กลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นละอองที่ลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศ คือกลิ่นเดียวในโลกที่รินรดาไว้ใจ มากกว่าความจริงใจของมนุษย์หน้าไหนในมหานครอันรีบเร่งแห่งนี้ นิ้วเรียวยาวใต้ถุงมือผ้าฝ้ายบางเฉียบกำลังบรรจงประคองสันปกหนังแท้สีมะฮอกกานีของหนังสือสารานุกรมพฤกษศาสตร์โบราณอายุร่วมร้อยปี วางมันลงบนชั้นไม้อัดสักที่ขัดเงาอย่างดีด้วยความระมัดระวัง
เสียงกระดิ่งทองเหลืองเหนือกรอบประตูไม้สักเก่าแก่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งแหลมสูงขึ้น ตัด1ผ่านความเงียบงันภายในร้าน "The Ink & Odyssey" ร้านหนังสือมือสองซอยตันที่ผู้คนมักหลงลืม ทว่าในยามพลบค่ำเช่นนี้ มันกลับกลายเป็นหลุมหลบภัยส่วนตัวของเธอ
รินรดายังไม่เงยหน้าขึ้นมอง เธอคิดว่าคงเป็นเด็กส่งของจากร้านกาแฟปากซอย หรือไม่ก็ตาแก่ขี้เมาประจำย่านที่มักเข้ามาหาหนังสือพิมพ์เก่าไว้อ่านแก้เซ็ง
"ร้านใกล้ปิดแล้วค่ะ ถ้าจะหาพ็อกเก็ตบุ๊กราคาถูก เชิญโซนด้านหน้านะคะ" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้ซึ่งความใส่ใจตามวิสัยของบรรณารักษ์ผู้หวงพื้นที่ส่วนตัว
ทว่าไม่มีเสียงฝีเท้าเดินไปทางโซนด้านหน้า มีเพียงความเงียบงันที่กดดันและหนักอึ้งเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ ชนิดที่ทำให้เส้นขนอ่อนบริเวณต้นคอของรินรดาต้องลุกชันขึ้นพร้อมเพรียงกัน กลิ่นหอมจางๆ ของโคโลญจน์ราคาแพงผสมผสานกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืนลอยปะทะเข้ากับปลายจมูก มันไม่ใช่กลิ่นของคนจรจัดหรือลูกค้าทั่วไปอย่างแน่นอน
รินรดายืดตัวขึ้นช้าๆ ปลดแว่นสายตาคล้องคอ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือน
ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองร่างสูงโปรดที่ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มแปลกหน้าในชุดเสื้อแจ็กเก็ตหนังสีดำสนิท ไหล่กว้างของเขามีหยดน้ำเกาะพราวราวกับเพิ่งฝ่าสายฝนห่าใหญ่มาหมาดๆ เรือนผมสีดำสนิทลู่ปรกหน้าผากส่งเสริมให้ใบหน้าคมคายนั้นดูดุดันและอันตรายยิ่งขึ้น ทว่าสิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือแววตาคู่คมสีนิลที่กำลังจ้องมองเธอนิ่งสนิท ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีคำทักทาย มีเพียงประกายความเคร่งเครียดที่ฉายชัดอยู่ภายใน
"คุณไม่ใช่แค่คนเฝ้าร้านธรรมดา... รินรดา" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น รื่นหูแต่น่าขนลุกในเวลาเดียวกัน
รินรดากระตุกยิ้มมุมปากทันที ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความระแวงและสัญชาตญาณนักสู้ที่ถูกปลุกเร้า เธอเท้าสะเอวด้วยท่าทางที่ไม่เกรงกลัวใคร แม้ส่วนสูงจะน้อยกว่าเขาอยู่หลายช่วงตัวก็ตาม
"รู้ชื่อฉันด้วย... แฟนคลับคนที่ล้าน หรือพวกโรคจิตตามตื๊อ?" เธอย้อนถามเสียงใสแต่แฝงด้วยความเฉียบคม ทอดสายตามองเขาอย่างประเมินสถานการณ์ "ถ้ารสนิยมของคุณคือการบุกเข้ามาในร้านหนังสือตอนใกล้ปิด เพื่อทำตัวเป็นพระเอกหนังเกรดบี ฉันแนะนำให้เดินกลับออกไปทางเดิมแล้วเรียกแท็กซี่กลับบ้านซะนะคะ หน้าตาดีเสียเปล่า แต่สมองน่าจะกลับด้าน"
คณินเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาดุดันฉายแววระbìdระเบิดของความขันขื่นชั่ววินาที ก่อนจะปรับเป็นความเรียบเฉยตามเดิม รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"ฝีปากกล้าใช้ได้ สมกับที่เป็นหลานสาวของคนที่กุมความลับระดับประเทศ" เขาเดินก้าวเข้ามาประชิดเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ เร็วจนรินรดาเกือบผถอยหลังหนี "แต่ปากเก่งๆ ของคุณเนี่ย จะยังพ่นคำพูดจาอวดดีแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน... ถ้าพินัยกรรมเล่มนั้นตกไปอยู่ในมือของวิชาญ"
ชื่อนั้น... ชื่อที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ในส่วนลึกที่สุดของความทรงจำ!
