"วิชาญ!"
เสียงอุทานที่หลุดรอดจากริมฝีปากของรินรดาไม่ได้มีแค่ความตกใจ แต่มันเจือไปด้วยความหวาดหวั่นที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าวมาตลอดหลายวัน คณินหรี่ตาลงทันที ประสาทสัมผัสของนักสืบมืออาชีพทำงานอย่างรวดเร็วดั่งสัญชาตญาณของสัตว์ป่า เขายืนประชิดร่างบางที่กำลังถอยก้นชนชั้นวางหนังสือเก่าในเซฟเฮาส์ กลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่จนแทบจะได้ยินเสียงกระแสไฟฟ้าปะทะกันในอากาศ
"ทำไม? พอได้ยินชื่อนี้แล้วสีหน้าคุณถึงได้ซีดเผือดขนาดนั้นล่ะ รินรดา"
คณินก้มตัวลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาที่มักมีรอยยิ้มเยาะหยันฉาบอยู่เสมอเวลานี้กลับเรียบสนิท ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก เธอพยายามเบือนหน้าหนีเพื่อหลบสายคาดคั้นนั้น แต่ปลายนิ้วแข็งแรงของเขากลับเอื้อมมาแตะปลายคางมน บังคับให้เธอกลับมาสบตากันตรงๆ
"ปล่อยนะ... ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย แค่ตกใจที่จู่ๆ คุณก็พูดชื่อตานั่นขึ้นมาต่างหาก" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี พร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความพิรุธ ทว่าลมหายใจที่ติดขัดและเม็ดเหงื่อบางๆ ที่ผุดขึ้นบริเวณขมับกลับทรยศคำพูดของเธอสิ้นเชิง
คณินไม่ยอมเชื่ออะไรง่ายๆ อยู่แล้ว ในฐานะนักสืบ เขาถูกฝึกมาให้มองทะลุปรุโปร่งยิ่งกว่าคำแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ตั้งแต่เกิดเรื่องลอบทำร้ายที่ร้านหนังสือของเธอเมื่อสัปดาห์ก่อน จนกระทั่งลากตัวเธอมาซ่อนไว้ที่เซฟเฮาส์ลับแห่งนี้ มีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลเกี่ยวกับเบื้องหลังของหญิงสาวคนนี้ วิชาญ นักธุรกิจเบื้องหน้าผู้ใจบุญแต่เบื้องหลังโสมم จะมาพัวพันอะไรกับยายแม่มดปากกล้าเจ้าของร้านหนังสือมือสองธรรมดาๆ คนนี้ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะว่า... เธอมีความลับบางอย่างที่ซ่อนไว้เกี่ยวกับคดีที่เขากำลังตามล่าอยู่
"คนธรรมดาเขาไม่เรียกชื่อคนที่เป็นภัยคุกคามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแบบนั้นหรอกนะ" คณินย่างสามขุมเข้าหาอีกก้าว จนรินรดาต้องแนบแผ่นหลังติดกับชั้นไม้เก่าๆ ไร้ทางหนี "ว่าไงล่ะ? หรือว่าความจริงแล้ว... คุณกับดร.วิชาญ จะมี 'ความลับ' อะไรที่ไม่อยากให้ฉันรู้กันแน่?"
"คุณมันบ้า คณิน! วันๆ สมองคุณคิดแต่จะจับผิดชาวบ้านเขาหรือไง ถึงได้จินตนาการเรื่องบ้าๆ ออกมาได้เนี่ย" รินรดาแหวใส่แก้เก้อ พยายามดันแผงอกกว้างของเขาให้ออกห่าง แต่ทว่าร่างกายของเขากลับมั่นคงราวกับกำแพงคอนกรีต "ฉันก็แค่นักอ่านตาดำๆ ที่ซวยเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ ของคุณต่างหากเล่า เลิกจับผิดฉันสักทีจะได้ไหม!"
"ถ้างั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิว่าคุณบริสุทธิ์ใจ"
น้ำเสียงของคณินอ่อนลงเล็กน้อย แต่มันกลับเต็มไปด้วยแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เขาลดมือลงจากคางของเธอ แต่เปลี่ยนมาท้าวแขนไว้กับชั้นหนังสือทั้งสองข้าง กักขังร่างบางไว้ตรงกลางอย่างจงใจ ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบ จนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขา
ดวงตาสีนิลคู่นั้นไม่ได้มีความเยาะหยันอีกต่อไปแล้ว มีเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกซึ้งจนน่ากลัว... คลั่งรักในแบบที่เจ้าตัวไม่เคยยอมรับออกมาตรงๆ แต่การกระทำทุกอย่างมันฟ้องชัดเจน
"มองอะไรเล่า ถอยไปนะ" รินรดาเสียงแผ่วลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป มากเกินกว่าที่หัวใจซึ่งเต้นรัวเป็นกลองเพลของเธอจะรับไหว
"ฉันแค่อยากปกป้องคุณ... รินรดา" คณินเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ใกล้เรียวปากอิ่มของเธอแค่เอื้อม "แต่คุณกำลังทำให้ฉันยากจะเชื่อใจ ด้วยการเก็บงำเรื่องของวิชาญเอาไว้... คุณรู้ไหมว่ามันอันตรายแค่ไหนที่เข้าใกล้ไอ้สารเลวนั่น"
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอกำลังชั่งน้ำหนักในใจ ความจริงเกี่ยวกับตระกูลของเธอ... ปมปริศนาที่พ่อเคยทิ้งไว้ก่อนจากไป มันเกี่ยวข้องกับวิชาญโดยตรง และเธอก็ตั้งใจจะสะสางมันด้วยตัวเอง ไม่ต้องการลากผู้ชายตรงหน้าเข้ามาเสี่ยงอันตรายด้วยเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่า... แววตาที่จริงจังและห่วงใยคู่นั้น กลับสั่นคลอนเกราะกำบังที่เธอสร้างไว้จนเกือบพังทลาย
"ถ้าฉันบอก... แล้วคุณจะสัญญาไหมว่าจะเลิกยุ่งเรื่องนี้" เธอกระซิบถามเสียงสั่น ความลับที่แบกรับไว้เริ่มหนักอึ้งเกินกว่าจะแบกรับคนเดียว
คณินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบข้างใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนรินรดาขนลุกซู่
"เรื่องอื่นฉันยอมตามใจคุณได้ทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องความปลอดภัยของคุณ... เพราะฉะนั้น ไม่มีทางที่ฉันจะถอย"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ตอบโต้คำพูดเอาแต่ใจนั้น เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังสนั่นขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยเสียงพังทลายของกลอนประตูที่ถูกแรงกระแทกจากภายนอก ทั้งคณินและรินรดาผละออกจากกันอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ
คณินควักปืนพกออกจากเอวอย่างคล่องแคล่ว พร้อมกับดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังทันที ดวงตาคมกริบจดจ้องไปยังประตูหน้าที่กำลังเปิดผางออกเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์สามคนในชุดสูทสีดำสนิท และตรงกลางคือบุคคลที่พวกเขาเพิ่งพูดถึงเมื่อครู่...
ดร.วิชาญ ยืนยิ้มเย็นเยียบอยู่หน้าประตู พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ
"ไงจ๊ะ... หลานสาวตัวดี ไม่คิดเลยนะว่าจะมาแอบอยู่กับ 'นักสืบตกอับ' คนนี้"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้กันมาตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 11
ความลับที่ยังไม่ได้เปิดเผย
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!