เสียงกระจกหน้าร้านหนังสือเก่าแตกละเอียดดัง *เพล้ง!* ราวกับเสียงกรีดร้องของความจริงที่พังทลายลงตรงหน้า รินรดาไม่รอให้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานช้าไปกว่าเสี้ยววินาที ร่างบางพุ่งตัวหลบหลังเคาน์เตอร์ไม้สักทองทันที พร้อมกับที่ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสามคนก้าวล้ำเข้ามาในอาณาเขตของเธอ กลิ่นอายอันตรายลอยคละคลุ้งมากับฝุ่นละอองที่ฟุ้งกระจาย ปลายรองเท้าหนังขัดมันหยุดยืนอยู่ห่างจากจุดที่เธอย่อตัวลงหลบเพียงไม่กี่ก้าว หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่ม มือเรียวคว้าที่เปิดขวดไวน์สแตนเลสเนื้อหนาขึ้นมาถือไว้แน่น แม้จะรู้ดีว่ามันเทียบไม่ได้กับอาวุธในมือของอีกฝ่าย แต่ศักดิ์ศรีมันค้ำคออยู่... จะให้เธอยกมือยอมจำนนเหมือนนางเอกละครน้ำเน่า ไม่มีทางเสียหรอกค่ะ!
"แยกย้ายกันค้นหา! นายท่านต้องการสมุดบันทึกเล่มนั้น ก่อนที่ตำรวจจะมาถึง!" เสียงทุ้มห้าวแต่เย็นเยียบเอ่ยสั่งการเป็นภาษาไทยสำเนียงแปล่งหู รินรดากัดริมฝีปากจนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ สมุดบันทึกบ้าบออะไรกัน เธอยังไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำ แล้วทำไมพวกมันถึงต้องเจาะจงมาที่ร้านหนังสือมือสองซอมซ่อแห่งนี้ด้วย
แต่ก่อนที่ชายชุดดำคนแรกจะก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ เสียงระเบิดตูมสนั่นจากตรอกด้านหลังร้านก็ดังขึ้นกลบเสียงทุกอย่าง แรงสั่นสะเทือนทำให้ชั้นวางหนังสือมุมประวัติศาสตร์เอียงกระเทورةลงมา กองหนังสือปกแข็งนับร้อยเล่มถล่มทลายลงทับร่างของชายชุดดำคนหนึ่งจนส่งเสียงร้องโอดโอย
ความโกลาหลเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาที รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนนั้นผุดลุกขึ้นแล้ววิ่งสี่คูณร้อยพุ่งไปยังประตูหลังร้าน ทว่า... ประตูไม้บานเก่ากลับถูกถีบกระเด็นหลุดจากวงกบเสียก่อน!
ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อแจ็กเกตหนังสีดำเข้มก้าวเข้ามาอย่างมาดมั่น แสงไฟสลัวจากเสาไฟฟ้านอกร้านสาดกระทบโครงหน้าคมคาย จมูกโด่งรั้นเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักลึกที่กำลังเหยียดยิ้มเยาะ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองสภาพร้านที่เละไม่เป็นท่า ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างหอบสะท้านของรินรดา ซึ่งกำลังถือที่เปิดขวดไวน์ชี้หน้าเขาอย่างเอาเรื่อง
"ว오ว... ต้อนรับกันอบอุ่นดีแท้ นึกว่าร้านกาแฟโบราณ ที่ไหนได้... สนามรบขนาดย่อมๆ นี่เอง" น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทเอ่ยขึ้นทันที พร้อมกับที่มือหนายกขึ้นปัดฝุ่นตามไหล่อย่างไม่ี่แยแสต่อสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน
"ถอยไปนะไอ้โรคจิต! แกเป็นใคร มาพังร้านฉันทำไม!" รินรดาตวาดแว้dใส่ด้วยความโมโห ปะปนกับความหวาดระแวงที่พุ่งสูงปรี๊ด
คณินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้เธอทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัวอาวุธในมือเธอเลยสักนิด "วิธีทักทายเจ้าบ้านของเธอนี่มันเร้าใจดีพิลึกนะ แม่สาวปากเก่ง... ลดไอ้เหล็กงัดจุกไวน์นั่นลงเถอะ ก่อนที่ฉันจะต้องแย่งมันมาจิ้มหน้าผากเธอแทน"
"ปากเสีย! แกเป็นพวกเดียวกับไอ้พวกชุดดำนั่นใช่ไหมล่ะ ถึงได้ตามรังควานฉันไม่เลิก!" เธอตวาดกลับ เสียงสั่นด้วยความโกรธแต่พยายามยืนหยัดให้มั่นคงที่สุด ไม่อยากแสดงความอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายหน้ามึนคนนี้เด็ดขาด
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเซ็กซี่จนน่าหมั่นไส้ เขาหยุดยืนห่างจากเธอแค่คืบเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะปนมากับอากาศรอบตัว ทำให้รินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกริบก้มมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตากรุ้มกริ่ม "ถ้าฉันเป็นพวกมัน เธอคงไม่ได้มายืนเถียงฉอดๆ แบบนี้หรอก... รินรดา เจ้าของร้านหนังสือที่ชอบเก็บความลับมากกว่ามิตรสหาย"
รินรดาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้น "แก... รู้จักชื่อฉันได้ยังไง!"
