เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 18

การเผชิญหน้ากับศัตรูคนแรก

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เศษไม้กระเด็นว่อนปะทะกับความมืดและกลิ่นอายฝุ่นคลุ้ง บานประตูไม้เนื้อแข็งของร้านหนังสือเก่าแก่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบด้วยแรงมหาศาล เสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหวทำให้บรรยากาศรอบตัวดิ่งลึกลงสู่ความตึงเครียดในเสี้ยววินาที รินรดาแทบหยุดหายใจ หัวใจของเธอกระหน่ำรัวรากลองศึก ร่างบางถูกดึงรั้งด้วยมือหนาของคณินให้หลบเข้าไปแนบชิดกับชั้นหนังสือโบราณ กลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาทั้งเจือกลิ่นฝนและนิโคตินจางๆ ลอยปะปนกับความตายที่คืบคลานเข้ามา "อยู่ในนี้ ห้ามส่งเสียงเด็ดขาด" คณินกระسิบเสียงต่ำชิดใบหู ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นแววตานักล่าอย่างไร้ความปรานี เขาชักปืนพกกระบอกเล็กสีดำด้านออกจากเอวขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว เสียงคลิกเบาๆ นั้นดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงัน ร่างสูงโปร่งขยับตัวบังร่างบางของเธอไว้มิดชิด ความเย็นชาและคมคายที่เขามักใช้ต่อปากต่อคำกับเธอหายวับไปกับตา เหลือเพียงสัญชาตญาณดิบของนักสืบมืออาชีพที่พร้อมจะแลกด้วยชีวิต เงาร่างมหึมาสองร่างในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวล้ำเข้ามาในเขตปลอดภัยของพวกเขา ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มาเพื่อเจรจa แต่มาเพื่อกวาดล้าง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงเหยียบย่ำลงบนเศษไม้ที่แตกหักดังเอี๊ยดอ้าด บ่งบอกระยะห่างที่ใกล้เข้ามาทุกที รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด มือเรียวคว้าชายเสื้อแจ็คเก็ตหนังของคณินไว้โดยไม่รู้ตัว แม้เธอจะเป็นคนปากกล้าและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่สถานการณ์เป็นตายเท่ากันเบื้องหน้าก็ทำให้สติเกือบหลุดลอย คณินเหลือบสายตากลับมามองเธอนิดหนึ่ง สัมผัสได้ถึงแรงสั่นเทือนน้อยๆ จากปลายนิ้วที่กำเสื้อเขาไว้ เขารู้ดีว่าหากพลาดแม้แต่น้าวไกเดียว ทุกอย่างจะจบลง *เปร้ง!* เสียงกระสุนนัดแรกแหวกอากาศทะลุชั้นหนังสือด้านหลังพวกเขาไปไม่ถึงคืบ เศษกระดาษและหนังสือเก่าร่วงกราวลงมาประหนึ่งฝนหิมะ คณินไม่รอช้า เขาอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเปลี่ยนกระสุน โผล่พรวดออกไปจากที่กำบังพร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนนิ่งสนิท "ไอ้พวกสุนัขรับจ้างของวิชาญ... ช้าไปก้าวหนึ่งนะ" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกไปอย่างเย้ยหยัน ก่อนที่เสียงคำรามของโลหะมรณะจะดังสนั่นขึ้นสองนัดซ้อน ร่างของชายฉกรรจ์คนแรกเซถลาล้มฟาดลงกับชั้นวางโปสการ์ดเก่า เสียงข้าวของแตกกระจายดังระงม อีกฝ่ายไม่ยอมแพ้ ชักอาวุธขึ้นมาหมายจะตอบโต้ แต่คณินเร็วกว่า เขาพุ่งตัวเข้าประชิดพร้อมกับใช้สันมือกระแทกข้อมือของมือปืนจนปืนหลุดร่วง ตามด้วยลูกเตะตัดขาที่แม่นยำจนร่างนั้นล้มลงไปนอนกองกับพื้น แน่นิ่งหมดสติในเวลาไม่กี่วินาที ความเงียบสงบชั่วขณะกลับมาเยือนอีกครั้ง คณินยืนหอบหายใจเล็กน้อย เม็ดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้าคมคาย