เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 24

กับดักความโลภ

ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
เสียงช้อนกระทบจานกระเบื้องเคลือบมุกดัง *เคร้ง* สะท้อนก้องความเงียบงันภายในห้องรับประทานอาหาร กลิ่นหอมเย้ายวนของกะทิสดเคี่ยวกับพริกแกงเขียวหวานสูตรโบราณ ที่ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมของใบโหระพาและมะเขือเปราะจากมิติลับ พลันกลายเป็นฉากหลังอันน่าอึดอัด รินรดาชะงักค้าง นัยน์ตาสีรัตติกาลจ้องมองเอกสารสัญญาซื้อขายที่ถือวิสาสะวางแปะลงบนโต๊ะอาหาร ตรงหน้าจานแกงเขียวหวานรสเลิศที่นางตั้งใจเคี่ยวด้วยความพิถีพิถัน "คุณว่าอะไรนะ... โฉนดแปลงที่สามของฉัน ถูกทำเรื่องจำนองไปแล้วอย่างนั้นหรือคะทนายกิตติ์" รินรดาเอ่ยทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบจนน่ากลัว แต่แฝงไว้ด้วยกระแสคลื่นแห่งความโกรธที่กำลังก่อตัวขึ้นในอก ธามัน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองสบายๆ แต่แผ่รังสีความน่าเกรงขาม วางช้อนสลัดในมือลงอย่างช้าๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองเอกสารในมือของทนายความประจำตระกูลฝั่งศัตรู ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคออย่างเยียบเย็น มือหนาเอื้อมไปกุมมือเรียวบางของภรรยาไว้ใต้โต๊ะ บีบเบาๆ เพื่อส่งผ่านความอบอุ่นและมั่นคง รินรดารับรู้ได้ถึงกระแสความห่วงใยนั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ แล้วตักแกงเขียวหวานราดลงบนข้าวสวยร้อนๆ ควันฉุยอย่างไม่รีบร้อน ราวกับว่ากระดาษแผ่นนั้นมีค่าไม่เท่าเศษผักกาดในสวน "เรียนคุณรินรดาครับ... ทางบริษัทอสังหาฯ ของคุณกรณ. ได้ดำเนินการยื่นขอซื้อที่ดินโซนรอบนอกทั้งหมด ซึ่งรวมถึงแปลงติดภูเขาที่เป็นพื้นที่ทำเกษตรอินทรีย์ของคุณรินด้วย เนื่องจากมีการเซ็นมอบอำนาจล่วงหน้าผ่านคุณอาของคุณ... เอ่อ คือ..." ทนายกิตติ์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เมื่อสบเข้ากับนัยน์ตาดุจพญาเหยี่ยวของธามันที่ส่งยิ้มเย็นเยียบมาให้ "คุณอาใจดีของฉันสินะคะ..." รินรดาหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปากแต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความขบขัน อดีตเชฟมือทองหวนนึกถึงวันที่ถูกคนในครอบครัวหักหลังและขับไล่ไสส่ง จนต้องมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชนบทแห่งนี้ คิดจะฮุบที่ดินของนางที่มีดินอุดมสมบูรณ์เป็นพิเศษเพราะความลับจาก 'สวนป่าหิมพานต์จำลอง' งั้นหรือ ช่างฝันกลางวันเสียจริง! ที่ดินแปลงนี้ไม่เพียงแต่ปลูกพืชโตไวและรสชาติอร่อยเลิศจนภัตตาคารแย่งกันซื้อ แต่มันคือฐานทัพสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งของนางกับสามีสายเปย์ผู้นี้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีทางแย่งไปได้เด็ดขาด! "บอกกรณไปเถอะค่ะว่า เอกสารปลอมพวกนั้น เอาไปใช้เช็ดกระจกรถยังสกปรกเกินไปเลย" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ แต่น้ำคำกลับเชือดเฉือนจนคนฟังต้องสะท้าน นางหยิบแก้วน้ำชาหอมกรุ่นขึ้นจิบอย่างใจเย็น