หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 4

เริ่มต้นใหม่ในต่างเมือง

ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และแป้งสาลีที่อบอวลไปทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด คือเครื่องยืนยันว่าลีลาวดีได้ก้าวพ้นผ่านคืนวันอันมืดมนมาไกลเพียงใดแล้ว ในเมืองเล็กๆ ริมชายฝั่งทะเลที่เงียบสงบแห่งนี้ ไม่มีเสียงโทรศัพท์มือถือที่สั่นระรัวด้วยข้อความแสดงความห่างเหินจากภาคิน ไม่มีสายตาเย็นชาคู่นั้นคอยตอกย้ำว่าเธอมันก็เป็นแค่ภาระไร้ค่าที่เขาจำใจต้องรับผิดชอบ ที่นี่... มีเพียงเธอกับลมหายใจอุ่นๆ ของลูกแฝดทั้งสองคนที่กำลังนอนหลับพริ้มอยู่ในห้องนอนชั้นบน และมิตรภาพอันอบอุ่นจากแพรพลอย เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (หมายถึงรักเธอยิ่งกว่าใคร) ที่ยื่นมือเข้ามาฉุดดึงเธอขึ้นมาจากหลุมพรางแห่งความชอกช้ำ "กลิ่นนี่มันชวนน้ำลายสอเกินไปแล้วนะยายลี ถ้าขนมปังล็อตนี้ไหม้ ฉันจะปรับเธอด้วยการให้เลี้ยงกาแฟสดทั้งสัปดาห์" เสียงใสของแพรพลอยดังขึ้นพร้อมกับร่างเพียวลมที่ก้าวเข้ามาในครัว มือเรียวคว้าผ้ากันเปื้อนมาผูกเอวพลางชะโงกหน้ามองถาดอบที่เพิ่งดึงออกมาจากเตา ลีลาวดีคลี่ยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากความเสแสร้ง แต่มันมาจากหัวใจที่เริ่มกลับมาเต้นเป็นจังหวะของตัวเองอีกครั้ง ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามมีความเด็ดเดี่ยวฉายชัดขึ้นกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่เอาแต่นั่งร้องไห้รอความเมตตาจากสามีผู้ไร้หัวใจอีกต่อไปแล้ว "ไม่ไหม้หรอกค่ะคุณแพรพลอย ฝีมือฉันเสียอย่าง" ลีลาวดีเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวใจที่ผ่อนคลาย พลางใช้ผ้าหนาจับถาดร้อนจัดวางลงบนตะแกรงพักขนม "อีกอย่าง กาแฟร้านเราขายดีจะตาย ฉันมีปัญญาเลี้ยงเธอได้สบายมากค่ะ" "ปากเก่งขึ้นนะยะ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ ดูเธอเปล่งประกายกว่าตอนอยู่กรุงเทพฯ เป็นกอง... ว่าแต่ แน่ใจนะว่าจะไม่ติดต่อกลับไปทางโน้นเลย? ทางนั้นอาจจะพลิกแผ่นดินหาเธออยู่ก็ได้นะ" แพรพลอยเอ่ยถามด้วยความกังวลเจือระคนอยากรู้อยากเห็น ขณะหยิบคุกกี้เนยสดชิ้นหนึ่งเข้าปากเคี้ยวกร้วม รอยยิ้มบนเรียวปากอิ่มของลีลาวดีสะดุดไปชั่วขณะ ภาพความทรงจำในคืนวันสิ้นสุดการแต่งงานไร้รักยังคงฝังแน่นในความรู้สึก น้ำตาสายหนึ่งเกือบจะเอ่อรันขึ้นมาทักทายหากเธอไม่กะพริบตาไล่มันเสียก่อน 'ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณไม่มีวันได้กอด... ลาก่อนค่ะ ภาคิน' ประโยคสุดท้ายที่เธอทิ้งไว้ให้เขา ก่อนจะหอบท้องแก่ใกล้คลอดหนีสุดชีวิต มันคือคำขาดที่เธอขีดเส้นใต้ให้กับชีวิตคู่ที่ตายซากนั้น "ไม่มีใครพลิกแผ่นดินหาฉันหรอค่ะแพร... สำหรับเขา การไม่มีฉันกับลูกอยู่รกหูรกตา มันคงเป็นความโล่งใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของภาคินเสียมากกว่า" ลีลาวดีตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าลึกซึ้งและบาดลึกในความรู้สึก ไหล่บางไหววูบเพียงนิดก่อนจะตั้งตรงอย่างมั่นคง "ปล่อยให้เขาอยู่กับความเย็นชาและอีโก้สูงส่งของเขาไปเถอะค่ะ ส่วนฉันกับลูก... เราจะเริ่มต้นใหม่ และฉันจะเป็นทั้งพ่อและแม่ที่ดีที่สุดให้กับแก้วตาดวงใจทั้งสองคนเอง" แพรพลอยทอดถอนใจยาวด้วยความเห็นอกเห็นใจ มือเรียวเอื้อมไปตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ "เอาล่ะ ในเมื่อเธอเลือกทางนี้ ฉันก็จะสนับสนุนเธอให้ถึงที่สุด ร้าน 'Le's Bake' ของเราจะต้องปังจนพวกคนใจร้ายที่กรุงเทพฯ ต้องเสียดายจนอกแตกตายไปเลย!" เสียงหัวเราะเบาๆ ของสองสาวประสานกันท่ามกลางกลิ่นอายความสุขสามัญที่ลีลาวดีโหยหามาเนิ่นนาน ทว่า... โชคชะตากลับชอบเล่นตลกกับคนที่พยายามวิ่งหนีอดีตเสมอ ยามบ่ายของวันเปิดร้านวันแรก ลูกค้าทยอยเข้ามาอุดหนุนขนมปังและกาแฟจนแน่นร้าน ลีลาวดีงดงามและเปล่งประกายในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีม สะอาดตา รอยยิ้มอ่อนหวานที่เธอใช้ต้อนรับลูกค้าทำให้บรรยากาศในร้านอบอวลไปด้วยความละมุนละไม จนกระทั่ง... กระดิ่งลมเหนือประตูร้านส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งกังวานขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปราคาแพงระยับที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนกลางร้าน อุณหภูมิรอบกายคล้ายลดฮวบลงทันที กลิ่นอายความเย็นชาที่คุ้นเคยแผ่ซ่านกดทับบรรยากาศอบอุ่นให้เจือจางลงในพริบตา ลีลาวดีที่กำลังยื่นกล่องเค้กให้ลูกค้าชะงักค้าง มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายคนที่เธอพยายามลบชื่อออกจากสารบบชีวิตตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ภาคิน... ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวของประธานหนุ่มกวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างบางของอดีตภรรยา แววตาของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดนอน ความเหนื่อยล้า และความคลุ้มคลั่งที่กัดกินหัวใจเขามานานนับเดือน ทว่าสิ่งที่ฉายชัดอยู่ก้นบึ้งนัยน์ตานั้นคือความโหยหาบ้าคลั่งราวกับคนใกล้ตายที่เพิ่งมองเห็นหยดน้ำกลางทะเลทราย ก้าวเท้าของภาคินมั่นคงแต่น่ากลัว เขาย่างสามขุมเข้ามาใกล้เคาน์เตอร์ บรรยากาศรอบตัวกดดันจนลูกค้าคนอื่นเริ่มหันมามองด้วยความตื่นกลัว "เจอตัวสักทีนะ... ลีลาวดี" เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน มันเต็มไปด้วยความอัดอั้นและแรงอารมณ์ที่จวนเจียนจะระเบิด ลีลาวดีถอยหลังกรูดโดยสัญชาตญาณ หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความกลัวผสมผสานกับความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกที่สุดเพื่อเรียกความเข้มแข็งทั้งหมดที่มีกลับคืนมา แล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตากับอดีตสามีอย่างไม่เกรงกลัว "เชิญออกไปจากร้านของฉันค่ะ คุณภาคิน ที่นี่ไม่ต้อนรับคุณ" เธอเอ่ยเสียงแข็ง กร้าวร้าวและเด็ดเดี่ยว ไม่มีแววตาหวาดกลัวอ่อนแอให้เขาเห็นอีกต่อไป ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างน่ากลัวและเต็มไปด้วยความคลั่งไคล้ เขาไม่ได้สนใจสายตาของคนรอบข้างเลยสักนิด