เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 7

ใครบางคนกำลังจับตาดู

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
เสียงเคาะกระจกหน้าต่างเบาหวิวสามครั้ง… ทว่าเพียงพอที่จะทำให้เส้นประสาททุกเส้นในสมองของคณินดีดตัวตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด ในเซฟเฮาส์ที่ถูกออกแบบมาให้เก็บเสียงและรอดพ้นจากเรดาร์ทุกชนิดของ ดร.วิชาญ การปรากฏตัวของสัญญาณแปลกปลอมย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญ นิ้วเรียวยาวที่กำลังคีบมวนบุหรี่ชะงักกึก ดวงตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองความมืดมิดนอกบานกระจกทันทีด้วยสัญชาตญาณนักล่า ร่างสูงใหญ่ขยับตัวอย่างไร้สุ้มเสียงราวกับเสือดาว ย่างสามขุมเข้าหาหน้าต่างบานนั้นโดยไม่แม้แต่จะส่งเสียงลมหายใจเล็ดลอด "ใคร..." เสียงทุ้มต่ำหลุดจากลำคอแหบพร่า เป็นการเปล่งเสียงที่สั้นและคมกริบพอๆ กับแววตาที่จ้องเขม็งไปยังความว่างเปล่าเบื้องนอก ทว่าไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงรอยนิ้วมือเปื้อนคราบฝุ่นสีเทาจางๆ ที่ถูกป้ายทับลงบนกระจกใสอย่างจงใจ คล้ายเป็นการท้าทายซึ่งหน้าจากใครบางคนที่รู้ดีว่าพวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ที่นี่ คณินขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน ความเยือกเย็นที่เคยรักษาไว้ตลอดหลายปีในวงการนักสืบพังทลายลงในพริบตา เมื่อนึกถึงรินรดาที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนโซฟาตัวยาวในห้องด้านใน ชายหนุ่มผลักบานหน้าต่างออกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความชื้นของค่ำคืนและกลิ่นจางๆ ของน้ำมันเครื่องราคาถูกลอยปะทะเข้ากับปลายจมูก เขากวาดสายตามองไปรอบระเบียงแคบๆ รอยเท้าเปียกชื้นคู่หนึ่งประทับอยู่บนพื้นคอนกรีต มันเป็นรอยรองเท้าคอมแบททหารรุ่นมาตรฐานที่หาซื้อได้ทั่วไป แต่ความแม่นยำในการเหยียบย่างลงบนจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด บ่งบอกชัดเจนว่าไอ้ตัวน่ารำคาญข้างนอกนั่นไม่ใช่โจรย่องเบา—แต่มันคือมืออาชีพ "มีอะไรเหรอคะ..." เสียงงיתกเงיתของรินรดาแว่วมาจากด้านหลัง ร่างบางในชุดนอนผ้าฝ้ายตัวโคร่งเดินขยี้ตาออกมาจากห้องนอน ใบหน้าหวานง่วงงุนแต่แววตากลับตื่นตัวขึ้นทันทีเมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างของคณินยืนนิ่งขรึมอยู่ที่หน้าต่างเปิดโล่ง "กลับเข้าไปในห้อง ล็อคประตู แล้วอย่าส่งเสียงเด็ดขาด" คณินออกคำสั่งเสียงเข้ม หางเสียงเฉียบขาดจนไม่อนุญาตให้เธอต่อรอง "เกิดอะไรขึ้นคะ หรือว่า..." รินรดาชะựngฝีเท้าเมื่อกวาดสายตาเห็นรอยเปื้อนบนกระจก ใบหน้าสวยเฉี่ยวซีดเผือดลงชั่วขณะ ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับชายชุดสูทที่ตามล่าครอบครัวเธอย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้ง "เขารู้พิกัดเราแล้วเหรอคะ?" "ยัง..." คณินหันกลับมามองเธอ ดวงตาคมดุฉายแววหงุดหงิดปนความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่ง "ถ้ามันรู้พิกัดจริง ป่านนี้มันคงไม่มาเคาะกระจกเล่นเป็นเด็กขายประกันหรอก มันแค่มารายงานตัว... ว่ามันกำลังไล่หลังเราทันแล้วต่างหาก" บรรยากาศในห้องแคบๆ กลับมาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง ความเงียบงันเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมคราม รินรดากัดริมฝีปากแน่นอย่างใช้ความคิด ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวร่างสูงโดยไม่เกรงกลัวสายตาดุๆ ที่มองมา "คุณกำลังคิดจะออกไปข้างนอกใช่ไหมล่ะคะ?" