หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 17

เด็กชายหน้าตาเหมือนเขา

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นหอมกรุ่นของชา Earl Grey และแป้งเด็กอ่อนจางๆ ลอยคลุ้งอยู่รอบตัว ลีลาวดีแย้มยิ้มบางเบาขณะใช้ปลายนิ้วเรียวเกลี่ยปอยผมที่เคลียแก้มยุ้ยๆ ของเด็กชายตัวน้อยในชุดเอี๊ยมสีครีม ดวงตากลมโตสุกใสคู่นั้นกำลังจดจ่ออยู่กับการเลือกซื้อตุ๊กตาหมีบนชั้นวางของในห้างสรรพสินค้าชื่อดังใจกลางเมือง โดยมีเด็กหญิงตัวเล็กอีกคนเกาะชายกระโปรงพลางส่งเสียงเจื้อยแจ้วด้วยความตื่นเต้น "คุณแม่คะ ลิลอยากได้ตัวนี้ค่ะ ตัวที่ใส่โบสีชมพู น่ารักที่สุดเลยนะคะ" เสียงใสแจ๋วของน้องลิลดังขึ้น พร้อมกับมือป้อมๆ ที่ชูตุ๊กตาหมีตัวโปรดขึ้นสูงอวดมารดา ลีลาวดีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ดวงตาคู่สวยที่เคยผ่านมรสุมน้ำตาและรอยแผลในอดีต บัดนี้ทอประกายอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความสุขอย่างแท้จริง โลกทั้งใบของเธอหดแคบเหลือเพียงลูกแฝดชายหญิงคู่นี้... สวนดอกไม้ที่ผลิบานในฤดูหนาวอันเหน็บหนาวของชีวิต "ได้ค่ะ ลูกสาวของคุณแม่เลือกเก่งจังเลยนะคะ งั้นเดี๋ยวเราซื้อไปฝากคุณยายรสรินด้วยดีไหมคะ ท่านบอกว่าคิดถึงหลานๆ ใจจะขาดแล้ว" ลีลาวดีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พลางก้มลงหอมหน้าผากมนของลูกสาวสลับกับลูกชาย ทว่าในวินาทีนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นร่างสูงสง่าของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากมุมชั้นวางหนังสือเด็ก หัวใจของเธอร่วงวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะ ภาคิน... อดีตสามีผู้มีดวงตาคมกริบดั่งพญายมและหัวใจที่เคยเย็นชาดราวกับน้ำแข็ง เขายืนนิ่งสนิท ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษดูโดดเด่นท่ามกลางผู้คน แต่วินาทีนี้เขากลับไม่ต่างอะไรกับรูปปั้นหินที่ถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ เมื่อดวงตาคมกละนั้นกวาดผ่านลีลาวดีและหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่... เด็กชายหน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับตนเองอย่างไร้ที่ติ ความเงียบงันราวกับถูกดูดกลืนไปจากโลกทั้งใบ ลีลาวดีรีบดึงตัวน้องลันเข้ามาซบแนบอกทันที สัญชาตญาณความเป็นแม่กรีดร้องเตือนภัยอย่างรุนแรง เธอไม่อาจยอมให้ใครหน้าไหนพรากแก้วตาดวงใจคู่นี้ไปจากอกได้อีกเด็ดขาด แม้แต่ผู้ชายที่เป็นเจ้าของสายเลือดนั้นก็ตาม "คุณแม่คะ... พี่ผู้ชายคนนั้นมองพวกเราทำไมเหรอคะ หน้าตาน่ากลัวจังเลยค่ะ" น้องลิลกระตุกชายเสื้อของมารดาเบาๆ ด้วยความหวาดระแวง ภาคินก้าวขาไม่ออก ราวกับพื้นหินอ่อนใต้ฝ่าเท้ากลายเป็นหลุมลึกที่พร้อมจะดูดเขาลงไป ความรู้สึกผิดบาป ความโหยหา และความตกตะลึงระลอกใหญ่โถมกระหน่ำเข้าใส่หน้าอกแกร่งจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคู่คมแดงก่ำขึ้นทีละน้อยเมื่อพิจารณาใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กชายที่ซบอยู่กับอกอดีตภรรยา คิ้วเข้มรูปดาบ จมูกโด่งรั้นเป็นสัน แม้กระทั่งมุมปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามไม่พอใจ... ภาพสะท้อนในกระจกชัดๆ! นั่นคือตัวเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! เสียงหัวใจของภาคินเต้นโครมครามจนดังสะท้อนก้องในหู มือหนาที่กุมโทรศัพท์มือถือสั่นเทาเล็กน้อย ความเย็นยะเยือกแล่นริ้วไปตามกระดูกสันหลังเมื่อตระหนักถึงความจริงที่ถูกปิดตาย เด็กสองคนนั้น... ไม่ใช่แค่เด็กที่ไหนเลย ลูกของเขา... สายเลือดของเขาเอง! "ลี..