"คุณแม่คะ… น้องลันอยากกินไอศกรีมรสวานิลลาที่สนามบินเมื่อกี้จังเลยค่ะ ทำไมเราไม่ซื้อมาด้วยล่ะคะ?"
เสียงใสแจ๋วของเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่เบาะหลังดังขึ้น พร้อมกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่เงยขึ้นจากแท็บเล็ตในมือ ลีลาวดีละสายตาจากเอกสารโครงการขยายสาขาธุรกิจอัญมณีในมือชั่วขณะ เธอหันไปส่งยิ้มอ่อนโยนให้กับลูกสาวฝาแฝดคนพี่ ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมนุ่มสลวยของเด็กหญิงอย่างรักใคร่
"น้องลันคะ เราเพิ่งลงจากเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมาหมาดๆ นะคะ ลูกกินไอศกรีมไปตั้งสองแท่งแล้ว เดี๋ยวจะไม่สบายท้องเอานะคะคนเก่ง" เสียงนุ่มนวลเอ่ยตอบอย่างใจเย็น แม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามทวีป แต่เมื่อหันไปสบตากับดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากเธอ—และใครอีกคน—ความเหนื่อยล้าเหล่านั้นก็พลันมลายหายไปสิ้น
ห้าปีแล้วสินะ… ห้าปีเต็มๆ ที่เธอก้าวเท้าออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้นด้วยหัวใจที่แตกสลายและคราบน้ำตา ห้าปีที่เธอต้องกัดฟันต่อสู้ สร้างเนื้อสร้างตัวจากศูนย์จนกระทั่งแบรนด์จิวเวลรี 'Lila Gems' โด่งดังเป็นพลุแตกในต่างประเทศ และในวันนี้ ลีลาวดีในวัยสามสิบปีไม่ได้เป็นเพียงแค่อดีตภรรยาผู้ถูกทอดทิ้งให้จมอยู่กับความเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว เธอกลับมาในฐานะ 'ซีอีโอ' สาวพราวเสน่ห์ผู้ทรงอิทธิพล หญิงสาวในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีครีมตัดเย็บอย่างประณีต รองเท้าส้นสูงสัญชาติอิตาลี และแว่นกันแดดแบรนด์ดังที่เหน็บไว้ตรงปกเสื้อ สะท้อนถึงความมั่นเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะเหยียบย่างเข้ามาทวงคืนความยุติธรรมและสร้างอนาคตที่มั่นคงที่สุดให้แก่ลูกแฝดทั้งสอง
"คุณแม่ขา น้องลิลหิวน้ำค่ะ"
เสียงหวานอีกเสียงดังขึ้นจากเด็กชายตัวน้อยที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม น้องลิล… ลูกชายฝาแฝดคนน้องที่มีนิสัยสุขุมและช่างสังเกตมากกว่าพี่สาว เด็กชายยื่นขวดน้ำสีชมพูพาสเทลให้มารดาด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อย ลีลาวดีรับมาเปิดฝarให้อย่างคล่องแคล่ว หัวใจดวงน้อยพองโตด้วยความอิ่มเอมใจ ลูกของเธอเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ เต็มไปด้วยความรักและความอบอุ่น แม้จะขาดพ่อ แต่เธอก็ทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด
รถยนต์ลีมูซีนสีดำสนิทเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าโรงแรมระดับหกดาวใจกลางเมืองหลวง เมืองที่เต็มไปด้วยความทรงจำอันเจ็บปวดและรอยแผลเป็นในอديต ลีลาวดีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอปรายตามองตึกระฟ้าสูงเสียดฟ้าที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องนอก แสงไฟระยิบระยับยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครไม่ได้ทำให้เธอกลัวเกรงแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งปลุกเร้าความเข้มแข็งในตัวเธอให้ลุกโชนขึ้น
