เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 17

ภาพจิ๊กซอว์ตัวที่ขาดหาย

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
"ถอยไปค่ะสารวัตร ถ้าไม่อยากให้แฟ้มคดีนี้ปลิวเข้าเครื่องทำลายเอกสารตอนนี้" เสียงตวาดห้วนๆ ของรินรดาเฉียบคมราวกับใบมีดโกน เธอยืนบังตู้เอกสารเหล็กสีทึบไว้มิดชิด สองมือไขว้หลังกำสันแฟ้มสีน้ำตาลแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด ขณะที่กลุ่มเจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบเต็มยศยืนกระจายตัวล้อมรอบเซฟเฮาส์คับแคบหลังนี้ บรรยากาศอึมครึมจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจกระชั้น "ใจเย็นก่อนสิคุณรินรดา ผมแค่ทำตามหมายค้น..." สารวัตรหนุ่มยิ้มเย็นชา ก้าวเท้าเข้ามาใกล้จนกลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยปะทะจมูก "เบื้องบนเขาสงสัยว่าที่นี่ซุกซ่อนหลักฐานคดีฟอกเงินของ ดร.วิชาญ เอาไว้... และดูท่าทางคุณจะร้อนตัวเกินเหตุไปหน่อยนะ" "ร้อนตัวอะไรกันคะ? นี่มันร้านหนังสือโบราณกับที่พักส่วนตัว อยู่ๆ จะบุกเข้ามาโดยไม่มีหมายค้นระบุชื่อฉันแบบนี้ มันล้ำเส้นเกินไปหน่อยไหม!" รินรดาเชิดหน้าขึ้นสู้ ดวงตากลมโตเป็นประกายดุดัน ไม่มีความหวาดกลัวเจืออยู่ในนั้นเลยแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นรัวรากับกลองเพลเมื่อนึกถึงแผ่นฟล็อปปีดิสก์และสมุดบัญชีลับที่ซุกอยู่ใต้พื้นไม้กระดานตรงที่เธอยืนอยู่ ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น ร่างสูงโปรดของคณินก็ก้าวแทรกตัวผ่านแนวเจ้าหน้าที่เข้ามาอย่างไม่เกรงกลัว สีหน้าของนักสืบหนุ่มเรียบเฉย เย็นชา ไร้อารมณ์ จนน่าขนลุก แต่ดวงตาคมกริบกลับกวาดมองไปรอบห้องด้วยความเร็วแสงเพื่อประเมินสถานการณ์ "หมายค้นเหรอครับสารวัตร..." คณินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ามีพลังกดดันมหาศาลจนนายตำรวจยศใหญ่ต้องชะงักฝีเท้า "ไหนขอดูหน่อยสิครับ ออกโดยศาลไหน หรือว่าแอบเขียนเองหลังรถกระบะตอนตีสาม?" "คุณคณิน! อย่ามาปากดีนะ นี่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย!" "กฎหมายหรือคำสั่งของใครบางคนกันแน่ครับ?" คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวรินรดาโดยธรรมชาติ มือหนาเอื้อมไปแตะข้อศอกเรียวเบาๆ เป็นเชิงส่งสัญญาณให้เธอถอยหลังไปครึ่งก้าว การกระทำนั้นแฝงความห่วงใยดิบเถื่อนที่ทำเอารินรดาใจกระตุกวูบ "ถอยไปยืนข้างหลังผม ริน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่งลอดไรฟันไม่ได้มีความลังเลเลยสักนิด คณินแผ่รังสีความดุดันออกมาจนสารวัตรต้องถอยกรูดไปหนึ่งก้าว "คุณคณินกำลังขัดขวางการปฏิบัติงาน..." "ผมไม่ได้ขัดขวาง ผมแค่กำลังจะบอกว่า..." คณินหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากมือสารวัตรอย่างถือวิสาสะ กวาดสายตาอ่านผ่านๆ เพียงเสี้ยววินาทีมุมปากหยักก็กระตุกยิ้มเยาะ "หมายค้นนี้หมดอายุไปตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยงคืนแล้วครับสารวัตร... สงสัยลูกน้องคุณจะอ่านหนังสือไม่ออก หรือไม่ก็รีบมารับจ็อบจนลืมดูปฏิทิน" เสียงฮือฮาเบาๆ ดังขึ้นจากกลุ่มตำรวจตรวจค้น สารวัตรหน้าถอดสี รีบแย่งกระดาษคืนด้วยความหัวเสีย "อะ... อ๋อ ความจริงทางเราเพิ่งต่ออายุฉุกเฉินมา..." "ฉุกเฉินในฝันเหรอครับ?" คณินสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเย้ยหยันบาดลึก "ถ้ายังไม่อยากโดนข้อหาบุกเคหสถานยามวิกาลและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เชิญยกพลกลับออกไปทางเดิมได้เลยครับ... อ้อ ฝากกราบเรียน ดร.