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยเย่อหยิ่งและทรงอำนาจ บัดนี้กลับแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้ทีละก้าว ช้าๆ ราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่จะสลายหายไปหากเขาขยับตัวเร็วเกินไป "นั่น... ลูก..." "ถอยไปค่ะคุณภาคิน" ลีลาวดีเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง แววตาที่มองเขามีแต่ความแข็งกร้าวและร ะวังภัย ดุจแม่เสือสาวที่พร้อมจะปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต "อย่าเข้ามาใกล้ลูกของฉัน!" คำว่า "ลูกของฉัน" ที่เน้นย้ำทีละคำกระแทกเข้ากลางใจของภาคินราวกับถูกค้อนเหล็กทุบซ้ำๆ ความเจ็บปวดรวดร้าวสายหนึ่งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายบีบตัวเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ เขายอมรับความจริงทั้งหมดในวินาทีนั้น... ยอมรับว่าตนเองโง่เง่าแค่ไหนที่เคยผลักไสผู้หญิงคนนี้ออกไป และโง่ยิ่งกว่าที่ปล่อยให้ความลับอันยิ่งใหญ่เช่นนี้รอดพ้นสายตาไปได้นานแรมปี "ลี... ขอร้องล่ะ ขอฉันคุยกับลูก..." ภาคินพยายามก้าวเข้าไปอีกก้าว ดวงตาคู่คมฉายแววเวทนาและสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง จนแทบจะคุกเข่าลงตรงนั้นหากมันจะแลกกับการได้รับการอภัย "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าพวกเขาด้วยซ้ำค่ะ!" ลีลาวดีสวนกลับทันควัน น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธแค้นที่พรั่งพรูขึ้นมาอีกครั้ง "ตอนที่ฉันเจ็บปวดแทบตาย ตอนที่ฉันอุ้มท้องโดยไม่มีใครเหลียวแล คุณอยู่ที่ไหนคะคุณภาคิน? ตอนที่ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอดบนเตียงคลอด คุณเคยสนใจไหมว่าเราจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร!" คำพูดเชือดเฉือนบาดลึกราวกับคมมีดกรีดลงบนแผลเป็นในใจของชายหนุ่ม ภาคินพูดไม่ออก ลำคอตีบตันจนไร้คำแก้ตัวใดๆ เขากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือฝังลึกเพื่อระบายความเจ็บปวดที่สมควรได้รับแล้ว ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศรอบตัวตึงเครียดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ นั้นเอง... "คุณอาขา... คุณแม่ร้องไห้ทำไมเหรอคะ?" น้องลิลเอียงคอมองหน้ามึนงง ก่อนจะหันไปสบตากับภาคินด้วยแววตาบริสุทธิ์ไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อสูทของภาคินเบาๆ ตามประสาเด็กน้อยขี้สงสัย "คุณอาหน้าเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายของลิลเลยค่ะ... คุณพ่อขา กลับบ้านกับเราไหมคะ?" คำว่า "คุณพ่อ" จากปากเด็กหญิงตัวน้อยทำเอาภาคินถึงกับเข่าทรุดลงไปครึ่งหนึ่ง ดวงตาที่แข็งกร้าวมาตลอดชีวิตพลันพร่ามัวด้วยหยาดน้ำใสที่เอ่อล้นออกมาอย่างไร้การควบคุม เขากำลังจะเอื้อมมือไปสัมผัสแก้มนุ่มนิ่มนั้นด้วยความโหยหา ทว่า ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะโดนตัวลูกสาว ลีลาวดีก็ปัดมือเขาออกอย่างไม่ใยดี พร้อมกับกระชากลูกทั้งสองคนถอยหลังกรูดด้วยแววตาดุดลาน่ากลัว "อย่าแตะต้องลูกฉัน!" เธอกล่าวเสียงลอดไรฟันด้วยความเดือดดาลขั้นสุด "จำเอาไว้ว่าคุณไม่มีวันได้พวกเขากลับคืนไป... เตรียมตัวรับผลกรรมที่คุณก่อไว้ให้ดีเถอะค่ะคุณภาคิน!" พูดจบ เธอก็จูงมือลูกแฝดฝ่าฝูงชนเดินหนีหายลับไปจากมุมนั้นทันที ทิ้งให้ภาคินคุกเข่าอยู่บนพื้นหินอ่อนท่ามกลางสายตาผู้คนรอบข้าง หัวใจแกร่งแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะลุกขึ้นวิ่งตาม สัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินและเสียงประกาศก้องจากระบบรักษาความปลอดภัยของห้างสรรพสินค้าก็ดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับข้อความปริศนาที่เด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเขาเอง เป็นภาพถ่ายระยะประชิดของลูกแฝดทั้งสองคน พร้อมข้อความสั้นๆ ที่ทำให้เลือดในกายของประธานหนุ่มหยุดไหล— *[ถ้าอยากเจอหน้าลูกอีกครั้ง... พรุ่งนี้เที่ยงตรง จงไปที่โกดังร้างท่าเรือหมายเลข 7 คนเดียวเท่านั้น ห้ามแจ้งตำรวจ ไม่งั้นนายจะไม่มีวันได้เห็นแม้แต่เงาของเด็กทั้งสองคน!]* ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านหยาดน้ำตาและบททดสอบของหัวใจไปกับตัวละครด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%