"ถึงแล้วค่ะเด็กๆ ไปค่ะ, ไปสำรวจบ้านใหม่ของเรากันดีกว่านะคะ"
ลีลาวดีจูงมือเด็กแฝดก้าวลงจากรถ ร่างระหงในชุดสูททำงานเดินเคียงคู่ไปกับเด็กน้อยวัยห้าขวบที่หน้าตาจิ้มลิ้มจนใครๆ ก็ต้องเหลียวมอง น้องลันสวมชุดกระโปรงผ้าลินินสีขาวปักลายดอกไม้เล็กๆ ส่วนน้องลิลสวมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นคู่กับกางเกงขาสั้นดูคล่องแคล่ว ทั้งคู่มีใบหน้าจิ้มลิ้ม ผิวขาวเนียนละเอียด และดวงตากลมโตสุกใสที่ถอดพิมพ์มา100% จากผู้เป็นแม่ ทว่า… หากใครได้พินิจพิเคราะห์โครงหน้าสันกราม คิ้วหนาเข้ม และแววตานิ่งสงบยามที่น้องลิลใช้มองสิ่งรอบตัวแล้วล่ะก็… มันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับ 'ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล' แห่งอาณาจักรธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่ครองพื้นที่หน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เศรษฐกิจทุกฉบับในเวลานี้เสียเหลือเกิน
ภายในห้องเพนต์เฮาส์หรูหราอลังการที่มองเห็นวิวเมืองได้แบบ 360 องศา ลีลาวดีกำลังช่วยจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้ลูกๆ เสียงหัวเราะคิกคักของเด็กแฝดที่กำลังวิ่งไล่จับกันบนพรมหนานุ่มช่วยผ่อนคลายบรรยากาศตึงเครียดจากการเดินทางได้เป็นอย่างดี
"คุณแม่ขา พรุ่งนี้เราจะได้ไปกินเค้กช็อกโกแลตที่ร้านโปรดของคุณย่า… เอ๊ย! ร้านโปรดของน้องลันไหมคะ?" น้องลันเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น เกือบจะหลุดปากพูดถึงคุณย่าผู้ใจดีที่เคยแอบวิดีโอคอลมาหาพวกเธออยู่บ่อยครั้ง—คุณหญิงรสรินผู้ทรงอิทธิพลที่ตัดขาดจากลูกชายตัวดีอย่างภาคินมาตลอดหลายปี เพื่อแอบมาให้กำลังใจและส่งเสียเลี้ยงดูหลานแฝดอย่างลับๆ โดยที่ภาคินไม่มีวันล่วงรู้เลยแม้แต่น้อย
ลีลาวดีชะงักมือที่กำลังพับผ้า รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ถ้าเด็กๆ เป็นเด็กดีของคุณแม่ พรุ่งนี้เราจะไปหาคุณย่ารสรินกันนะคะ"
สิ้นคำพูดของมารดา สองพี่น้องก็พากันส่งเสียงร้องไชโยด้วยความดีใจจนตัวลอย ลีลาวดีมองภาพนั้นด้วยความสุขล้นปรี่ เธอตระหนักดีว่าการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาเพื่อหลบหนี แต่มาเพื่อเผชิญหน้า และประกาศให้ทุกคนรู้ว่า ลีลาวดีคนเดิมที่เคยอ่อนแอได้ตายไปจากโลกใบนี้แล้ว
ในขณะเดียวกัน ที่อาคารสำนักงานใหญ่ใจกลางเมือง ภาคินกำลังยืนเหม่อมองทัศนียภาพยามค่ำคืนผ่านกระจกใสบานยักษ์ของห้องทำงานส่วนตัว บุรุษหนุ่มในชุดสูทสีเข้มแบรนด์หรูดูทรงอำนาจและเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราบเรียบไร้รอยAยิ้ม แววตาคู่คมฉายแววโดดเดี่ยวและว่างเปล่ามาตลอดห้าปีเต็ม นับตั้งแต่วินาทีที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใยและขับไล่ภรรยาออกไปจากชีวิต ความเย่อหยิ่งและทิฐิอันบ้าคลั่งในวันนั้น กลายเป็นคมมีดที่ย้อนกลับมาเชือดเฉือนหัวใจของเขาเองในทุกๆ ค่ำคืน
