กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนยามค่ำคืนในเซฟเฮาส์หลังเก่า ประตูไม้เนื้อแข็งเพิ่งถูกลงกลอนอย่างแน่นหนา ทว่าความตึงเครียดภายนอกยังไม่น่ากลัวเท่าอุณหภูมิความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาอยู่กลางห้องนั่งเล่น
"ดร.วิชาญ... คุณหลุดจากการควบคุมมาได้ยังไง!"
รินรดาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อผู้ชายที่ควรจะอยู่ในการควบคุมของตำรวจกลับมายืนยันตัวตนอยู่ตรงหน้าเธอในยามวิกาลแบบนี้! ทว่าร่างสูงโปร่งของคณินกลับขยับตัวเข้ามาขวางหน้าเธอไว้ได้อย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาร์ นักสืบหนุ่มไม่ได้มีทีท่าตกใจแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายเรียบเฉยเย็นชาดั่งน้ำแข็ง ทว่าดวงตาคมกริบกลับหรี่ลงอย่างใช้ความคิด ก่อนที่หมัดหนักๆ จะซัดเข้าที่ใบหน้าของแขกไม่เชิญอย่างไม่ลังเลจนดร.วิชาญเซถลาล้มลงกับพื้น
"ถอยไปยัยตัวแสบ... หมอนี่ไม่ได้มาดี และรอยแผลที่ท้องของฉันเมื่อกี้ ก็ฝีมือของไอ้สารเลวคนนี้แหละ"
คณินพ่นลมหายใจร้อนผ่าวออกมาทางจมูก สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากการบาดเจ็บที่สีข้าง แต่เขากลับกัดฟันกรอดพยายามยืนหยัดอย่างทรนง รินรดารีบกวาดสายตามองเห็นคราบเลือดซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีเข้มของนักสืบหนุ่ม หัวใจของเธอหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความโกรธที่เขามักจะทำตัวบุ่มบ่ามถูกแทนที่ด้วยความตกใจระคนเป็นห่วงอย่างห้ามไม่ได้
"คุณคณิน! แผลคุณฉีกเหรอ ทำไมถึงใจร้อนแบบนี้เล่า!"
"ห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า... หรือไม่ก็ช่วยมัดไอ้เวรนี่ให้ที" คณินปรายตามองดร.วิชาญที่ยกหลังมือขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก ก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน
"คุณคิดเหรอครับคุณคณิน ว่าตำรวจชุดนี้จะเชื่อใจนักสืบตกอับอย่างคุณ... หลักฐานในแฟ้มนั้น ถ้ามันหลุดไปถึงมือสื่อ ชีวิตของแม่ค้าขายหนังสือเก่าคนนี้คงไม่เหลือซากแน่" ดร.วิชาญยิ้มเหี้ยม พยายามจะควักบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อสูท ทว่าคณินไวกว่า เขากระโจนเข้าใส่แล้วกดร่างของนักธุรกิจจอมปลอมลงกับพื้นทันที ก่อนจะใช้เคเบิลไทร์ที่หยิบมาจากลิ้นชักแถวนั้นล็อกข้อมืออีกฝ่ายไว้แน่นหนาด้วยความรวดเร็วและเด็ดขาด
"พูดมากน่า... แกคิดเหรอว่าฉันจะปล่อยให้หลักฐานชิ้นนั้นหลุดรอดไปได้" คณินกดเสียงต่ำอย่างน่ากลัว บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกจนรินรดายังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
หลังจากจัดการล็อกตัวอันตรายเสร็จสิ้น คณินก็เซถลาจนรินรดาต้องรีบพุ่งเข้าไปประคองร่างหนาเอาไว้ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและกลิ่นเลือดจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก ร่างกายของเขาร้อนผ่าวราวกับคนเป็นไข้
"ไหวไหมเนี่ยคุณ! เลือดออกเยอะขนาดนี้ยังจะทำตัวเป็นฮีโร่อีก!" รินรดาบ่นอุบด้วยความโมโหปนกังวล มือเรียวเล็กพยายามประคองเขามานั่งลงบนโซฟาตัวยาว
"ถ้าฉันไม่เท่แบบนี้... เธอจะเอาเวลาไหนมาแอบมองฉันล่ะ" คณินยังไม่วายส่งสายตาเจ้าเล่ห์และหยอกล้อ แม้ใบหน้าจะซีดเผือดเพราะเสียเลือดก็ตาม
"ยังจะมีอารมณ์มาเล่นอีกนะคะ! ถอดเสื้อออกเดี๋ยวนี้เลยค่ะ ฉันจะทำแผลให้"
"โห... ใจร้อนจังนะคุณ เพิ่งรู้จักกันไม่นานจะให้ผมถอดเสื้อให้ดูซะแล้วเหรอเนี่ย" นักสืบปากร้ายทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่ แม้หน้าผากจะมีเม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มไปหมด รินรดาลอบค้อนวงใหญ่ใส่ความกวนประสาทของเขา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลที่มุมห้องมาวางกระแทกไว้บนโต๊ะด้วยความหมั่นไส้
"ถ้าไม่อยากตายก่อนจะได้ไขคดี ก็อยู่นิ่งๆ ค่ะ!"
