ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทสะท้อนแสงไฟนีออนสลัวจากผนังห้องพักร้าง เป็นภาพที่ทำให้ลมหายใจของคนมองสะดุดกึก รอยยิ้มเยาะบนมุมปากของมือปืนรับจ้างภายใต้สังกัดของ ดร.วิชาญ แผ่ซ่านความเย็นเยียบไปทั่วผิวหนัง แต่สำหรับคณินแล้ว ความตายที่จ่ออยู่ตรงหน้าไม่ได้ทำให้ต่อมความกลัวของเขาทำงาน แม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับกระตุ้นให้สัญชาตญาณดิบของนักสืบหนุ่มพุ่งพล่านถึงขีดสุด
"คิดว่าจะหนีพ้นเหรอครับ... คุณนักสืบ" เสียงทุ้มนุ่มน่าขนลุกเอ่ยขึ้น พร้อมกับนิ้วชี้ที่เริ่มออกแรงกดไกปืนลงทีละน้อย
ดวงตาคมกริบของคณินกวาดมองสถานการณ์รอบตัวอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องสแกน ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตาย สมองของเขาประมวลผลเร็วจี๋ พื้นห้องมีเศษกระจกแตกกระจัดกระจายจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ด้านหลังคือหน้าต่างบานเกล็ดที่ถูกล็อกตาย ส่วนรินรดากำลังถูกมัดมือไผล่หลังอยู่มุมห้อง แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและคราบน้ำตา แต่ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้นที่แสดงความอ่อนแอออกมา
ผู้หญิงคนนี้ดื้อรั้นเสมอ... แม้กระทั่งในยามที่ความตายอยู่ห่างแค่เอื้อม เธอก็ยังพยายามใช้แรงข้อเท้ากระแทกเก้าอี้เพื่อส่งสัญญาณเตือนเขา
"ถ้าฉันตาย... นายไม่ได้เงินค่าจ้างหรอกนะ" คณินแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดกลัว เจือความเย้ยหยันที่ทรงพลังจนมือปืนชะงักไปนิด "คิดจริงๆ เหรอว่า ดร.วิชาญ จะเก็บบริวารที่ทำงานพลาดอย่างนายไว้ดูต่างหน้า? เขามีคนรอเสียบแทนแกเป็นสิบคนแล้วมั้ง ไอ้ทึ่ม"
"หุบปาก!" มือปืนคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แรงกดที่ไกปืนเพิ่มขึ้นจนได้ยินเสียงสปริงลั่นเบาๆ "แกมันก็แค่พวกชอบสอดรู้สอดเห็น สมควรตายตั้งนานแล้ว!"
นั่นคือจังหวะเสี้ยววินาทีที่คณินรอคอย!
เมื่อความโกรธเข้าครอบงำ สติและการควบคุมย่อมลดลง คณินไม่รอให้กระสุนพุ่งออกจากลำกล้อง ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วดุจเสือชีตาห์ มือหนาคว้าข้อมือของมือปืนที่ถืออาวุธแล้วบิดหักด้วยมุมที่ทรงพลังที่สุด เสียงกระดูกลั่นดังกรอบพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ปืนในมือหลุดร่วงลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น...
มือปืนอาชีพย่อมมีแผนสำรองเสมอ อีกฝ่ายใช้มือข้างที่เหลือชักมีดพับเล่มเล็กจากกระเป๋าเสื้อกั๊กแล้วพุ่งแทงสวนกลับมาอย่างไม่คิดชีวิต คณินเบี่ยงตัวหลบได้ทันอย่างฉิวเฉียด คมมีดเฉี่ยวผ่านเสื้อเชิ้ตเนื้อดีจนขาดวิ่น ทิ้งรอยแผลบางเฉียบที่ซึมด้วยหยดเลือดสีสดไว้บนลาดไหล่หนา
"ไอ้เวรนี่..." คณินสบถลอดไรฟัน ความเจ็บแปลบไม่ได้ทำให้เขาชะ้าลง เขายกเข่ากระแทกเข้าที่ลิ้นปี่ของอีกฝ่ายเต็มแรง จนมือปืนร่างยักษ์ทรุดฮวบคุกเข่าลงไปกองกับพื้น ปิดท้ายด้วยการฟาดสันมือเข้าที่ท้ายทอยอย่างแม่นยำ ร่างนั้นก็ล้มพับหมดสติไปในทันที
ห้องทั้งห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง มีเพียงเสียงหอบหายใจถี่กระชั้นของคณินที่ดังแข่งกับเสียงแอร์เก่าๆ บนผนัง
นักสืบหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งเพื่อปรับจังหวะการหายใจ ก่อนจะรีบหันขวับไปมองมุมห้อง รินรดากำลังจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ผสมปนเประหว่างความโล่งอกและความระทึกใจ ดวงตากลมโตคู่นั้นไหวระริก แม้ริมฝีปากจะเม้มแน่นเพื่อซ่อนความสั่นเทา