ผิดกับบรรยากาศภายนอกบ้านที่เริ่มมีเสียงรถยนต์หรูหลายคันแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูรั้วสวน ธามันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำขยับขยับขยายอาณาเขตความกดดันโดยอัตโนมัติ ชายหนุ่มจัดเสื้อเชิ้ตสีเข้มให้เข้าที่ พลางก้มลงกระซิบข้างใบหูของภรรยา "ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเถอะครับที่รัก คุณนั่งทานแกงเขียวหวานต่อให้อร่อยเถอะ ของอร่อยๆ แบบนี้ เย็นชืดแล้วจะเสียรสชาติ" "ไม่ได้หรอกค่ะคุณธามัน อาหารมื้อนี้เราต้องทานด้วยกันสิคะ อีกอย่าง... แขกที่ไม่ได้รับเชิญอุตส่าห์มาเคาะประตูบ้านถึงถิ่น ปล่อยให้รอนานเสียมารยาทแย่" รินรดาลุกขึ้นยืนเคียงข้างสามี ร่างอรชรในชุดผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้สีพาสเทลดูไม่เข้ากันเลยกับรังสีความดุดันที่แผ่ออกมาจากตัวนางในยามนี้ ประตูไม้สักทองหน้าบ้านถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของอนุญาต กรณ ทายาทนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์คู่แข่ง ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเย่อหยิ่งและลูกน้องร่างกำยำอีกสี่คน ด้านหลังสุดคือลุงและป้าแท้ๆ ของรินรดาที่ทำหน้าตาเลิกลั่กแต่ก็ยังมีความโลภฉาบอยู่เต็มใบหน้า "รินรดา หลานรัก... อาบอกแล้วว่าอยู่ที่นี่ไปก็ลำบากเปล่าๆ สู้ขายที่ดินให้คุณกรณเสียตอนนี้ ได้เงินก้อนโตไปตั้งตัวในเมืองหลวง ไม่ดีกว่าหรือจ๊ะ มาทนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินปลูกผักอยู่ทำไม" เสียงผู้เป็นป้าเอ่ยแกมบังคับ พร้อมกับทำทีเป็นกวาดสายตาสำรวจบ้านพักสไตล์โมเดิร์นผสมผสานความอบอุ่นที่ตกแต่งอย่างดี รินรดายกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมกวาดมองผู้มาเยือนทีละคนด้วยความสมเพชเวทนา "ที่ดินแปลงนี้ของฉัน จะปลูกผักหรือจะปล่อยให้หญ้าขึ้นรก ก็เป็นสิทธิ์ของฉันค่ะคุณป้า... ส่วนเรื่องขาย ฝันกลางวันตอนบ่ายๆ แบบนี้ แดดมันคงจะร้อนเกินไปจนสติเลอะเลือนแล้วกระมังคะ" "ปากกล้าขึ้นเยอะนี่ นังหลานอกตัญญู!" ผู้เป็นลุงตวาดลั่น ชี้หน้าด่าด้วยความโมโห "แกคิดว่ามีผู้ชายคนนี้หนุนหลังแล้วจะยิ่งใหญ่มาจากไหนวะ เอกสารเซ็นโอนลอยมันอยู่ในมือฉัน ศาลท่านพิจารณาตามหลักฐานเว้ย!" ธามันก้าวออกไปบังร่างภรรยาไว้ครึ่งตัว รอยยิ้มพิฆาตปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา แต่นัยน์ตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก "หลักฐานอย่างนั้นหรือครับคุณลุง... น่าเสียดายจัง ที่ทนายฝั่งผมตรวจสอบพบว่า เอกสารฉบับนั้นมีลายมือชื่อปลอมแปลง และที่ดินแปลงนี้... ถูกโอนกรรมสิทธิ์เป็นชื่อของภรรยาผมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม ตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วครับ" คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ กรณหน้าถอดสี ทนายกิตติ์รีบเปิดแท็บเล็ตขึ้นมาตรวจสอบข้อมูลออนไลน์ทันที ก่อนจะอุทานออกมาเสียงหลง "เป็นไปไม่ได้! ระบบทะเบียนราษฎรและกรมที่ดินเพิ่งอัปเดตกรรมสิทธิ์เมื่อสามสิบนาทีที่แล้วนี่เองครับคุณกรณ!" รินรดายิ้มหวานหยดย้อย