แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิทถูกโยนลงบนโต๊ะทำงานกระจกใสจนเกิดเสียงดังทึบ สะท้อนความหงุดหงิดระคนรำคาญใจของบุรุษผู้เป็นเจ้าของห้อง ภาคินปรายตามองรายงานสืบสวนในมือลูกน้องคนสนิทด้วยความรู้สึกที่แทบไม่ได้ใส่ใจแม้แต่น้อย สำหรับเขาแล้ว... การตามหาลีลาวดีก็เป็นเพียงแค่ภาระหน้าที่ที่ต้องทำไปตามพิธีรีตอง เพื่อให้มารดาของเขาเลิกบ่นและเลิกส่งคนออกไปวุ่นวายเสียที
ผู้หญิงอ่อนแอที่เคยร้องไห้ฟูมฟายอยู่แทบเท้าเขา วันๆ เอาแต่เกาะชายผ้าแพรพึ่งพาบารมีตระกูลภาคินอย่างน่าสมเพช ป่านนี้คงระหกระเหินไปซุกตัวอยู่ตามห้องเช่ารูหนูคับแคบสักแห่งในเมืองหลวง ร้องไห้คร่ำครวญเพราะไม่มีเงินแม้แต่จะซื้ออาหารประทังชีวิต แล้วไม่นานนัก... เธอก็คงคลานกลับมาหาเขาด้วยสภาพเยินยอ อ้อนวอนขอความเมตตาเหมือนสุนัขตัวหนึ่งที่ไร้ที่ไป
"แค่ผู้หญิงไร้ค่าคนเดียว กับเด็กแฝดอีกสองคนที่ติดท้องไป พวกนายยังต้องใช้เวลานานขนาดนี้เชียวหรือในการขุดคุ้ยหาตัว?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างเยียบเย็น นัยน์ตาคมกริบฉายแววดูแคลนระคนเบื่อหน่าย นิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะทำงานเป็นจังหวะบ่งบอกถึงความหงุดหงิด
"เอ่อ... ทางสายข่าวรายงานว่า คุณลีลาวดีไม่ได้อยู่ในสภาพลำบากอย่างที่ท่านประธานคาดคิดหاتรับ... เอ๊ย คาดไว้ครับ... คาดไว้ค่ะ" ลูกน้องหนุ่มเผลอหลุดปากเกือบใช้สรรพนามผิดพลาด รีบแก้คำพูดแทบไม่ทันเมื่อสบเข้ากับสายตาดุจคมมีดที่ตวัดมองมา
"ไม่ต้องมารายงานรายละเอียดไร้สาระพวกนั้น ฉันไม่ได้อยากรู้ว่าเธอกินอิ่มนอนหลับดีแค่ไหน" ภาคินยกมือขึ้นนวดขมับเบาๆ ความทรงจำเกี่ยวกับอดีตภรรยาไม่ได้ทิ้งร่องรอยความลึกซึ้งใดๆ ไว้ในใจนอกจากความรำคาญ "บอกให้พวกมันไปตามจับตัวกลับมาซะ แค่เอาเชือกผูกคอแล้วลากตัวมาส่งที่คฤหาสน์ หรือถ้าไม่มีปัญญาแม้แต่จะเลี้ยงลูกตัวเอง ก็เอาเด็กมาทิ้งไว้แล้วไล่ผู้หญิงคนนั้นออกไปให้พ้นสายตาซะ!"
เขายังคงมั่นใจในทิฐิอันสูงส่งของตนเอง โดยไม่รู้เลยว่า... โลกที่เขาคิดว่าตนเองเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ภาพถ่ายใบล่าสุดที่แนบมากับแฟ้มเอกสารเผยให้เห็นร่างเพรียวบางในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมสะอาดตา ท่าทางของเธอไม่ได้ดูซูบผอมหรือสิ้นหวังอย่างที่เขาจินตนาการแม้แต่น้อย เธอยืนเลือกวัตถุดิบทำอาหารด้วยรอยยิ้มมั่นใจ แววตาที่เคยหม่นหมองเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและเป็นอิสระ และที่สำคัญที่สุด... ข้างกายเธอกลับมีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งหน้าตาหล่อเหลากำลังกุมมือเด็กแฝดตัวน้อยทั้งสองคนเดินเคียงคู่กันอย่างสนิทสนม ราวกับภาพครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ
ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหยียดหยามปรากฏขึ้นบนริมฝีปากหยักลึก "หึ... หาผู้ชายเลี้ยงใหม่ได้เร็วดีนี่ คงคิดว่าการมีเด็กสองคนติดท้องจะเป็นใบเบิกทางชั้นดีสินะ"
ทว่า... ความคิดเย่อหยิ่งเหล่านั้นกลับสะดุดกึก เมื่อสายตาคมกริบเลื่อนไปสังเกตใบหน้าของเด็กหญิงตัวน้อยทั้งสองคนในภาพถ่ายอย่างละเอียด ความเย็นชาบนใบหน้าของประธานหนุ่มเริ่มแตกร้าว หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอสะดุดวูบอย่างแรง ลมหายใจของเขาติดขัดขึ้นมาฉับพลันเมื่อตระหนักถึงความจริงบางอย่างที่เด่นชัดเสียยิ่งกว่าแสงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน
ดวงตากลมโตคู่นั้น... จมูกรั้นเชิดรั้นนั่น... และรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์แบบนั้น...
มันคือพิมพ์เดียวกับเขา! ถอดแบบออกมาจากกระจกเงาทุกกระเบียดนิ้ว!
มือหนาที่ถือเอกสารสั่นเทาเล็กน้อย ความตื่นตระหนกพุ่งพล่านเข้ากัดกินขั้วหัวใจอย่างรุนแรง ภาพเด็กผู้หญิงสองคนหัวเราะต่อกระซิบกับชายแปลกหน้าคนนั้น วิ่งวนเวียนอยู่รอบกายชายหนุ่มที่ทำตัวราวกับเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของพวกแก... ภาพนั้นกระชากวิญญาณของภาคินให้หลุดลอย ร่างสูงผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้ทำงานทันที นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความคลุ้มคลั่งและหึงหวงที่ระเบิดออกอย่างไร้การควบคุม
พวกมันกล้าดียังไง... กล้าดียังไงมาแตะต้องสายเลือดของเขา! กล้าดียังไงมาทำให้เด็กผู้หญิงสองคนนั้นเรียกชายอื่นว่าพ่อ!
"เตรียมรถ... เดี๋ยวนี้!" เสียงคำรามต่ำลอดไรฟันด้วยความโกรธเกรี้ยวจนลูกน้องหน้าซีดเผือด วิ่งหนีตายแทบไม่ทัน
ภาคินก้าวเท้าฉับๆ ออกจากห้องทำงานด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา ทิฐิที่เคยค้ำคอพังทลายลงไม่เป็นท่า หมาป่าผู้เย่อหยิ่งกำลังจะกลายร่างเป็นสัตว์ร้ายคลั่งรักที่พร้อมจะบดขยี้ทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพื่อทวงคืนสิ่งที่ควรเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับเส้นทางอารมณ์นี้ด้วยกันนะคะ
หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด•ตอนที่ 9
ตามหาแบบขอไปที
ผลงานโดย เข็มฉายานิศ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เข็มฉายานิศ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วอย่าหวังจะได้เห็นหน้าลูกแฝด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!