ความเงียบงันในเพนต์เฮาส์หรูใจกลางมหานครยามวิกาลไม่เคยน่าขนลุกเท่านี้มาก่อนค่ะ
เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างเงียบเชียบ ยิ่งขับเน้นให้ความว่างเปล่าภายในห้องชุดขนาดใหญ่ยักษ์นี้เด่นชัดขึ้น ภาคินยืนนิ่งอยู่กลางห้องรับแขก ร่างสูงโปรดปรานในชุดสูทเนื้อดีที่ยับยู่ยี่เล็กน้อยจากการทำงานหนัก ปลายนิ้วเรียวยาวกำลังคีบบุหรี่ที่มอดไหม้ไปกว่าครึ่ง ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดและระคนหงุดหงิดระคนกัน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินหัวใจของเขาอย่างช้าๆ—ความรู้สึกที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดหลายชั่วโมงนับตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในบ้านหลังนี้
ปกติเวลานี้... บ้านควรจะมีเสียงบ่นพึมพำ เสียงฝีเท้าเบาหวิว หรือกลิ่นหอมอ่อนๆ ของอาหารที่ถูกจัดเตรียมไว้โดยผู้หญิงที่เขาจงใจมองข้ามมาตลอดหลายปี
"ลีลาวดี..."
เขาพึมพำชื่อนั้นออกมาเบาๆ ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นควันสีเทาจาง,ลอยละลิ่วหายไปในอากาศ
นี่มัน... หมายความว่ายังไง ลีลาวดี? เสียงแหบพร่าของชายหนุ่มสั่นระรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมกับความจริงอันน่าตกใจที่กระแทกเข้ากลางใจจนเขาแทบยืนไม่อยู่ เมื่อกวาดสายตาสำรวจรอบห้องแล้วพบว่าตู้เสื้อผ้าฝั่งของเธอนั้นว่างเปล่า ไร้เงาเสื้อผ้า รองเท้า หรือข้าวของส่วนตัว แม้กระทั่งกระดาษแผ่นบางที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง—ใบหย่าที่ลงลายมือชื่อเรียบร้อย พร้อมข้อความสั้นๆ ที่บาดลึกยิ่งกว่าคมมีด
*‘ขอบคุณสำหรับอิสรภาพที่คุณมอบให้ค่ะ’*
ทว่า ภายใต้ความตระหนกที่แล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ ภาคินกลับแค่น10ยิ้มหยันออกมาด้วยความเย่อหยิ่งและทิฐิที่ฝังรากลึกในสันดาน เขาเป็นถึงประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน มีหรือที่ผู้หญิงที่เคยอ่อนแอและรักเขาจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างลีลาวดีจะกล้าทิ้งเขาไปจริงๆ
"มารยา..." เขาพึมพำกับความว่างเปล่า ดวงตาคมกริบหรี่ลงด้วยความดูแคลน มารยาของผู้หญิงที่ต้องการเรียกร้องความสนใจ
ชายหนุ่มขยี้ก้นบุหรี่ลงบนที่เขี่ยบุหรี่กระจกใสอย่างแรงจนมันดับสนิท เขาเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองอย่างสนิทใจว่า นี่เป็นเพียงเกมตบตา ภรรยาของเขาคงจะแค่หนีไปพักใจบ้านเพื่อนสนิท หรือไม่ก็กลับไปฟ้องคุณหญิงรสรินมารดาของเขาตามเคย เดี๋ยวพอหมดมุก งอนจนพอใจ หรือเงินเก็บหมด เธอคงจะคลานกลับมาซุกแทบเท้าเขาเหมือนสุนัขตัวหนึ่งตามเดิม
ความคิดนั้นทำให้ความตึงเครียดในอกของภาคินผ่อนคลายลงชั่วขณะ ความเย่อหยิ่งกลับมาครองสติเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มหมุนตัวเดินกลับไปยังห้องนอนใหญ่ ทอดร่างลงบนเตียงนอนคิงไซส์ที่ไร้เงาเจ้าของร่วมเตียง กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของลีลาวดีที่ยังหลงเหลืออยู่บนหมอนใบข้างๆ กลับทำให้จมูกของเขาไหววูบอย่างประหลาด
เขากัดกรามแน่น ไล่ความรู้สึกปั่นป่วนในท้องออกไปอย่างไร้ความปรานี พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเตรียมกดโทรหาเลขานุการส่วนตัว ให้ช่วยเช็กยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตของเธอ เผื่อว่าเธอจะหนีไปเปิดห้องพักหรูๆ ที่ไหนเพื่อเรียกร้องความสนใจ
ทว่า... หน้าจอโทรศัพท์มือถือกลับสว่างวาบขึ้นมาก่อนที่เขาจะได้กดโทรออก ข้อความแจ้งเตือนจากธนาคารเด้งขึ้นมาติดต่อกันสามครั้งซ้อน
*‘บัญชีของคุณถูกหักยอดโอนเงินจำนวน...’*
ภาคินขมวดคิ้วมุ่นด้วยความฉงน เขากดเปิดแอปพลิเคชันธนาคารเพื่อตรวจสอบยอดเงินที่ถูกโอนออกไป ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่ามันไม่ใช่ยอดค่าใช้จ่ายสำหรับโรงแรมหรู หรือค่าชอปปิ้งระบายอารมณ์อย่างที่คาดคิด
แต่มันคือการถอนเงินสดก้อนใหญ่ที่สุดในบัญชีส่วนตัวที่เขาเคยโอนให้เธอใช้จ่ายตามอำเภอใจ... และที่สำคัญที่สุดคือ บัตรเครดิตทุกใบที่เขาเคยผูกไว้ ถูกยกเลิกการใช้งานพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียว!
