เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 9

แผนการลับจากคนนอก

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับแขกในเซฟเฮาส์คับแคบ รินรดากอดอกแน่น สายตาดุดันจ้องมองไปยังร่างสูงของคณินที่กำลังยืนค้ำโต๊ะทำงานตัวเก่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เงาดำสามร่างที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อครู่ไม่ได้เป็นมือสังหารจากฝั่งของ ดร.วิชาญ อย่างที่เธอหวาดระแวง หากแต่เป็น 'สารวัตรภูมิ' นายตำรวจมือปราบรุ่นพี่นอกราชการผู้กุมความลับครึ่งค่อนเมืองไว้ในกำมือ "นายจะบ้าหรือไงคณิน! พาคนนอกเข้ามาเหยียบเซฟเฮาส์ที่มีปมคดีระดับชาติพัวพันเนี่ยนะ สมองนักสืบตัวท็อปของนายเอาไปฝากไว้ที่ร้านกาแฟไหนตอนขามาล่ะคะ" สารวัตรภูมิหัวเราะร่วนในลำคอ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาเก่าๆ โดยไม่ได้รับเชิญ ขณะที่คณินยังคงยืนนิ่ง ใบหน้าคมสันตึงเครียดจนเป็นสันนูน ดวงตาสีเข้มคมกริบกวาดตามองรอบห้องก่อนจะหันมาตวาดกลับเสียงต่ำ "ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ ทางหนีทีไล่ที่เราวางไว้คงโดนไอ้วิชาญมันถล่มราบเป็นหน้ากลองไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วรินรดา อย่ามาทำเป็นเก่งนักเลยถ้าเธอยังแยกไม่ออกว่าใครคือมิตรหรือศัตรู" "มิตรเหรอคะ? นายเรียกคนที่เพิ่งพาพวกมาล้อมกรอบเราตอนตีสองว่ามิตรเนี่ยนะ!" รินรดาตอกกลับทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเข้าไปประชิดตัวนักสืบหนุ่มโดยไม่เกรงกลัวส่วนสูงที่ต่างกันแม้แต่น้อย "ถ้าไม่ใช่เพราะฉันตื่นขึ้นมาหยิบไม้เบสบอลใต้ยเตียง ป่านนี้หัวนายคงแตกไปรอบนึงแล้วคุณนักสืบปากร้าย" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาคู่คมฉายแววระยับขึ้นวับหนึ่งยามก้มลงมองหญิงสาวที่ยืนเถียงฉอดๆ อยู่ตรงหน้า กลิ่นหอมจางๆ จากเส้นผมของเธอลอยแตะจมูกท่ามกลางบรรยากาศตึงเครียด แต่นี่ไม่ใช่เวลามาต่อปากต่อคำเรื่องไร้สาระ มือหนาเอื้อมไปจับข้อมือเล็กที่ชี้หน้าเขาอยู่เบาๆ แล้วรวบไว้ด้วยมือเดียวอย่างถือวิสาสะ "เลิกเถียงกันสักนาทีเถอะน่าคนสวย เธอกำลังทำให้สมาธิในการเค้นข้อมูลของฉันกระเจิงหมดแล้วนะ" "ปล่อยมือฉันนะคณิน! ใครอนุญาตให้มาจับ..." "พอได้แล้วทั้งคู่!" สารวัตรภูมิกระแอมไอเสียงดังขัดจังหวะการปะทะฝีปากที่มักจะมีประกายไฟแลบแปล๊บออกมาทุกครั้ง นายตำรวจวัยกลางคนส่ายหัวอย่างระอาใจกับเคมีแปลกประหลาดที่คู่กัดคู่นี้มักจะปล่อยออกมาเสมอไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์คับขันแค่ไหน "ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อดูพวกเธอจีบกันนะคณิน ข้อมูลที่นายขอมา... ฉันเอามาให้แล้ว แต่บอกไว้ก่อนว่างานนี้เดิมพันด้วยหัวของพวกเราทุกคน" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นความเงียบงันที่น่าอึดอัดทันที คณินปล่อยมือจากรินรดาอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะก้าวเข้าไปรับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าๆ จากมือของสารวัตรภูมิ ดวงตาคมกริบกวาดอ่านตัวอักษรและภาพถ่ายด้านในอย่างรวดเร็ว สันกรามของเขาขบเข้าหากันแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน "ไง... เจอสิ่งที่นายสงสัยไหม" สารวัตรภูมิเอ่ยถามเสียงเครียด "ไอ้วิชาญมันไม่ได้ทำคนเดียว..." คณินพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "เบื้องหลังบริษัทนำเข้าส่งออกบดบังหน้าฉากนั่น