เสียงไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอาร์ดใต้ฝ่าเท้าของกลุ่มคนจำนวนมากที่กำลังกร้าวกระชั้นเข้ามาประชิดหน้าประตูห้องพักชั้นบนของเซฟเฮาส์ คือสัญญาณเตือนภัยที่เดชัดที่สุดว่าพวกเราเหลือเวลาอีกไม่ถึงเสี้ยววินาทีในการหาทางรอด
"คณิน! รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนก้าวร้าวของลูกน้อง ดร.วิชาญ ดังทะลุแผ่นไม้เก่าคร่ำคร่าเข้ามา พร้อมกับแรงกระแทกมหาศาลที่ซัดเข้าใส่บานประตูจนกลอนโลหะสั่นสะท้าน ฝุ่นละอองจากรอยต่อวงกบหล่นร่วงลงมาคล้ายหิมะยามวิกาล
ฉันหันขวับไปมองหน้าคนที่ยืนอยู่ชิดกำแพง—คณิน นักสืบปากร้ายผู้ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกให้ใครเห็นง่ายๆ แต่ในวินาทีที่สถานการณ์กำลังบีบคั้นถึงขีดสุด ดวงตาคมกริบสีนิลคู่นั้นกลับฉายประกายความกังวลระคนความดุดันอย่างปิดไม่มิด มือหนาคว้าข้อมือฉันไว้แน่นโดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งการ ร่างสูงใหญ่ดึงฉันเข้าไปหลบหลังตู้เสื้อผ้าไม้สักโบราณที่อับทึบ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางปะปนกับกลิ่นฝนและควันบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูกท่ามกลางความมืดสลัว
"คุณ... ปล่อยฉันนะ จะหลบตรงนี้ทำไม เลนลับหลังตู้ยังมีช่องระบายอากาศอยู่..." ฉันกระซิบเสียงลอดไรฟัน พยายามขืนข้อมือออกจากการกุมที่แน่นราวกับคีมเหล็ก
"เงียบปากแล้วยืนนิ่งๆ ยัยตัวแสบ" คณินกดเสียงต่ำดุ ร่างกายกำยำของเขาขยับเข้ามายืนบังฉันไว้จนมิดชิด ไออุ่นจากแผ่นอกกว้างแนบชิดกับไหล่ฉันผ่านเนื้อผ้าบางเบา เสียงหัวใจของเขาเต้นรัวเร็วผิดจังหวะจนฉันสัมผัสได้—ไม่ใช่เพราะความกลัวไอ้พวกสารเลวที่กำลังพังประตูเข้ามาแน่ๆ แต่เป็นเพราะความเร่งร้อนบางอย่างที่เขากำลังเก็บกดไว้
*โครม!*
เสียงบานประตูไม้เนื้อแข็งพังครืนลงมาพร้อมกับเศษฝุ่นและเสียงสบถหยาบคายของสมุนมือขวา ดร.วิชาญ รองเท้าคอมแบตหนักๆ เหยียบย่ำเข้ามาในห้องพัก เสียงฝีเท้าเดินวนเวียนอยู่ใกล้ตู้เสื้อผ้าแค่เอื้อม แสงไฟฉายสודส่องลอดรอยแตกของบานประตูตู้เข้ามาวับๆ แวมๆ กวาดหาตัวพวกเราอย่างกระหายเลือด
ฉันกลั้นหายใจ หัวใจเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมานอกอก มือเรียวเผลอขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มของคณินแน่นโดยไม่รู้ตัว ความหวาดกลัวต่ออันตรายเบื้องหน้าเริ่มคืบคลานเข้ามา แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหม่ายิ่งกว่าคือใบหน้าของนักสืบหนุ่มที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบในความมืด
คณินก้มลงมองฉัน สายตาคมปลาบที่มักใช้มองเหยื่อหรือใช้พ่นคำพูดจาถางถางใส่ฉันเสมอในยามปกติ บัดนี้กลับอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด ความดุดันเจือปนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งจนฉันอ่านไม่ออก นิ้วเรียวของเขาเอื้อมขึ้นมาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มของฉัน ปัดปอยผมที่หลุดลุ่ยให้อย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้ผิวเนื้อฉันร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่หนתเหน็บ
"ถ้า... ถ้าพวกมันเจอเราออกไปไม่ได้ คุณจะว่าฉันไหมที่พามาซวย?" ฉันกระซิบถามเสียงสั่น ร2มความรู้สึกผิดที่ตีรวนอยู่ในอก
คณินแค่น1หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความหงุดหงิดระคนเอ็นดูอย่างชัดเจน "เธอถามคำถามโง่ๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไง ยัยตัวแสบ... รู้ไหมว่าตั้งแต่รู้จักเธอ ชีวิตฉันไม่เคยสงบสุขเลยสักวัน ฉันต้องคอยตามเช็ดตามล้าง ต้องมานั่งห่วงความปลอดภัยของยายเด็กปากเก่งที่ชอบหาเรื่องใส่ตัวจนหัวใจฉันจะวายตายอยู่แล้ว!"