ความเย็นเยียบแล่นพล่านขึ้นมาจากปลายนิ้วเท้าสู่สันหลังวาบ
คนที่จะยกเลิกบัตรและย้ายเงินออกเกลี้ยงบัญชีแบบนี้... ไม่มีทางเป็นคนที่กำลัง "วิ่งหนีตามเกม" เพื่อรอเวลาคลานกลับมาแน่ๆ
แต่มันคือการ "ตัดขาด" อย่างเด็ดขาดและเลือดเย็นที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนนั้นเคยทำมา!
หัวใจของประธานหนุ่มกระตุกวูบอย่างแรง ความมั่นใจเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ความเงียบงันภายในห้องนอนกว้างกลับกลายเป็นเสียงก้องกังวานของความหวาดกลัวที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน มือหนาที่ถือโทรศัพท์มือถือสั่นเทาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
นี่เขา... กำลังสูญเสียอะไรบางอย่างที่ไม่มีวันเรียกคืนได้จริงๆ แล้วใช่ไหม?
ภาคินผุดลุกขึ้นจากเตียงด้วยความร้อนรน สัญชาตญาณดิบเถื่อนสั่งให้เขาพุ่งตัวออกไปจากห้องนอนทันที มือหนากำโทรศัพท์แน่นจนข้อต่องนิ้วขึ้นสีขาวโพลน ชายหนุ่มกดโทรออกหาคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจซ่อนความสั่นพร่าไว้ได้อีกต่อไป
"สืบหาตัวลีลาวดีเดี๋ยวนี้! เธออยู่ที่ไหน... ไปขุดตัวเธอขึ้นมาให้ฉัน ไม่ว่าจะอยู่ที่มุมไหนของโลก!" เขาสั่งการเสียงกร้าว ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความร้อนรุ่มที่ตีรวนขึ้นมาจุกอก
แต่ในขณะที่เขากำลังก้าวเท้าลงบันไดวนเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงรถ เสียงกริ่งประตูหน้าเพนต์เฮาส์ก็ดังขึ้นกังวาน ท่ามกลางความวิเวกวังเวงของยามวิกาล...
กริ่ง... กริ่ง...
ภาคินชะงักฝีเท้า หัวใจกระหน่ำเต้นโครมครามด้วยความคาดหวังที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง หรือว่าเธอจะสำนึกได้แล้วกลับมา? หรือว่านี่จะเป็นแค่การเล่นละครฉากใหญ่ที่กำลังจะจบลง?
ชายหนุ่มสาวเท้ายาวๆ ไปที่ประตูหน้าด้วยความหงุดหงิดปนโล่งอก มือหนากระชากบานประตูเปิดออกอย่างแรงด้วยแรงอารมณ์ หมายจะเอ่ยปากต่อว่าผู้หญิงที่กล้าลองดีกับเขาเป็นชุดใหญ่
ทว่า... ร่างที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานประตูไม่ใช่ลีลาวดี
แต่เป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ด่วนพิเศษในชุดยูนิฟอร์มเปียกชื้นจากละอองฝน พร้อมกับพัสดุกรรมการกล่องใหญ่ที่ถูกยื่นส่งมาตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ
"พัสดุด่วนสำหรับคุณภาคินครับ... มีคนฝากให้มาส่งเมื่อ</i>ส</i>ักครู่นี้ครับ"
ภาคินรับกล่องพัสดุกรรมการนั้นมาด้วยความมึนงง มือหนาแกะเปิดเทปกาวออกอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางความสงสัยที่ระคนอยู่กับลางสังหรณ์ประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก
และทันทีที่ฝากล่องถูกเปิดออก... ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มก็เบิกกว้างค้างเติ่ง ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปในทันที เมื่อสิ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่ก้นกล่องไม่ใช่เอกสารสำคัญอย่างที่คิด
แต่มันคือ **"ชุดเด็กอ่อนสีฟ้าและสีชมพูสองคู่"** ที่มีคราบน้ำตาแห้งกรังเปื้อนอยู่... พร้อมกับภาพถ่ายใบเล็กๆ ที่ร่วงหล่นลงมาแทบเท้าของเขา
ภาพถ่ายของเด็กแฝดชายหญิงวัยเตาะแตะคู่หนึ่ง ที่มีดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้น... ถอดแบบพิมพ์เดียวกันกับเขาออกมาอย่างไร้ที่ติ!
และด้านหลังภาพถ่ายใบนั้น มีลายมือหวัดๆ ของลีลาวดีเขียนไว้ด้วยหมึกสีดำสนิท อ่านแล้วบาดลึกทะลุขั้วหัวใจของอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งจนแหลละเอียดคามือ...
*‘ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณไม่มีวันได้กอด... ลาก่อนค่ะ ภาคิน’*
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 3
ความว่างเปล่าที่เพิ่งตระหนัก
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!