มันมีเครือข่ายฟอกเงินระดับประเทศเชื่อมโยงกับนักการเมืองท้องถิ่น และไอ้คนที่คอยเดินเกมให้อยู่เบื้องหลังจริงๆ... ไม่ใช่พวกมัน" รินรดาขยับเข้าไปใกล้ ชะโงกหน้ามองเอกสารในมือของนักสืบหนุ่ม ดวงตาเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นชื่อและลายเซ็นที่คุ้นเคยปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นสุดท้าย "นี่มัน... หุ้นส่วนใหญ่ของสำนักพิมพ์เก่าแก่ที่พ่อฉันเคยทำงานด้วยนี่! ทำไมชื่อของเขาถึงไปโผล่ในบัญชีลับของบริษัทวิชาญได้ล่ะคะ" "เพราะพ่อของเธอรู้เรื่องนี้ยังไงล่ะรินรดา" คณินหันมามองเธอ แววตาที่มักจะกวนประสาทและเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนลึกซึ้งที่หาดูได้ยาก มือหนายื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ไหล่บางเพื่อปลอบประโลม "และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมครอบครัวเธอถึงต้องกลายเป็นเป้าหมาย" ความจริงที่ถูกเปิดเผยทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ มือเรียวสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะกำแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความแค้นและความโศกเศร้าที่ถูกฝังกลบไว้หลายปีกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในอก แต่วินาทีที่เธอเงยหน้าขึ้นเพื่อจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง ประตูไม้หน้าห้องพักก็ถูกกระชากเปิดออกด้วยแรงมหาศาล! โครม! เศษไม้กระเด็นว่อน ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ร่างของชายฉกรรจ์สวมชุดดำไม่ต่ำกว่าห้าคนพุ่งพรวดเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ แสงไฟฉายสาดส่องตรงมาที่พวกเขา สารวัตรภูมิชักปืนออกมายิงสวนทันทีอย่างไม่ลังเล เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเซฟเฮาส์แคบๆ "หมอบลงรินรดา!" คณินตะโกนลั่น พุ่งเข้าชาร์จตัวหญิงสาวแล้วดึงลงไปหลบหลังโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็ง เม็ดกระสุนเจาะทะลุกำแพงเฉียดหัวพวกเขาไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นดินปืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ "นายพาคนพวกนี้ตามมาเหรอสารวัตร!" คณินคำรามลั่นขณะดึงแมกกาซีนปืนออกมารบเตรียมพร้อม "ไม่ใช่เว้ย! ฉันระวังตัวมาอย่างดี!" สารวัตรภูมิยิงตอบโต้กลับไปพลางหลบหลังโซฟาอย่างทุลักทุเล ท่ามกลางเสียงปืนที่ดังสนั่นและเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น รินรดาเบียดกายแนบชิดกับอกแกร่งของคณิน หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวatกลัว ทว่าในวินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง มือหนาของนักสืบหนุ่มกลับโอบกระชับเอวบางของเธอไว้แน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองตรงไปยังเงาร่างหนึ่งที่ก้าวพ้นกลุ่มควันเข้ามา ชายหนุ่มในชุดสูทเนียบกริบ รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนมุมปาก ขณะที่ปืนในมือของเขากล้าเล็งตรงมาที่ศีรษะของคณินอย่างแม่นยำ "ยินดีต้อนรับสู่ตอนจบของเกมนะ... คุณนักสืบ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมลั่นไก! *** *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและสนับสนุน "ตุ๊กตาโบราณ" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!*
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%