รินรดาหน้าซีดเผือดลงชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ปฏิกิริยาทางร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้นั้นอยู่ในสายตาของคณินทุกกระเบียดนิ้ว เขาเห็นมือเรียวที่วางอยู่บนขอบเคาน์เตอร์กำเข้าหากันจนข้อต่อนิ้วขาวซีด
"คุณพูดเรื่องอะไร ฉันไม่รู้จักใครที่ชื่อวิชาญทั้งนั้น!" เธอปฏิเสธเสียงแข็ง น้ำเสียงเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อยอย่างไม่เป็นธรรมชาติ
"โกหกไม่เนียนเอาเสียเลยนะคะ, คุณรินรดา" คณินโน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์เข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้มใส ระยะห่างที่ลดลงอย่างกะทันหันทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวผิดจังหวะ ไม่ใช่เพราะความเคลิบเคลิ้ม แต่เป็นเพราะอันตรายที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ "ดร.วิชาญไม่ได้มาแค่ทวงสมบัติ แต่เขามาเพื่อล้างบางคนที่รู้ความจริงทั้งหมด... และคุณ คือเป้าหมายรายต่อไป"
รินรดาถอยหลังกรูดจนสะโพกชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลัง เมื่อทางหนีถูกปิดตาย เธอก็ยิ่งเชิดหน้าขึ้นเพื่อซ่อนความหวาดกลัวไว้ภายใต้เกราะกำบังอันดื้อรั้น
"แล้วทำไมฉันต้องเชื่อคุณ? คุณเป็นใคร? จู่ๆ ก็โผล่หัวออกมาจากไหนไม่รู้ แล้วมาขู่ฉันกลางดึกเนี่ยนะ!" เธอตวาดกลับอย่างเหลืออด มือคว้าเอาที่คั่นหนังสือโลหะทองเหลืองหนักอึ้งขึ้นมาถือไว้โดยสัญชาตญาณ "ถ้ารู้มากนักก็ไสหัวออกไปซะ! ฉันไมiต้องการความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้น!"
คณินหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นสะเทือนอยู่ในอก เขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวอาวุธในมือเธอเลยแม้แต่น้อย กลับกัน เขากลับสาวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอจนแผ่นหลังของรินรดาแนบสนิทไปกับชั้นหนังสือ
"ความช่วยเหลือจากฉัน... คุณจำเป็นต้องใช้มันแน่ๆ" คณินกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เด็ดขาดจนปฏิเสธไม่ได้ "เพราะตอนนี้ คนของวิชาญกำลังปิดล้อมซอยนี้อยู่ และอีกไม่ถึงสามนาทีข้างหน้า พวกมันจะพังประตูร้านคุณเข้ามา"
ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้เปล่งเสียงเถียง เสียงเบรกเอี๊ยดของรถยนต์หลายคันที่จอดเทียบท่าหน้าปากซอยก็ดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังมุ่งตรงมายังร้านหนังสือแห่งนี้
ดวงตาสีครามของคณินหันกลับไปมองประตูหน้าร้านแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองสบตาหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ในอ้อมแขนของเขา ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันจนสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดที่พุ่งสูงถึงขีดสุด
"ทางเลือกสุดท้าย..." คณินเอ่ยเสียงกระซิบพร่าข้างริมฝีปากนุ่ม "จะยอมให้ฉันปกป้อง... หรือจะรอให้พวกมันลากตัวคุณไปตอนนี้?"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองเพล เมื่อเงาสะท้อนจากกระจกหน้าร้านปรากฏเงาร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดสูทสีดำหลายคนกำลังเงื้อมือขึ้นพังกลอนประตูเข้ามา!
—————————————————————
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเปิดหน้าแรกของความลับนี้นะคะ มาลุ้นกันต่อค่ะว่าแม่สาวฝีปากกล้ากับนักสืบปากร้ายจะรอดพ้นเงื้อมมือมัจจุราชค่ำคืนนี้ยังไง! – ตุ๊กตาโบราณ)
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 1
หนังสือต้องห้ามกับชายแปลกหน้า
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!