้ เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่เธอไม่ได้ยินมานานนับปีดังลอดริมฝีปากหยักที่เม้มเข้าหากันแน่น "หาตัวเจอเสียทีนะ... ภรรยาตัวดีของฉัน" เข็มฉายานิศขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%