มือหนาเอื้อมข้ามเคาน์เตอร์มาคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ออกแรงดึงเข้าหาตัวจนร่างบางแทบจะปะทะกับแผงอกกว้างที่กระเพื่อมไหวด้วยลมหายใจร้อนผ่าว "คิดจะหนีฉันไปซุกหัวนอนที่ไหนฮึ ลี... คิดว่าซ่อนตัวอยู่แค่เมืองริมทะเลกระจอกๆ นี้แล้วฉันจะหาเธอไม่เจออย่างนั้นเหรอ!" ภาคินคำรามต่ำชิดริมฝีปากของเธอ กลิ่นกายบุรุษเพศผสมผสานกับความดุดันแผ่ซ่านเข้ามาจนลีลาวดีหายใจแทบไม่ออก "ปล่อยฉันนะ! เราหย่ากันขาดแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องตัวฉัน!" เธอสะบัดข้อมือสุดแรงเกิด พยายามผลักไสแผงอกแข็งแกร่งนั้นออกห่าง แต่มันก็ไร้ผลเมื่ออดีตสามีกลับรวบเอวบางเข้าหาแนบชิดยิ่งกว่าเดิม ความใกล้ชิดที่คุ้นเคยเคยปลุกเร้าความวาบหวามในอดีต บัดนี้กลับสร้างความสะอิดสะเอียนและรุ่มร้อนจนน่ากลัว "หย่าเหรอ? ใครบอกเธอว่าฉันเซ็นใบหย่าสมบูรณ์... ลีลาวดี เธอยังเป็นภรรยาตามกฎหมายของฉัน!" ภาคินกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนขนลุกซู่ เขาฝังจมูกลงสูดดมความหอมกรุ่นที่คิดถึงมานานแรมเดือนอย่างเอาแต่ใจ จนคนตัวสั่นด้วยความโกรธ "คนสารเลว! คุณมันคนเห็นแก่ตัวที่สุด!" ลีลาวดีน้ำตาคลอเบ้าด้วยความคับแค้นใจ มืออีกข้างเงื้อขึ้นเตรียมจะตบหน้าคนหน้าไม่อาย แต่กลับถูกมือหนาคว้าหมับแล้วรวบไว้เหนือศีรษะได้อย่างง่ายดาย ภาคินตรึงข้อมือเธอไว้ด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างโอบกอดเอวสอบ บังคับให้เธอแนบชิดติดกายเขาจนสัมผัสได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่บ้าคลั่งพอกัน ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปี่ยมด้วยโทสะด้วยความหลงใหลระคนเจ็บปวด "ใช่... ฉันมันเลว ฉันมันเห็นแก่ตัวที่ปล่อยให้เธอต้องเจ็บช้ำ..." เสียงของเขาอ่อนลงชั่วขณะ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันเร่าร้อนเมื่อก้มลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่สั่นระริก "แต่ต่อให้เธอจะเกลียดฉันจนแทบอยากจะฆ่าฉันให้ตาย... เธอก็ไม่มีวันหนีฉันพ้นอีกแล้ว ลี" ในจังหวะที่ลีลาวดีกำลังจะอ้าปากด่าทอ สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างเล็กๆ สองร่างที่คุ้นเคยกำลังวิ่งออกมาจากประตูหลังร้านที่เชื่อมกับที่พัก น้องลันและน้องลิล... ลูกแฝดวัยกำลังน่ารักที่แต่งตัวด้วยชุดเอี๊ยมสีสดใส กำลังวิ่งถือตุ๊กตาออกมาหาแม่ด้วยรอยยิ้มแป้น ภาคินชะงักกึกเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงเกร็งของร่างในอ้อมกอด เขาก้มมองตามสายตาของเธอ และเมื่อดวงตาคมกริบกวาดไปเห็นเด็กชายและเด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มละม้ายคล้ายคลึงกับตนเองราวกับถอดพิมพ์เดียวกันยืนอยู่ตรงหน้า ประสาทสัมผัสทุกส่วนของประธานหนุ่มคล้ายหยุดทำงานไปชั่วขณะ... ลมหายใจสะดุดกึก หัวใจกระตุกวูบราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางอกเมื่อตระหนักได้ถึงความจริงบางอย่างที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ "เข็มฉายานิศ" ด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%