"พูดมาให้จบว่าพ่อของฉันไปทำอะไรไว้!"
รินรดาตบโต๊ะไม้โอ๊กตัวหนาในห้องทำงานของคณินจนแก้วกาแฟที่วางอยู่สั่นไหว ดวงตาคู่สวยที่เคยสงบนิ่งบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธปนหวาดหวั่น เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นนักสืบฝีมือฉกาจหรือคนปากร้ายที่คอยแต่จะจิกกัดเธอสารพัด ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรมของครอบครัวกำลังจะถูกกระชากออกมา และนั่นคือสิ่งที่เธอหวาดกลัวที่สุด
คณินไม่แม้แต่จะปรายตาขึ้นมอง เขายังคงจดจ่ออยู่กับการพิมพ์ข้อมูลบางอย่างลงในโน้ตบุ๊กเครื่องบาง กลิ่นยาสูบจางๆ ผสมกับกลิ่นกาแฟเข้มข้นทำให้บรรยากาศในห้องดูบีบคั้นจนน่าอึดอัด
"ใจเย็นหน่อยสิคุณรินรดา ความโกรธน่ะทำให้สมองตีบตันนะ" เสียงทุ้มต่ำของเขาราบเรียบ หากแต่คำพูดนั้นกลับเหมือนเอาน้ำเย็นราดลงบนกองเพลิง "ที่ผมบอกว่าพ่อคุณเกี่ยว... ไม่ใช่ในฐานะคนผิด แต่ในฐานะ 'เป้าหมาย' ที่ดร.วิชาญกำลังหมายหัวจะกำจัดทิ้งเหมือนเศษขยะ"
รินรดานิ่งงัน คำว่า 'กำจัดทิ้ง' ทำให้หัวใจของเธอเต้นกระตุก ร่างบางทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ความแข็งกร้าวในดวงตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย เหลือเพียงความกังวลที่ปิดไม่มิด
"คุณหมายความว่ายังไง... พ่อฉันตายไปตั้งสิบปีแล้ว"
คณินถอนหายใจยาว ก่อนจะยอมปิดฝาโน้ตบุ๊กแล้วประสานมือเข้าหากัน เขาสบตาเธอตรงๆ สายตาที่เคยดูแคลนยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นความจริงจังที่ดูน่าเกรงขาม
"คนตายไม่มีวันโกหก แต่ความลับของคนตายมักจะดึงคนเป็นให้ลงไปอยู่ในหลุมเดียวกัน ถ้าคุณไม่อยากเป็นศพรายต่อไป ก็หุบปากแล้วฟังผมให้ดี ทางเลือกของคุณตอนนี้มีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น... นั่นคือการให้ผมคุ้มกัน"
"คุ้มกัน?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ มุมปากหยักยิ้มเยาะเย้ยอย่างไม่ยอมแพ้ "ให้ฉันไปนอนในรังหมาป่ากับคุณน่ะเหรอ? ฝันไปเถอะ ฉันมีบ้าน มีร้านหนังสือที่ต้องดูแล และฉันก็ไม่ได้อ่อนแอขนาดที่ต้องเอาชีวิตไปผูกไว้กับผู้ชายปากเสียอย่างคุณ"
คณินลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกำยำของเขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะจนรินรดาต้องเอนตัวหนีไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณ กลิ่นกายสะอาดสะอ้านของเขาพุ่งเข้ามาปะทะจมูกจนเธอใจสั่นโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าการที่คุณรั้นจะอยู่ที่ร้านคนเดียว เพื่อรอให้คนของดร.วิชาญมาเชือดคอคุณทิ้งตอนกลางคืน คือความฉลาดที่คุณภูมิใจนักหนา งั้นผมก็คงช่วยคุณไม่ได้" เขาโน้มตัวลงมา ใบหน้าอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่นิ้ว ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "คุณคิดว่ากุญแจดอกนั้น... กุญแจที่คุณซ่อนไว้ในสันหนังสือเก่าเล่มนั้น ดร.วิชาญจะไม่รู้หรือไง?"
รินรดาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึก ความลับที่เธอคิดว่าปิดมิดที่สุดกลับถูกเขาอ่านออกทะลุปรุโปร่งอย่างง่ายดาย
"คุณ... คุณแอบเข้าบ้านฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"การเป็นนักสืบไม่ได้แปลว่าต้องรอให้ใครเชิญถึงจะเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวได้" เขาเหยียดยิ้มร้าย "ผมแค่เข้าไปตรวจเช็คความปลอดภัยให้คุณ และนั่นยิ่งตอกย้ำว่าชีวิตคุณตอนนี้มันแขวนอยู่บนเส้นด้ายแค่ไหน"
เสียงโทรศัพท์ของคณินดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบที่กดดัน เขาเหลือบมองหน้าจอเพียงชั่วครู่ก่อนที่คิ้วหนาจะขมวดมุ่น ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
"ไปเก็บของซะ เราต้องไปจากที่นี่ภายในสิบนาทีนี้"
"ทำไม? คุณมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน!"
คณินไม่ได้ตอบ เขาคว้าข้อมือเธอแล้วดึงให้ลุกขึ้นยืน แรงบีบที่กระชับแต่ไม่รุนแรงทำให้รินรดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าบางอย่างที่วิ่งผ่านผิวหนัง เธอพยายามจะสะบัดออกแต่เขากลับรั้งเธอไว้แน่นจนแผ่นหลังของเธอไปปะทะกับแผงอกแกร่งของเขา
"ฟังนะรินรดา ถ้าคุณยังอยากรู้ความจริงเรื่องพ่อ และอยากรอดชีวิตไปดูหน้าคนที่วางแผนฆ่าคนในครอบครัวคุณ... ก็หยุดเถียงแล้วทำตามที่ผมบอก"
เขาขยับเข้าใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างหู เสียงกระซิบของเขาทั้งดุดันและสั่นพร่าด้วยความห่วงใยที่เขาพยายามปิดบังไว้อย่างสุดความสามารถ
"เพราะถ้าคุณเป็นอะไรไป... ผมคงไม่ให้อภัยตัวเองที่ปล่อยให้คนปากกล้าอย่างคุณต้องไปเจอจุดจบแบบนั้น"
รินรดาอ้าปากค้าง สมองตื้อไปหมด ความโกรธเคืองที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความสับสนและหัวใจที่เต้นรัวเหมือนกลองรบ
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังร้านก็แตกกระจายลงพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว รินรดาสะดุ้งสุดตัว คณินไม่รอช้า เขาคว้าตัวเธอลงมาหลบหลังโต๊ะทำงานทันที ก่อนจะชักปืนกระบอกเล็กออกมาจากซองข้างเอว
เงาของคนชุดดำสามคนปรากฏขึ้นที่กรอบหน้าต่างที่แตกละเอียด แสงเลเซอร์สีแดงวูบวาบไปมาบนกำแพงห้อง ราวกับมัจจุราชที่กำลังตามล่าวิญญาณของพวกเขา
"ดูเหมือนว่า... เราจะไม่มีเวลาให้ตัดสินใจนานนักแล้วนะ" คณินกระซิบชิดใบหน้าเธอ สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นนักล่าที่ดุดันผิดกับเมื่อครู่ "จากนี้ไป ไม่ว่าผมจะทำอะไร... ห้ามปล่อยมือจากผมเด็ดขาด เข้าใจไหม?"
รินรดาพยักหน้าช้าๆ มือของเธอที่สั่นเทาคว้าชายเสื้อเขาไว้แน่น ความตายอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว และทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ ก็มีเพียงผู้ชายปากร้ายคนนี้เท่านั้นที่เป็นเกราะคุ้มกันเดียวของเธอ
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของยัยตัวแสบกับนักสืบจอมซึนคนนี้นะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
- ตุ๊กตาโบราณ -
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 3
เมื่อทางเลือกมีแค่หนึ่งเดียว
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!