หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 15

ความสำเร็จที่ไร้เงาคนข้างกาย

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
เสียงปรบมือดังสนั่นฮอลล์หรูระดับเจ็ดดาว... แต่สำหรับภาคินแล้ว มันช่างเป็นความเงียบงันที่น่าหนวกหูที่สุดในชีวิต ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษจากมิลานยืนอยู่ท่ามกลางแสงแฟลชที่สาดส่องระยิบระยับ นิตยสารธุรกิจระดับโลกเพิ่งประกาศให้เขาครองตำแหน่ง 'นักธุรกิจแห่งปี' ด้วยมูลค่าบริษัทที่พุ่งทะยานจนสร้างสถิติใหม่ แต่ทว่า... นัยน์ตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับไร้ซึ่งประกายแห่งความสุขุมลุ่มลึกอย่างที่ใครๆ คาดคิด มีเพียงความว่างเปล่าที่เวิ้งว้างราวกับหลุมดำ ความสำเร็จสูงสุดที่เขาเคยไขว่คว้าและเหยียบย่ำผู้คนเพื่อขึ้นมาอยู่จุดนี้ บัดนี้มันกลับกลายเป็นกรงทองที่ขังเขาไว้กับความโดดเดี่ยว "ท่านประธานครับ กำหนดการต่อไป..." เลขานุการหนุ่มกระซิบรายงานด้วยความนอบน้อม แต่ภาคินกลับยกมือขึ้นเป็นเชิงปฏิเสธ สายตาคมกวาดมองไปรอบห้องจัดเลี้ยงอันหรูหรา ภาพบรรยากาศที่คู่สามีภรรยาควงแขนกันมาร่วมงานเฉลิมฉลอง กลับยิ่งตอกย้ำรอยแผลเป็นในใจที่ไม่มีวันจางหาย *ความสำเร็จที่ไร้เงาคนข้างกาย...* ช่างเป็นคำเยาะเย้ยที่สาสมยิ่งนักสำหรับบาปที่เขาเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือตัวเอง สามปีแล้ว... นับตั้งแต่วันที่เขาไล่ผู้หญิงคนนั้นออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย วันที่ลีลาวดีเดินจากไปพร้อมกับน้ำตาและท้องที่นูนป่องโดยที่เขาโง่เขลาเบาปัญญาเกินกว่าจะมองเห็น "หาตัวเจอเสียทีนะ... ภรรยาตัวดีของฉัน" ประโยคคำรามลอดไรฟันในคืนก่อนยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ทุกเบาะแสที่ทีมสืบสวนส่วนตัวรายงานเข้ามาในช่วงสัปดาห์นี้ ทำให้หัวใจที่ด้านชาของประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งกลับมาเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบน้ำทิพย์ เธอไม่ได้หายไปไหนไกล... เธอยังคงวนเวียนอยู่ในเมืองนี้ ใต้จมูกของเขา พร้อมกับเด็กแฝดสองคนที่หน้าตาถอดแบบพิมพ์มาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน! ภาคินก้าวเท้าเดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงโดยไม่สนวนิยมชมชอบจากเหล่าไฮโซและนักข่าวที่พยายามรุมล้อม ร่างสูงก้าวขึ้นรถยนต์สีดำสนิทด้วยลมหายใจที่กระชั้นถี่ ความกระวนกระวายใจที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับนักธุรกิจมือหนึ่งอย่างเขา บัดนี้กำลังกัดกินวิญญาณทีละน้อย ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พรมมานานหลายปี กำลังตื่นขึ้นมาแผดเผาจนแทบคลั่ง เขาไม่ใช่ผู้ชายใจร้ายคนเดิมอีกต่อไปแล้ว... นับตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าตัวเองมีเลือดเนื้อเชื้อไขเติบโตขึ้นมาโดยปราศจากเงาของพ่อ ภาคินก็พร้อมจะยอมทำทุกวิถีทาง แม้จะต้องคุกเข่าอ้อนวอน ขัดขืนอำนาจของตระกูล หรือแลกด้วยทรัพย์สินครึ่งชีวิต เขาก็จะไม่ยอมปล่อยให้ลีลาวดีและลูกหลุดมือไปเด็ดขาด รถหรูพุ่งทะยานผ่านความมืดมิดของค่ำคืนกรุงเทพมหานคร มุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางที่เขาเฝ้ารอมาตลอดสามปีเต็ม ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง มือหนากำพวงมาลัยแน่นจนข้อต่อปูดโปน ภายในหัวใจมีทั้งความตื่นเต้นระทึกและความหวาดกลัว... กลัวว่าเมื่อไปถึงแล้ว เธอจะหายลับไปจากสายตาอีก กลัวว่ารอยยิ้มของเด็กน้อยทั้งสองจะไม่ยอมรับผู้ชายใจร้ายอย่างเขา "ลีลาวดี..." ชื่อนั้นหลุดจากริมฝีปากแห้งผาก แผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของคนใกล้สิ้นใจ "เธอต้องเป็นของฉัน... และลูกต้องเป็นของฉัน" แสงไฟจากหน้ารถสาดส่องเข้าไปในซอยหมู่บ้านจัดสรรระดับไฮ엔ด์แห่งหนึ่ง ปลายทางคือบ้านหลังเล็กอบอุ่นที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านต้นไม้ร่มครึ้ม ภาคินดับเครื่องยนต์ นั่งนิ่งอยู่ในความมืดสนิทของห้องโดยสาร หัวใจเต้นโครมครามราวกับกลองศึก ความเย่อหยิ่งทิฐิมามานะทั้งปวงถูกโยนทิ้งลงพื้นอย่างไร้ค่า เหลือเพียงสัญชาตญาณของหมาป่าคลั่งรักที่พร้อมจะกระโจนเข้าใส่เหยื่ออันเป็นที่รักด้วยความโหยหา เขากลืนน้ำฝนเหนียวหนืดลงคอ มือใหญ่ผลักประตูรถเปิดออก ความเย็นชื้นของอากาศยามดึกปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่ไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่สุมอยู่กลางอกได้ ก้าวแรกที่เหยียบลงบนพื้นคอนกรีตหน้าบ้านหลังนั้น ภาคินพลانหยุดชะงักลงเมื่อสายตาคมกริบมองลอดผ่านรั้วสีขาวเข้าไป... ภาพตรงหน้าทำให้ลมหายใจของประธานหนุ่มถึงกับสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน บนสนามหญ้าหน้าบ้าน มีร่างเพรียวบางในชุดลำลองสบายๆ กำลังก้มลงหัวเราะหยอกล้อกับเด็กชายและเด็กหญิงฝาแฝดวัยกำลังน่ารัก เสียงหัวใสๆ ของเด็กน้อยดังแว่วมาตามสายลม รอยยิ้มของลีลาวดีในยามนี้เปล่งประกายเจิดจ้ายิ่งกว่าเพชรเม็ดงามเม็ดใดบนโลกใบนี้ และเธอก็ไม่ได้อยู่ตามลำพัง... ข้างกายเธอนั้น มีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาดีคนหนึ่ง กำลังยื่นมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มของเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความเอ็นดู พร้อมกับส่งสายตาหวานเชื่อมมาให้เจ้าของบ้านสาว ภาคินเบิกกว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวที่พุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนเต้นตุบๆ มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือจนได้กลิ่นคาวเลือด ผู้ชายหน้าไหน... กล้าดียังไงมาแตะต้องเมียและลูกของเขา! ทว่า... ในเสี้ยววินาทีที่ลีลาวดีหันมาสบตาสอดประสานเข้ากับร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าบ้าน รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็พลันเลือนหายไปในพริบตา เหลือเพียงแววตาเย็นชา เรียบเฉย และเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่กรีดลึกลงกลางใจเขาอย่างเจ็บปวด "คิดจะมาพรากความสุขไปจากฉันอีกงั้นเหรอคะ... ภาคิน" เสียงหวานใสที่เอ่ยลอดริมฝีปากบางเบา แต่กลับทรงพลังพอที่จะทำให้พญามัชจุราชอย่างเขาแทบทรุดลงไปกองกับพื้น ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความรู้สึกนี้ด้วยกันเสมอนะคะ — เข็มฉายานิศ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%