รินรดากล่าวเสียงเข้ม ก่อนจะค่อยๆ ใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซและเสื้อเชิ้ตบริเวณบาดแผลของเขาออกอย่างเบามือที่สุด ทว่าเมื่อเนื้อผ้าหลุดออกเผยให้เห็นแผลฉีกขาดที่สีข้างซึ่งมีเลือดสดๆ ไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ลมหายใจของเธอก็สะดุดกึก ดวงตากลมโตฉายแววเจ็บปวดแทนอย่างปิดไม่มิด
คณินนั่งนิ่งมองท่าทีที่เปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความอ่อนโยนของหญิงสาว ดวงตาคมกริบที่เคยแข็งกระด้างยามเผชิญหน้ากับศัตรู บัดนี้กลับทอประกายความอบอุ่นและลุ่มลึกอย่างประหลาด เขามองลำคอระหงและหยดเหงื่อที่ซึมอยู่ตามไรผมของเธอ ยามที่เธอก้มลงเป่าลมเบาๆ เพื่อบรรเทาความแสบให้บริเวณปากแผล
ความใกล้ชิดที่แนบ ชิดจนเกินพอดี ทำให้หัวใจของทั้งคู่เต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง เสียงนาฬิกาแขวนผนังดังแข่งกับเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ รินรดาบรรจงทาน้ำยาฆ่าเชือกอย่างระมัดระวังที่สุด นิ้วมือเรียวบางสัมผัสโดนผิวเนื้ออุ่นจัดของชายหนุ่มโดยบังเอิญ ทำให้คณินสะดุ้งเฮือกเล็กน้อย กล้ามเนื้อหน้าท้องแกร่งเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ
"เจ็บเหรอคะ... ทนหน่อยนะ" เสียงหวานเอמהกระซิบแผ่วเบา อยู่ใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดลงบนผิวเนื้อของเขา คณินก้มมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวที่ตั้งอกตั้งใจทำแผลให้เขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นอยู่ในอก ความรู้สึกที่เขาไม่เคยมีให้ใครมาก่อน ผู้หญิงปากเก่งคนนี้... กำลังทำให้หัวใจนักสืบที่ด้านชาของเขาละลายลงทีละน้อย
"ไม่ได้เจ็บแผล..." คณินเอ่ยเสียงแหบพร่า ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ รินรดาชะงักมือที่กำลังถือสำลี เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่ทันตั้งตัว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่เหลือเพียงแค่คืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกันและกัน
"แล้ว... เจ็บตรงไหนคะ" รินรดาถามเสียงสั่น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล ใบหน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่
"เจ็บตรงนี้..." คณินยกมือขึ้นช้าๆ ปลายนิ้วอุ่นจัดแตะลงเบาๆ ที่กลางหน้าอกซ้ายของรินรดา ตรงตำแหน่งที่หัวใจกำลังเต้นโครมคราม "...เต้นแรงซะจนฉันกลัวว่าเธอจะยินมันเลยนะ รินรดา"
"คุณคณิน..." หญิงสาวครางชื่อเขาแผ่วเบา สมองขาวโพลนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออก เคมีที่พวยพุ่งระหว่างคนทั้งคู่ร้อนแรงยิ่งกว่าอุณหภูมิในห้องเสียอีก คณินโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ สายตาคมปาล์มมองริมฝีปากอิ่มสั่นระริกด้วยความตื่นเต้น ราวกับแม่เหล็กขั้วเดียวกันที่กำลังดึงดูดเข้าหากันอย่างไม่อาจต้านทาน
ทว่า... ในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ประตูไม้หน้าห้องที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับส่งเสียงดัง "ปัง!" ราวกับมีบางคนกำลังพังมันเข้ามาจากภายนอก พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ และแสงไฟฉายสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในความมืด!
"ตำรวจตรวจค้น! ทุกคนอยู่นิ่งๆ!"
ตุ๊กตาโบราณ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความลับนี้ด้วยกันนะคะ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 16
การดูแลที่เกินพอดี
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!