นางเดินเข้าไปใกล้กองเอกสารบนโต๊ะอาหาร หยิบสัญญาฉบับปลอมขึ้นมาฉีกต่อหน้าต่อตาอย่างไม่แยแส เศษกระดาษโปรยปรายลงพื้นราวกับหิมะโปรยปรางในฤดูร้อน นางเอียงคอเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่ทรงพลัง "อยากได้ที่ดินของฉันนักใช่ไหมคะ... งั้นก็เชิญรับ 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษ ที่ฉันเพิ่งเก็บเกี่ยวมาจากแปลงผักหลังบ้านไปแทนก็แล้วกันนะคะ" นางหันไปส่งสัญญาณให้ธามัน ชายหนุ่มพยักหน้ารับอย่างรู้ใจ ก่อนจะกดรีโมทคอนโทรลเปิดระบบรดน้ำอัตโนมัติผสมปุ๋ยสูตรพิเศษจากมิติลับ แต่ทว่า... สิ่งที่พุ่งออกมาจากสปริงเกอร์รอบตัวบ้านหาใช่ละอองน้ำธรรมดาไม่! กลิ่นหอมฉุนรุนแรงของ 'น้ำหมักมูลค้างคาวผสมพริกขี้หนูสวนนรกแตก' ที่รินรดาหมักทิ้งไว้สามปีเต็ม พุ่งกระจายออกเป็นวงกว้าง ละอองสีน้ำตาลเข้มพุ่งเข้าใส่หน้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมราคาแพงของกรณและพวกพ้องจนชุ่มโชก เสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความแสบร้อนและกลิ่นอันชวนอาเจียนดังระเบิดขึ้นทันที ท่ามกลางเสียงหัวเราะสะใจของรินรดาที่ดังประสานกับเสียงคำรามด้วยความพอใจของสามีหนุ่ม ในวินาทีที่ความชุลมุนวุ่นวายกำลังถึงจุดไคลแม็กซ์ เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของธามันก็ดังขึ้น ชายหนุ่มหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว สีหน้าที่เคยผ่อนคลายกลับเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขากดรับสาย เปิดลำโพงให้ได้ยินกันทั่วหน้า "ท่านครับ... สายสืบรายงานเข้ามาแล้ว รถบรรทุกสินค้าล็อตใหญ่ที่สุดของกลุ่มทุนคู่แข่ง ที่กำลังลักลอบขนถ่ายสินค้าเกษตรเคมีผิดกฎหมายข้ามชายแดน ถูกเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรและตำรวจป่าไม้เข้าจับกุมแบบคาหนังคาเขาแล้วครับ ตอนนี้หลักฐานเชื่อมโยงถึงเครือข่ายของกรณทั้งหมดแล้วด้วย!" รินรดายิ้มกริ่ม นางช้อนตามองสามีพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย เกมนี้... ดูท่าว่าฝั่งศัตรูคงไม่ได้แค่เสียหน้าเสียเงินเสียทองเสียแล้วกระมังคะ ...แต่ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงเคาะประตูรั้วบ้านด้านหน้าก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของบุคคลปริศนาในชุดสูทสีดำสนิท ที่ก้าวผ่านกลุ่มควันละอองน้ำหมักเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าประเบื้องระเบียงบ้าน นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองรินรดาและธามันด้วยรอยยิ้มแปลกประหลาด ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำเอาลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุดกึก "สวัสดีครับคุณรินรดา... ผมได้รับมอบหมายให้มาส่ง 'พัสดุชิ้นสุดท้าย' จากเจ้าของที่ดินตัวจริงคนก่อน... คนที่พวกคุณคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!" (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของสวนส้มปลายฟ้าเสมอนะคะ)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%