กลิ่นอานิสงส์ของความตายลอยอวลปะปนกับกลิ่นฝนจาง ๆ ในซอกตึกแคบ ๆ แห่งนี้ เงาตะคุ่มของดร.วิชาญที่ทาบทับลงมาไม่ได้น่ากลัวเท่ารอยยิ้มสุภาพราวกับสุภาพบุรุษผู้ดีอังกฤษที่เคลือบยาพิษไว้จนหยดสุดท้าย แววตาหลังกรอบแว่นสายตานั้นกวาดมองคนทั้งคู่ด้วยความสมเพชเวทนา ราวกับพวกเราเป็นแมลงเม่าที่บินเข้ากองไฟด้วยความสมัครใจเอง
"บังเอิญเสียจริงครับที่ได้มาเจอคุณรินรดา... และคุณคณินผู้แสนจะสอดรู้สอดเห็น"
เสียงทุ้มเอ่ยทักอย่างรื่นรมย์ แต่นิ้วเรียวยาวที่สอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อสูทกลับกำปืนสั้นติดเก็บเสียงไว้แน่น รินรดาขยับตัวจะก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับอกแกร่งของคณินเข้าอย่างจัง ไอร้อนจากกายหนาแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเข้ามาปะทะ แม้ในสถานการณ์เป็นตายร้ายดี หัวใจเจ้ากรรมของเธอกลับเต้นผิดจังหวะด้วยเหตุผลอื่นเสียอย่างนั้น
"ถอยไป" คณินกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน มือข้างหนึ่งคว้าต้นแขนเธอไว้แล้วดึงให้มาหลบอยู่ด้านหลังของเขาอย่างรวดเร็ว แรงกระชากนั้นแม้จะรุนแรงไปนิด แต่มันเต็มไปด้วยความปกป้องคุ้มครองที่สัมผัสได้ ชายหนุ่มก้าวออกไปเผชิญหน้ากับดร.วิชาญโดยไม่มีความเกรงกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "สอดรู้สอดเห็นคงไม่เท่าไอ้โรคจิตที่ชอบแอบตามผู้หญิงตาดำ ๆ หรอกมั้งครับ ดร.วิชาญ หน้ากากนักการการกุศลของคุณเริ่มลอกจนเห็นเนื้อเน่า ๆ ข้างในแล้วนี่ หายใจไม่ออกล่ะสิถึงต้องมาวิ่งไล่เก็บกวาดหลักฐานเองแบบนี้"
ดร.วิชาญหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกจี้จุดตาย "ปากกล้าดีนี่คุณคณิน น่าเสียดาย... คนฉลาดมักจะอายุสั้นเสม"
พริบตาเดียวที่นิ้วของดร.วิชาญขยับ คณินก็กระโจนเข้าใส่รินรดาพร้อมกับคว้าเอวบางไว้แน่นแล้วพุ่งหลบหลังถังขยะเหล็กขนาดใหญ่ เสียงกระสุนแหวกอากาศเฉียดผ่านหัวไหล่ของนักสืบหนุ่มไปปักเข้ากับผนังปูนอย่างเฉียดฉิว เศษปูนแตกกระจายร่วงกราว
"คุณคณิน!" รินรดาอุทานลั่นด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นคราบเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มบริเวณหัวไหล่ของเขา "คุณโดนยิง... เจ็บไหม"
"หุบปากน่า รินรดา เป็นห่วงตัวเองก่อนเถอะ ยัยตัวแสบ" คณินกัดฟันกรอด ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงไว้ซึ่งความดุดัน เขากวาดสายตาสำรวจร่างกายเธออย่างรวดเร็วเพื่อความมั่นใจว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะสบถเบา ๆ ออกมา "ให้ตาย... ถ้าเธอเป็นอะไรไป ผมคงไม่ได้อยู่อย่างสงบแน่ ๆ เพราะงั้น... อยู่ข้างหลังผม ห้ามโผล่หัวออกมาเด็ดขาด เข้าใจไหม!"
