กระดาษโน้ตสีเหลืองสะท้อนแสงแผ่นหนึ่งถูกแปะไว้บนหน้าจอแล็ปท็อปของฉันด้วยแรงที่มากเกินความจำเป็น ตัวอักษรหวัดๆ แต่เป็นระเบียบด้วยลายมือของคนเขียนระบุข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า... *‘ห้ามแตะต้องของของฉัน ห้ามล้ำเส้นเขตห้องนอน และห้ามส่งเสียงดังเวลาฉันสืบสวน... มิฉะนั้นเธอจะรู้ว่านรกบนดินมีจริง’*
ฉันแค่น้ำเสียงฮึดฮัดในลำคอ พร้อมกับดึงกระดาษแผ่นนั้นขยำเป็นก้อนกลมแล้วโยนลงถังขยะอย่างไม่ไยดี นักสืบปากร้ายอย่างคณินคงคิดว่าตัวเองเป็นเจ้าพ่อมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ที่จับตัวฉันมาขังไว้ในเซฟเฮาส์ลับแลกลางกรุงแห่งนี้สินะคะ ถึงได้กล้าออกกฎเหล็กปัญญาอ่อนนี่ขึ้นมา
"ใครอนุญาตให้เธอทิ้งประกาศิตของฉันลงถังขยะ?"
เสียงทุ้มต่ำที่จู่ๆ ก็ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัวจนเกือบทำกาแฟในแก้วหกเลอะเสื้อผ้า คณินยืนกอดอกพิงกรอบประตูห้องครัว ใบหน้าคมคายนั้นบึ้งตึง ดวงตาสีเข้มคมกริบมองตรงมาที่ฉันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ชุดนอนไม่ได้นอนของเขาคือเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงวาสลีนสบายๆ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันกลับขับให้ไหล่กว้างและแผงอกนั้นดูน่ามองจนอันตรายต่อหัวใจ
ฉันวางแก้วกาแฟลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนอย่างแรง หันไปเผชิญหน้ากับเขาโดยไม่หลบสายตา "ประกาศิตอะไรของคุณคะ? นี่มันบ้านพักฉุกเฉิน ไม่ใช่ค่ายทหาร แล้วอีกอย่าง... ฉันไม่ใช่ทาสในเรือนเบี้ยของคุณที่จะต้องมาทำตามกฎเผด็จการไร้สาระพวกนั้น"
คณินก้าวเข้ามาประชิดตัวทีละน้อย ขายาวๆ ของเขาทำให้ระยะห่างระหว่างเราลดลงอย่างรวดเร็วจนฉันต้องถอยหลังไปจนสะโพกชนติดกับเคาน์เตอร์ กลิ่นกายสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวมันชวนอึดอัดและเร้าใจในเวลาเดียวกัน
"ไร้สาระงั้นเหรอ?" คณินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความท้าทาย "รินรดา... เธอเป็นพยานปากสำคัญในคดีที่อันตรายที่สุดเท่าที่ฉันเคยรับมา ถ้าเธอไม่อยากตายก่อนจะได้กลับไปเปิดร้านหนังสือเก่าบ้าๆ ของเธอก็หัดฟังคำสั่งฉันซะบ้าง"
ฉันเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมแพ้ต่อแรงกดดันที่เขาส่งผ่านมาทางแววตา ถึงแม้ว่าหัวใจเจ้ากรรมจะเต้นรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอกแล้วก็ตาม "ถ้าฉันตายเพราะความซุ่มซ่ามของคุณ อย่างน้อยฉันก็ได้ด่าคุณจนวินาทีสุดท้ายนั่นแหละค่ะ"
มุมปากหยักลึกของคณินกระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะที่น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก แต่มันกลับทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูมีเสน่ห์ขึ้นมาเสียดื้อๆ มือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมาปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มของฉันออกอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ฉันชะงักค้างไปชั่วขณะ ลลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ๆ ทำให้สมองที่เคยแล่นฉิวมึนตื้อไปหมด
"ปากเก่งแบบนี้... ระวังตัวไว้เถอะ" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังอยู่ชิดริมใบหู "เพราะฉันอาจจะไม่ได้ลงโทษแค่ด้วยการเขียนกระดาษโน้ตเตือนอีกต่อไป"
ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้อันตรายต่อสุขภาพจิตของฉันเสียยิ่งกว่าพวกมือปืนที่ตามล่าฉันเสียอีก!
ฉันผลักอกแกร่งของเขาออกเต็มแรง แม้ว่าเจ้าตัวจะแทบไม่ขยับเขยื้อนเลยก็ตาม "ถอยไปเลยนะคะ! ไหนๆ คุณก็อุตส่าห์ตั้งกฎสามข้อมางี่เง่าแล้ว งั้นฉันขอตั้งกฎของฉันบ้างก็แล้วกัน ข้อแรก... ห้ามเข้าใกล้ฉันในระยะประชิดแบบนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อสอง... ห้ามทำหน้าบูดเป็นตูดหม้อทิ้งไว้ในบ้าน และข้อสาม..."
ฉันเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ "ห้ามสั่งฉันเด็ดขาด!"
คณินเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกขัน ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ใบหน้าฉันนิ่งนาน ราวกับกำลังประเมินความกล้าหาญที่มီးอยู่เต็มเปี่ยมของฉัน ก่อนที่เขาจะหัวเราะในลำคอเบาๆ ซึ่งเป็นเสียงหัวเราะที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาจากผู้ชายปากร้ายคนนี้
"ข้อสามนี่ยากหน่อยนะ..." คณินเอ่ยเสียงนุ่ม แววตาเปลี่ยนเป็นอ่อนแสงลงวูบหนึ่งจนฉันใจกระตุก "เพราะยิ่งเธอเถียงคำไม่ตกฟากแบบนี้ มันก็ยิ่งทำให้ฉันอยาก... สั่งสอนเธอให้หนักขึ้นไปอีก"
บรรยากาศระหว่างเรากำลังเปลี่ยนจากความตึงเครียดเป็นความหวานล้ำที่น่าอันตราย ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมห้องครัวกว้าง มีเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโครมครามแข่งกันในอก ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นค่อยๆ โน้มต่ำลงมาอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างริมฝีปากของเราเหลือเพียงแค่คืบเดียวเท่านั้น...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงทุบประตูกระจกด้านหน้าเซฟเฮาส์ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ นั้นลงในพริบตา คณินผละออกจากฉันทันที สีหน้าขี้เล่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตานักสืบผู้เยือกเย็นและเฉียบคมกลับมาแทนที่ในเสี้ยววินาที
ร่างสูงก้าวฉับๆ ไปหยิบปืนพกสั้นที่ซ่อนไว้ใσόโซฟาขึ้นมาปลดเซฟอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณมือให้ฉันเงียบเสียงและหลบอยู่ด้านหลังเขา คณินค่อยๆ ย่องไปแง้มม่านหน้าต่างดูแขกยามวิกาลที่ไม่ได้รับเชิญ
แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่เขาเห็นเงาร่างผ่านกระจก ดวงตาของคณินก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนสงสัย... และก่อนที่ฉันจะทันได้เอ่ยปากถามอะไร คณินก็หันกลับมามองฉันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดที่สุดเท่าที่เคยเห็น
"รินรดา..." คณินเอ่ยชื่อฉันด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและจริงจัง "คนที่ยืนอยู่หน้าประตู... คือพี่ชายที่ตายไปแล้วของคุณเมื่อห้าปีก่อน"
ตุ๊กตาโบราณขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 4
กฎสามข้อในเซฟเฮาส์
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!