กาแฟแก้วที่สามของวันถูกวางกระแทกลงบนโต๊ะทำงานไม้สักเก่าคร่ำครึเสียงดังสนั่น จนน้ำสีดำเข้มกระฉอกเปื้อนขอบถ้วย รินรดาตวัดสายตาขึ้นมองชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงโปร่งที่ยืนค้ำหัวเธออยู่ด้วยแววตาวาวโรจน์ ไม่บอกก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังหงุดหงิดเรื่องอะไร เพราะสันกรามคมสันนั่นขบเข้าหากันจนนูนเด่น ขณะที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกำลังจ้องมองโทรศัพท์มือถือในมือเธอราวกับมันเป็นวัตถุระเบิดที่พร้อมจะทำงานได้ทุกเมื่อ
"คุณเป็นบ้าอะไรอีกแล้วเนี่ย คณิน!" หญิงสาวเอ่ยเสียงลอดไรฟัน วางปากกาในมือลงแล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว "นี่มันร้านหนังสือของฉันนะ อยากจะทำหน้ายักษ์ใส่ใคร ก็เชิญออกไปอาละวาดข้างนอกโน่น!"
"ผมไม่ได้บ้า..." คณินแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเยียบเย็นจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนรินรดาต้องเอนตัวหนีโดยอัตโนมัติ "แต่ไอ้คนที่ชื่อกรณ์อะไรนั่นต่างหากที่มันบ้า มันส่งข้อความจีบคุณมาตั้งแต่เช้าตรู่ไม่เว้นแต่ละนาที คิดว่าผมตาบอดมองไม่เห็นหรือไงว่าคุณแอบอมยิ้มให้หน้าจอตั้งแต่อ่านไลน์มัน?"
รินรดาชะงักไปนิด ทว่าริมฝีปากบางกลับยกยิ้มหยันขึ้นมาทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า เธอยืดตัวขึ้นสู้สายตาเขาอย่างไม่ลดละ "แล้วมันธุระอะไรของคุณล่ะคะ? เขาจะส่งข้อความหาฉัน จะจีบฉัน หรือฉันจะอมยิ้มให้ใคร มันก็สิทธิ์ของฉัน คุณเป็นแค่นักสืบที่มาเช่าเซฟเฮาส์ชั้นบนอยู่... ไม่ได้เป็นเจ้าชีวิตฉันสักหน่อย"
คำพูดประชดประชันนั้นทำเอาคณินถึงกับนิ่งงัดไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวับโรจน์ขึ้นด้วยไฟโทสะที่เจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นไว้อย่างเต็มที่ บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงจนน่าใจหาย ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาใกล้จนระยะห่างแทบไม่เหลือพื้นที่ว่าง มือหนายื่นไปคว้าขอบโต๊ะทั้งสองข้าง กักตัวเธอไว้ให้อยู่ในอาณัติโดยปริยาย
"สิทธิ์เหรอ..." คณินทวนคำเสียงกระซิบพร่า
ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มหยันที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา "งั้นผมคงต้องทบทวนความจำคุณใหม่แล้วล่ะมั้ง รินรดา ว่าไอ้คนที่คุณบอกว่าเป็น 'แค่คนเช่า' คนนี้เนี่ย... เขาเคยทำอะไรเพื่อคุณมาบ้าง"
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดีเมื่อใบหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นอายความเป็นผู้ชายผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยียบเย็นที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาโลมไล้ผัสสะจนเธอลืมหายใจ รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น สมองประมวลผลแทบไม่ทันเมื่อถูกรุกรานในระยะประชิดเช่นนี้
"ถอยไปนะ..." เธอพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับภูเขาหินผา
"ไม่ถอย..." คณินตอบหน้าตาเฉย สายตากวาดมองริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นของเธอด้วยประกายความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งหงุดหงิด ทั้งหวงแหน และ... คลั่งเสียจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ "จำไม่ได้เหรอว่าไอ้หมอกรณ์อะไรนั่นน่ะ มันเคยร่วมมือกับ ดร.วิชาญ เพื่อจะฮุบร้านหนังสือคุณเมื่อเดือนก่อนด้วยซ้ำ แล้วนี่คุณยังจะเปิดทางให้มันเข้ามาป้วนเปี้ยนใกล้ตัวอีกงั้นเหรอ? สมองคุณเอาไปไว้ที่ไหนหมดรินรดา หรือเพราะช่วงนี้ผมตามใจคุณมากเกินไป คุณเลยลืมไปแล้วว่าโลกใบนี้มันอันตรายแค่ไหน!"