น้ำเสียงที่ใช้ไม่ใช่แค่คำสั่ง แต่มันสั่นเครือด้วยความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยชาชา คณินไม่เคยกลัวตาย แต่ความคิดที่ว่ารินรดาอาจจะต้องมาจบชีวิตลงในซอกตึกมืด ๆ แห่งนี้เพราะความดื้อรั้นของเธอเอง มันทำให้หัวใจเขาเหมือนถูกบีบจนแหลกสลาย
"ฉันไม่ใช่ตัวภาระนะ..." รินรดาเถียงกลับเสียงสั่น ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เมื่อเห็นหยาดเลือดสีแดงสดไหลเปื้อนมือเขา มือเรียวเอื้อมไปแตะแผลที่หัวไหล่นั้นเบา ๆ "เลือดออกเยอะมากเลย... คุณบ้าหรือเปล่า ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉันไว้ด้วยเล่า!"
"เพราะถ้าผมไม่บัง แล้วใครจะคอยกวนประสาทเธอไปตลอดชีวิตล่ะ" คณินสวนกลับทันควัน แม้สถานการณ์ตรงหน้าจะคับขันจนแทบไม่หายใจ แต่เขาก็ยังไม่วายหยอดคำพูดกวนประสาทใส่เธอได้ ดวงตาคมกริบที่มักจะมองโลกในแง่ร้ายเสมอ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงยามที่จ้องมองใบยวงเปื้อนฝุ่นของหญิงสาว "เจ็บนิดเดียวเอง... เทียบกับที่ต้องเสียเธอไปไม่ได้หรอก"
คำพูดนั้นทำเอารินรดาพูดไม่ออก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความอบอุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านเข้ามาในอกท่ามกลางความหนาวเหน็บของค่ำคืนนี้ เคมีที่คุกกรุ่นระหว่างทั้งคู่พุ่งทะยานจนแทบจะหลอมละลายความหวาดกลัวทั้งหมดให้มลายหายไป
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ของดร.วิชาญกำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับกระบอกปืนที่เล็งตรงมายังกำบังที่พวกเขากำลังซ่อนอยู่
"หมดเวลาหวานกันแล้วครับ คู่รักนักสืบ" เสียงเย็นเยียบดังขึ้นห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว
คณินขบกรามแน่น เขาดึงรินรดาเข้ามาชิดอกแกร่งมากกว่าเดิม มือข้างที่ยังใช้งานได้ดีควักปืนพกออกมาจากแจ็คเก็ต สายตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว เขาเตรียมจะพุ่งออกไปแลกกระสุนนัดสุดท้ายเพื่อเปิดทางรอดให้ผู้หญิงในอ้อมแขน แม้ว่ามันจะต้องแลกด้วยลมหายใจของเขาก็ตามที
"ริน..." คณินก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหง "ถ้าเราตาย... ผมขอสารภาพอะไรอย่าง..."
"เปรี้ยง!"
เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวตัดหน้าประโยคสารภาพรักที่รินรดารอคอย ทว่าไม่ใช่กระสุนจากปืนของดร.วิชาญ ร่างของนักธุรกิจจอมบงการชะงักกึก ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตกใจก่อนที่ปืนในมือจะร่วงหล่นลงพื้น พร้อมกับร่างสูงที่ทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้นซีเมนต์อย่างหมดท่า
คณินกับรินรดากระพริบตาปริบ ๆ ด้วยความงุนงง ทั้งคู่ค่อย ๆ ชะโงกหน้าออกจากที่กำบัง
ที่ปากทางออกซอกตึก ร่างโปร่งในชุดสูทเข้ารูปยืนถือปืนที่มีควันจาง ๆ ลอยกรุ่นอยู่ที่ปลายกระบอก แสงไฟสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าคมคายและรอยยิ้มเย็นชาที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี
"ช้าเป็นบ้าเลยนะ... คณิน ปล่อยให้ผู้หญิงต้องมาคอยปกป้อง นายมันหมดสภาพจริงๆ แล้วมั้งเพื่อนรัก"
สารวัตรภาคภูมิเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาใกล้ พร้อมด้วยกำลังตำรวจนับสิบคนที่กรูกันเข้ามาปิดล้อมพื้นที่ทั้งหมดไว้ในพริบตาเดียว
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งแสบและหวานซึ้งของคณินกับรินรดานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 14
ภายใต้ความมืดคือความห่วงใย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!