คณินก้าวเท้าเข้าไปหารatคราคร่ำด้วยความเร่งรีบ คุกเข่าลงข้างๆ ร่างบางที่ถูกพันธนาการด้วยเชือกไนลอนหนา เขาใช้เศษมีดพับที่เก็บขึ้นมาจากพื้นเมื่อครู่บรรจงตัดเชือกให้อย่างระมัดระวัง กลัวว่าคมมีดจะพลาดโดนผิวเนื้อเนียนละเอียดของเธอ
"ซุ่มซ่ามจริงนะรินรดา" เสียงทุ้มเอ่ยดุเบาๆ แต่สั่นพร่าเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวพยายามเก็บอาการ "บอกให้รออยู่ในรถ ทำไมถึงชอบทำตัวเป็นภาระอยู่เรื่อย"
ทันทีที่เชือกเส้นสุดท้ายถูกตัดขาด รินรดาก็ไม่รอช้า เธอโผเข้าสวมกอดลำคอแกร่งของชายหนุ่มไว้แน่น ใบหน้าเนียนซบลงกับลาดไหล่กว้างที่ยังมีรอยเลือดซึมผ่านเนื้อผ้า ความหวาดกลัวที่เก็บกดไว้พรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตของเขา
คณินชะงักไปชั่วขณะ มือหนาที่ถือมีดอยู่ค้างเติ็งกลางอากาศ ก่อนที่ความแข็งกร้าวทั้งหมดในแววตาจะละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอ่อนโยนและแรงปรารถนาที่จะปกป้องที่ระอุอยู่ก้นบึ้งหัวใจ เขาค่อยๆ วางมีดลง วงแขนแข็งแรงโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบอกแน่น ราวกับต้องการยืนยันว่าเธอยังปลอดภัยและอยู่ตรงนี้จริงๆ
"ฉันไม่ได้เป็นภาระสักหน่อย..." เสียงหวานอู้อี้อยู่แถวซอกคอของเขา มือเรียวเล็กกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นจนยับยู่ยี่ "นายต่างหาก... ทำไมต้องทำตัวเป็นพระเอกโง่ๆ วิ่งเข้ามาเสี่ยงอันตรายคนเดียวเล่า รู้ไหมว่าฉันใจหายแค่ไหนตอนที่เห็นนายโดนจ่อปืน"
"เป็นห่วงฉันเหรอครับ... คุณเจ้าของร้านหนังสือ" คณินแกล้งกระเซ้าด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทั้งที่หัวใจกำลังเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกมานอกอก ไออุ่นจากตัวเธอและกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยกำลังทำให้สติของเขาเตลิดไปไกล
"คนบ้า..." รินรดาผละออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย เงยหน้าขึ้นมองค้อนเขาด้วยดวงตาแดงก่ำที่ยังมีคราบน้ำตาติดอยู่ ริมฝีปากอิ่มเม้มเข้าหากันอย่างน่ารัก "เวลานี้ยังจะมีอารมณ์มาแซวอีกนะ ดูสิ... ไหล่เลือดออกหมดแล้ว"
นิ้วเรียวแตะเบาๆ ที่รอยแผลบนลาดไหล่ของเขา ความใกล้ชิดที่ระเหิดขึ้นในอากาศทำให้ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร คณินมองริมฝีปากสีพีชที่ขยับบ่นอุบอิบ ดวงตาคมกريบฉายแวววาวโรจน์จนรินรดาต้องชะงัก ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้กันทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆ ท่ามกลางซากปรักหักพังของห้องร้าง
นักสืบปากร้ายโน้มใบหน้าลงช้าๆ สายตาจดจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของหญิงสาวราวกับต้องมนต์สะกด รินรดาเองก็หลุบตาลงต่ำ หัวใจเต้นรัวระรัวยิ่งกว่าตอนเผชิญหน้ากับมือปืนเสียอีก เปลือกตาบางค่อยๆ ปิดลงเพื่อรอรับสัมผัสที่กำลังจะมาถึง...
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นกะทันหัน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังห้องนี้อย่างเร่งรีบ
"ตำรวจกองปราบ! ทุกคนอยู่ในความสงบ ห้ามขยับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ตุ๊กตาโบราณ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 19
กลยุทธ์ของนักสืบ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!