เขาสบถเบาๆ ในลำคอเมื่อกวาดสายตาสำรวจความเสียหายรอบร้าน ก่อนจะรีบหมุนตัวกลับมาหารินรดาที่ยังยืนพิงชั้นหนังสือด้วยแววตาตื่นตระหนก "ปลอดภัยแล้ว... ยัยตัวแสบ เลิกทำหน้าเหมือนจะกินหัวฉันสักทีได้ไหม" น้ำเสียงกวนประสาทถูกงัดกลับมาใช้ทันทีที่สถานการณ์คลี่คลายราวกับจะกลบเกลื่อนความตึงเครียดเมื่อครู่ รินรดาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก แต่ทิฐิและความไม่ยอมคนก็ทำให้เธอเชิดหน้าขึ้นทันควัน แม้ขาจะยังสั่นนิดๆ ก็ตาม "ถ้าไม่ใช่เพราะคุณลากฉันมาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ ของดร.วิชาญ ฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ไหมเล่า ตาบ้า!" "ปากดีแบบนี้ แสดงว่ายังไม่ช็อกตายสินะ" คณินย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับมากระหน่ำรัวอีกครั้งด้วยเหตุผลอื่นอย่างสิ้นเชิง "ถอยไปนะ คณิน ใกล้เกินไปแล้ว" เธอเอ็ดเสียงเบา พยายามดันแผงอกกว้างของเขาออก แต่คนตัวโตกลับนิ่งเฉย ซ้ำยังยื่นมือมาปัดเศษฝุ่นที่ติดอยู่ข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาความตั้งใจที่จะต่อปากต่อคำของเธอดับวูบลงในทันที ดวงตาคมกริบของนักสืบหนุ่มมองลึกเข้ามาในดวงตากลมโต คล้ายจะสำรวจว่าเธอปลอดภัยดีจริงๆ หรือไม่ ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากร้ายถูกส่งผ่านออกมาทางแววตาคู่นั้นอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้รินรดาต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนความรู้สึกวูบไหวในอก ทว่า บรรยากาศอบอวลชวนใจสั่นยังไม่ทันได้ดำเนินไปถึงไหน เสียงเคาะฝ่าเท้าหนักๆ หลายคู่ที่ดังมาจากหน้าปากซอยก็กระชากพวกเขากลับสู่โลกความเป็นจริง ร่างสูงดีดตัวกลับมายืนตรงในเสี้ยววินาที สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเสียงรถยนต์หลายคันเบรกเอี๊ยดลงหน้าร้าน วิชาญไม่ได้ส่งมาแค่สองคน... นี่เป็นแค่ระลอกแรกเท่านั้น คณินคว้าข้อมือเรียวของรินรดากระชับแน่น "ทางหนีไฟหลังร้าน... ไปเดี๋ยวนี้!" พวกเขาวิ่งฝ่าความมืดเข้าไปในห้องเก็บของด้านหลัง คณินถีบประตูหนีไฟเปิดออก กลิ่นอายความชื้นของตรอกซอกซอยยามวิกาลปะทะเข้าจังๆ แสงไฟจากหน้าร้านสาดส่องเข้ามาทางกระจกหน้าร้านพร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวอีกครั้ง ศัตรูระลอกใหญ่กำลังบุกเข้ามาประชิดตัวแล้ว ในจังหวะที่คณินกำลังจะดึงรินรดาให้ก้าวพ้นธรณีประตูหนีไฟนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่ดังเร็วกว่านรกก็หยุดชะงักลงตรงหน้าทางออกพอดี เงาร่างสูงโปร่งในชุดสูทเนี๊ยบภายใต้แสงไฟสลัวก้าวออกมาขวางทางพวกเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของแขกยามวิกาลผู้มาเยือนใหม่ คณินชะงักฝีเท้า ดวงตาคมหรี่แคบลงอย่างอันตรายเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ยืนดักรออยู่เบื้องหน้า "คิดว่าจะหนีพ้นเหรอครับ... คุณนักสืบ" เสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับแสงกระบอกปืนเงาวาวที่ยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าผากของคณินอย่างแม่นยำ ขอบคุณที่ติดตามอ่านและเป็นกำลังใจให้นักเขียนคนนี้เสมอนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%