"คุณคินคะ เอกสารสรุปยอดขายไตรมาสนี้ค่ะ" เลขานุการสาววางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง ก่อนจะเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงลังเล "เอ่อ… ทางโรงแรม 6 ดาวชื่อดังใจกลางเมือง แจ้งมาว่ามีแขกวีไอพีระดับท็อปจากต่างประเทศมาเข้าพัก เป็นนักธุรกิจสาวเจ้าของแบรนด์ 'Lila Gems' ที่กำลังมาแรงค่ะ ทางนั้นต้องการนัดหารือเรื่องการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรีกับเราในสัปดาห์หน้าด้วยนะคะ"
ภาคินไม่ได้ใส่ใจ เขายังคงจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างไร้จุดหมาย "จัดMการแทนผมด้วย ผมไม่ว่างเรื่องพวกนี้"
"แต่… ทางนั้นแจ้งว่าเธอเพิ่งบินกลับมาจากต่างประเทศพร้อมกับ… ทายาทตัวน้อยค่ะ" เลขานุการสาวยังคงรายงานต่อ
นิ้วแกร่งที่กำลังถือแก้ววิสกี้ชะงักกึก หัวใจของภาคินกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างแล่นพล่านไปทั่วแผ่นอก มันคือสังหรณ์ใจอันประหลาดล้ำที่เขาไม่อาจหาคำอธิบายได้
*ทายาทตัวน้อยงั้นหรือ?*
ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องของคนแปลกหน้าถึงได้มารบกวนจิตใจเขาได้ ชายหนุ่มสะบัดความคิดไร้สาระเหล่านั้นทิ้ง ก่อนจะหันหลังกลับมาเตรียมจะก้าวออกจากห้องทำงานเพื่อกลับคฤหาสน์อันเงียบเหงา แต่ทว่า… สายตาคมกริบกลับเหลือบไปเห็นกรอบรูปใบเล็กที่คว่ำอยู่บนโต๊ะทำงาน—กรอบรูปที่เขาไม่เคยยอมเก็บมันทิ้ง แม้จะเป็นภาพถ่ายใบเก่าของเขาและอดีตภรรยาที่ถูกฉีกขาดออกไปครึ่งซีก
ในวินาทีที่เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาตั้งตรงๆ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ส่งเสียงแจ้งเตือนข้อความภาพจากมารดา (คุณหญิงรสริน) ที่เพิ่งส่งเข้ามาสดๆ ร้อนๆ พร้อมกับข้อความสั้นๆ ว่า:
*"ลูกชายตัวดี… แกเตรียมตัวเตรียมใจไว้ให้ดีนะ สิ่งที่แกทำลายมันไปเมื่อห้าปีមុն กำลังจะกลับมาทวงคืนทุกอย่างแล้ว… และครั้งนี้ แกไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะปฏิเสธ!"*
ภาคินกดเปิดภาพถ่ายในหน้าจอโทรศัพท์มือถือด้วยความฉงน ภาพถ่ายนั้นเป็นภาพแคนดิดที่ถ่ายจากด้านหลังของหญิงสาวหุ่นเพรียวระหงในชุดสูทครีม กำลังจูงมือเด็กแฝดชายหญิงวัยห้าขวบคนหนึ่งเดินอยู่บริเวณล็อบบี้โรงแรมหรู… และแม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าด้านข้างของเด็กชายตัวน้อยที่หันมามองกล้องพอดิบพอดี ดวงตากลมโต คิ้วหนาเข้ม และรอยยิ้มที่มุมปากนั้น…
มันเหมือนกับเงาในกระจกเงาของเขาเองไม่มีผิดเพี้ยน!
หัวใจของประธานหนุ่มหยุดเต้นไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกึก ร่างสูงใหญ่แข็งทื่อราวกกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกสันหลัง เมื่อความจริงอันน่าตกตะลึงพุ่งเข้ากระแทกสติจนแตกกระเจิง—
*เด็กสองคนนั้น… ลูกของใครกัน?!*
_____________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับความรู้สึกของตัวละครนะคะ ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยค่ะ "เข็มฉายานิศ"
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 16
ห้าปีผ่านไป: โชคชะตาเริ่มทำงาน
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!