"นักสืบมืออาชีพเขาไม่เอาความลับของลูกค้ามาประกาศกลางตลาดหรอกนะ ยกเว้นแต่ว่า..." คณินโน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียน "เธอจะจ้างฉันด้วยวิธีพิเศษ... ถึงตอนนั้น ฉันอาจจะยอมบอกทุกอย่างที่เธออยากรู้ รวมถึงวิธีจัดการกับไอ้พวกสวะที่กำลังนอนครางอยู่หลังร้านนั่นด้วย"
เธอผอยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เป็นเพราะความโกรธที่ถูกเขาลูบคมต่างหาก! ผู้ชายอะไร ทั้งปากร้าย เย่อหยิ่ง แถมยังฉวยโอกาสเก่งเป็นที่หนึ่ง เคมีอันตรายที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันชวนให้รู้สึกหงุดหงิดจนแทบคลั่ง แต่ในขณะเดียวกัน หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นรัวผิดจังหวะอย่างน่าโมโห
"ใครบอกว่าฉันจะจ้างแก! เชิญไสหัวออกไปจากร้านฉันเลยนะ!" เธอตfวดเสียงแข็ง พร้อมกับเงื้อมือเตรียมจะใช้ที่เปิดขวดไวน์จิ้มแขนเขาจริงๆ
แต่ทว่า... คณินกลับไวishกว่า เขารวบข้อมือบางทั้งสองข้างของเธอไว้ด้วยมือเดียวได้อย่างง่ายดาย ก่อนจะรวบเอวบางเข้าประชิดแนบชิดอกแกร่ง รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอแค่คืบเดียว
"อย่าดื้อน่า... คนสวย" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ถ้าไม่อยากตายคาอกฉัน... ก็หุบปากแล้วฟังให้ดี"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้อ้าปากด่ากราด เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ก้าวเข้ามาทางประตูหน้าที่พังเสียหาย พร้อมกับเสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้น... *แปะ แปะ แปะ*
"โอ้โห... ภาพบาดตาบาดใจเสียจริง ไม่คิดเลยว่านักสืบมือหนึ่งอย่างคุณคณิน จะมีรสนิยมชอบมาสวีทกลางดงกระสุนแบบนี้ด้วย"
เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มจอมปลอมที่รินรดาจำได้แม่นยำ คณินชะงักเล็กน้อย ดวงตาคมเข้มเปลี่ยนเป็นแววตาดุดันขึ้นมาทันทีในเสี้ยววินาที เขาดึงรินรดามาซ่อนไว้ข้างหลังด้วยสัญชาตญาณปกป้อง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาใหม่
ดร.วิชาญก้าวเข้ามาในร้านพร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก สายตาทรงอำนาจกวาดมองไปทั่วซากปรักหักพัง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่คณินและรินรดา
"เกมจบแล้วล่ะคุณคณิน..." ดร.วิชาญเอ่ยเสียงเรียบ "ส่งตัวผู้หญิงคนนั้น... และสมุดบันทึกของพ่อเธอมาให้ผมซะดีๆ"
รินรดาเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่มอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคนี้... พ่อของเธอเกี่ยวอะไรด้วยกันแน่!
โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและลุ้นระทึกไปด้วยกันนะคะ! - ตุ๊กตาโบราณ
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 2
ปากร้ายคือเกราะป้องกัน
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!