"นี่คุณ..." ฉันเบิกตากว้างด้วยความตกใจกับถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ใช่! ฉันกำลังโมโหตัวเองอยู่เนี่ย!" คณินสวนกลับเสียงกระซิบที่แหบพร่าและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ดวงตาคมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาฉันราวกับจะทะลุไปถึงก้นบึ้งหัวใจ "โมโหที่ตัวเองใจอ่อนยอมให้เธอเข้ามามีอิทธิพลในชีวิต โมโหที่เห็นเธอทำหน้าดื้อใส่ทีไรแล้วอยากจะดึงมาจูบให้หายพยศ... และที่สำคัญที่สุด..."
เขาเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดริมฝีปากฉันจนสั่นสะท้าน มืออีกข้างที่ว่างอยู่เลื่อนมาโอบเอวฉันไว้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าฉันจะสลายหายไปต่อหน้าต่อตา
"...ถ้าวันนี้เราต้องตายกันไปจริงๆ ฉันยอมรับไม่ได้ว่ะ รินรดา... ฉันยอมรับไม่ได้ถ้าจะต้องตายโดยที่เธอยังไม่รู้เลยว่า... ว่าฉัน..."
*แอ๊ด...*
เสียงบานประตูตู้เสื้อผ้าถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง! แสงไฟฉายสว่างจ้าสาดส่องเข้ามาปะทะใบหน้าพวกเราเต็มๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของสมุน ดร.วิชาญ ที่ดังขึ้น
"อยู่นี่เอง! ไอ้หนูนักสืบ... เก่งนักไม่ใช่เหรอวะ ออกมาคุยกันข้างนอกหน่อยซิ!"
คณินชะงักคำพูดที่ค้างคาไว้ในลำคอ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นแววตาดุดันอำมหิตในเสี้ยววินาที ร่างสูงผลักฉันไปไว้ข้างหลัง ปืนพกสีดำสนิทถูกชักออกมาจากเอวอย่างคล่องแคล่วว่องไว พร้อมรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าทันที
แต่ทว่า... หัวใจของฉันกลับไม่ได้อยู่ที่ปลายกระบอกปืนของพวกมันอีกต่อไปแล้ว
คำสารภาพที่ยังพูดไม่จบประโยคของคนปากแข็งคนนั้น... มันยังคงก้อง 37 อยู่ในโสตประสาท และแววตาคู่นั้นที่มองมาเมื่อครู่... มันชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น
ฉันแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยท่ามกลางความตึงเครียด ก่อนจะก้าวออกมายืนเคียงข้างเขา พร้อมกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ท้าทายไม่แพ้กัน
"พูดให้จบก่อนสิคะคุณนักสืบ... ถ้าคุณรอดไปได้ ฉันจะให้โอกาสคุณพูดใหม่อีกรอบนะคะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามและอินไปกับความซึนของพี่คณินนะคะ!
เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย•ตอนที่ 23
คำสารภาพของคนซึนเดเระ
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์วุ่นรักกับนักสืบปากร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!