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงความดื้อรั้นเอาไว้เต็มเปี่ยม "อย่าแม้แต่จะคิดเชียวนะคะ คณิน ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันกลัวตายจนต้องเกาะแขนคุณแจ แต่ฉันไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้คุณต้องเอาชีวิตไปทิ้งไว้กับกับดักของตาแก่ชาญวิชาญนั่น!" คณินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบก้มมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา มือหนายื่นออกไปคว้าปลายคางคางมนให้เงยขึ้นสบตา บังคับให้เธอรับรู้ถึงความจริงจังที่ซ่อนอยู่หลังท่าทีปากร้ายของเขา "เป็นห่วงผมเหรอครับ คุณนักอ่านหนังสือเก่า" เขายกยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่ตามนิสัยแย่ๆ ที่มักจะโผล่มาในเวลาวิกฤตเสมอ "ปากเก่งแบบนี้ ระวังจะไม่ได้อยู่เถียงผมในตอนต่อไปนะครับ" "ฉันไม่ได้ห่วงคุณค่ะ!" รินรดาปัดมือเขาออกอย่างไม่ไยดี ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายปนโมโห "ฉันแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาตีนไอ้พวกนั้นขึ้นมาจริงๆ ใครจะจ่ายค่าจ้างที่ค้างไว้ให้ฉันล่ะคะ อีกอย่าง... ฉันไม่อยากตายในเซฟเฮาส์ซกมกนี่หรอกนะ!" "ปากดีแบบนี้ค่อยน่ารักหน่อย..." คณินพึมพำเบาๆ แต่รินรดาได้ยินมันชัดเจน ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบปืนพกสั้นขึ้นมาปลดเซฟ เสียงเหล็กกระทบกันดังคลิกเบาๆ ในความเงียบ "อยู่ที่นี่ ล็อคกลอนให้แน่น ถ้าผมกลับเข้ามาภายในสิบนาทีแล้วได้ยินเสียงแมງสาบเดิน ผมจะถือว่าคุณฝ่าฝืนคำสั่ง" "คณิน!" ร่างสูงไม่รอให้เธอได้ต่อว่า เขาปีนข้ามขอบหน้าต่างออกไปสู่ความมืดมิดด้านนอกอย่างไร้ความลังเล ร่างของเขาหายลับไปกับเงาไม้ใหญ่ที่ทาบทับกำแพงเซฟเฮาส์ ทิ้งให้รินรดายืนกำหมัดแน่นอยู่ลำพังท่ามกลางความหนาบึงของราตรี หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องเพื่อหาอุปกรณ์ป้องกันตัวตามสัญชาตญาณการเอาตัวรอด ทว่าในขณะที่เธอกำลังจะก้าวเท้าถอยหลังกลับไปสำรวจประตูหน้า เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู… *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...* ไม่ใช่เสียงเคาะหน้าต่าง แต่เป็นเสียงเคาะประตูหลักที่อยู่ด้านหน้าสุดของเซฟเฮาส์! รินรดาสะดุ้งสุดตัว หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เลือดในกายเย็นเฉียบลงในพริบตา ในเมื่อคณินเพิ่งออกไปทางหน้าต่างเพื่อไล่ตามเงาปริศนา แล้วใคร... กำลังยืนเคาะประตูเรียกเธออยู่ที่ด้านหน้า? มือบางสั่นเทาเอื้อมไปหยิบแจกันแก้วใกล้มือ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกขณะจ้องมองลูกบิดประตูที่ค่อยๆ หมุนวนช้าๆ จากฝั่งด้านนอก—โดยไม่มีเสียงกุญแจไขแม้แต่น้อย! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความวุ่นวายนี้ด้วยกันเสมอนะคะ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%