"ฉันดูแลตัวเองได้!" รินรดาเถียงกลับเสียงแข็ง แม้ลึกๆ ในใจจะสะดุดกับคำเตือนนั้น "อีกอย่าง ฉันจะคบใคร จะคุยกับใคร มันก็เรื่องส่วนตัวของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์?" คณินทวนคำอีกครั้ง คราวนี้แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันและจริงจังจนน่ากลัว มือหนาละจากขอบโต๊ะข้างหนึ่ง เลื่อนขึ้นมาจับปลายคางมนของเธอไว้เบาๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ "ลองพูดใหม่อีกทีสิ ถ้าคิดว่าผมไม่มีสิทธิ์... แล้วไอ้รอยจูบเมื่อคืนก่อนล่ะ คุณจะอธิบายว่ามันคืออะไร หึ?"
ใบหน้าของรินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีจนลามไปถึงใบหู ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวานแวบเข้ามาในหัว สมองเธอนึกถึงตอนที่เขาช่วยเธอจากเงื้อมมือของลูกน้องวิชาญจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด และในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่แค่เอื้อม อารมณ์บางอย่างก็พาให้ริมฝีปากของพวกเขาสัมผัสกันอย่างไม่ตั้งใจ แม้จะเป็นแค่เสี้ยววินาทีแต่มันก็ชัดเจนเกินกว่าจะลืมเลือน
"นั่นมัน... มันเป็นอุบัติเหตุ!" เธอเสียงสั่นโดยไม่ตั้งใจ พยายามเบือนหน้าหนีสัมผัสอุ่นจัดที่คาง
"อุบัติเหตุบ้าอะไรที่ทำให้ผมตื่นมาแล้วนอนไม่หลับไปค่อนคืนแบบนั้นวะ..." คณินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อยอย่างเผลอตัว ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยแววตาที่สั่นไหวรุนแรง "จำไว้รินรดา... ผมไม่ใช่คนใจดีพอที่จะยอมยืนมองผู้ชายหน้าไหนก็ไม่รู้มาขายขนมจีบผู้หญิงที่ผม... ที่ผมคอยปกป้องอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ หรอกนะ"
คำพูดที่เกือบจะหลุดคำว่ารักออกมาทำเอารินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เธอมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ตัวตนที่แท้จริงของคณินคือชายหนุ่มผู้เย็นชา ปากร้าย และไม่เคยสนใจความรู้สึกของใครหน้าไหน แล้วนี่เขากำลังสารภาพความหึงหวงออกมาโต้งๆ อย่างนั้นหรือ?
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากพูดอะไรโต้แย้ง เสียงกระดิ่งหน้าร้านก็ดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาของบุคคลที่สาม ซึ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดและชวนใจเต้นแรงเมื่อครู่พังทลายลงในพริบตา
"สวัสดีครับคุณรินรดา ผมเอากาแฟกับขนมมาฝาก... อ้าว คุณคณิน อยู่ด้วยเหรอครับ บรรยากาศดูเครียดๆ นะครับเนี่ย"
เสียงทุ้มของกรณ์ ดร.หนุ่มอนาคตไกลที่ตามจีบเธอไม่เลิกรา ดังขึ้นจากบริเวณประตูหน้า ประจวบเหมาะกับจังหวะที่คณินยังคงยืนค้ำหัวรินรดาอยู่ในระยะประชิดตัว ชายหนุ่มเจ้าของร้านหนังสือผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่คณินหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุดันราวกับพยัคฆ์หนุ่มที่กำลังถูกแย่งอาณาเขต และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สายตาของคณินก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารลับที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อสูทของกรณ์ ซึ่งมีตราประทับลับขององค์กรศัตรูที่พวกเขากำลังตามล่าอยู่พอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งจิกแต่ซ่อนความคลั่งรักของคู่กัดคู่นี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ตุ๊กตาโบราณ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 20
คนปากร้ายที่หวงก้าง
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!