วิชาญ ด้วยนะว่า ของเล่นชุดเก่าของเขา เริ่มหมดความสนุกแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันตาเห็น สารวัตรกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะโบกมือไล่ลูกน้องให้ถอยร่นออกไปทีละคนจนกระทั่งประตูกระจกถูกปิดลงพร้อมเสียงกระแทกอย่างหัวเสีย ปัง! เมื่อความเงียบกลับคืนมา รินรดาก็ทรุดตัวลงพิงตู้เอกสารอย่างหมดแรง ลมหายใจหอบถี่ เธอยกมือขึ้นเสยผมที่ชื้นเหงื่อลวกๆ หันไปมองคนตัวสูงที่ยืนกอดอกนิ่งอยู่ตรงหน้า "นายมาได้จังหวะนรกมาก... รู้ตัวไหม" เธอเอ่ยเสียงสั่น เจือความโล่งใจที่พยายามกลบเกลื่อนด้วยการเชิดใส่ "ถ้าผมมาช้ากว่านี้อีกสองนาที ป่านนี้คุณคงโดนลากตัวไปโรงพักพร้อมสมุดบัญชีใต้พื้นนั่นแล้วล่ะยายตัวแสบ" คณินปรายตามองพื้นไม้กระดานตรงที่เธอยืนอยู่ "ฉลาดทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องหาที่ซ่อนของ" "มันไม่ใช่เรื่องง่ายนะยะ! แล้วนายรู้ได้ยังไงว่าฉันซ่อนอะไรไว้ตรงนั้น" รินรดากลอกตาอย่างหงุดหงิด "เดาจากความดื้อรั้นของคุณ" คณินตอบหน้าตาย ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งยองๆ งัดแผ่นไม้กระดานขึ้นมาอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นกล่องเหล็กสีดำสนิทที่ซ่อนอยู่ภายใน "ไหนดูซิ... ภาพจิ๊กซอว์ตัวที่ขาดหาย มันคืออะไรกันแน่" รินรดานั่งยองๆ ลงข้างเขา ความโกรธและหวาดกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความตึงเครียดจากคดีตรงหน้า ทั้งสองช่วยกันเปิดกล่องเหล็ก ด้านในอัดแน่นไปด้วยเอกสารการโอนเงิน เอกสารลับของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในเครือ ดร.วิชาญ และภาพถ่ายใบเสร็จการสั่งซื้อสารเคมีต้องสงสัย คณินหยิบภาพถ่ายใบหนึ่งขึ้นมาพิจารณา ภายใต้แสงไฟสลัวจากโคมไฟโต๊ะทำงาน ใบหน้าคมคายฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก "เส้นทางการเงินนี้โยงไปถึงบัญชีม้าสามสาย..." คณินพึมพำกับตัวเอง นิ้วเรียวไล่ไปตามตัวเลขบนกระดาษ "แปลว่า ดร.วิชาญ ไม่ได้ทำคนเดียว เขามีแบ็คอัพรายใหญ่คอยฟอกเงินให้ และไอ้คนๆ นั้นต้องมีอำนาจพอที่จะสั่งให้ตำรวจออกหมายค้นปลอมๆ ได้ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง" "แล้วเราจะเริ่มจากตรงไหน?" รินรดาขยับเข้าไปใกล้โดยไม่รู้ตัว ไหล่บางแนบชิดกับอกแกร่งของอีกฝ่าย กลิ่นอายบุรุษเพศจางๆ ผสมผสานกับความเคร่งเครียดทำให้บรรยากาศรอบตัวเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาทีละน้อย "เริ่มจาก... ไปเคาะประตูบ้านมันตรงๆ" คณินหันมาสบตาเธอ ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่นั้นลึกล้ำจนรินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "บุกรังเสือ ต้องใช้เหยื่อล่อที่ดีพอ... และคุณนี่แหละ เหยื่อชั้นดี" "นี่นาย!" รินรดาเตรียมจะอ้าปากเถียง แต่ปลายนิ้วอุ่นจัดของคณินกลับแตะเบาๆ ที่ริมฝีปากของเธอ ห้ามคำพูดทุกคำให้กลืนหายลงไปในลำคอ "ชูส์... ฟังเสียงอะไรไหม" คณินหรี่ตาลง บรรยากาศรอบเซฟเฮาส์เปลี่ยนเป็นเย็นเยียบในพริบตา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ประตูด้านหน้าอย่างเงียบเชียบ ไม่มีเสียงรถตำรวจ ไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือนใดๆ ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูสามครั้งดังขึ้น ช้าๆ ทว่าหนักแน่นรา과ค้อนตอกลงบนโลงศพ รินรดาสบตากลมโตกับคณินทันที ความตื่นตัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง ดึกป่านนี้... ไม่มีใครหน้าไหนมาเคาะประตูเซฟเฮาส์ของพวกเขาอย่างเป็นมิตรแน่ "อยู่ในนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" คณินกระซิบเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตานักล่า เขาชักปืนพกกระบอกเล็กออกจากเอวขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่บานประตูด้านนอกถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล! รี้ดเดอร์คะ... กดอ่านตอนถัดไปด่วนเลยนะคะ เพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตอนนี้ไม่ใช่ตำรวจ แต่เป็น "เขา" คนนั้น... คนที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความฟินและปมปริศนาร้อนๆ นี้ด้วยกันนะคะ!)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%