เอกสารสีน้ำตาลอ่อนในซองกระดาษคราฟท์ถูกวางนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้สักในเรือนเพาะชำ บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็งไว้ด้วยอุณหภูมิที่ลดฮวบลงกะทันหัน คำพูดทิ้งท้ายของชายแปลกหน้าที่อ้างว่าเป็นตัวแทนของ ‘คนตาย’ ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของรินรดา
"คุณได้รับมอบหมายให้มาส่งพัสดุชิ้นสุดท้าย... จากเจ้าของที่ดินตัวจริงคนก่อน" รินรดาทวนคำในใจ ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าเรียบเฉยของแขกไม่速หน้า ประสบการณ์จากการต่อสู้กับญาติผู้พี่ที่จ้องฮุบสวนส้มและที่ดินของเธอสอนให้รู้ว่า บนโลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญ และไม่มีผีตนไหนลุกขึ้นมาทวงโฉนดได้ด้วยตัวเอง
แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่เพิ่งก้าวลงจากรถยนต์คันหรูสีดำสนิทก็เดินตรงเข้ามาแทรกกลางระหว่างเธอกับชายแปลกหน้าเสียก่อน
ธามันไม่ได้เอ่ยทักทาย ร่างหนาขยับเข้าไปยืนบดบังภรรยาโดยสัญชาตญาณ ไหล่กว้างแผ่รังสีความกดดันที่ทำให้อุณหภูมิรอบกายดูเหมือนจะลดต่ำลงไปอีกหลายองศา ดวงตาคมกริบของเจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์กวาดมองผู้บุกรุกตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตานิ่งสนิทแต่น่ากลัว
"เขตพื้นที่ส่วนบุคคล... และดูเหมือนพวกคุณกำลังรบกวนเวลาพักผ่อนของภรรยาผม" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลังจนชายแปลกหน้าถึงกับต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าว
"ผมแค่ทำตามหน้าที่ครับคุณธามัน... เจ้าของเดิมเขาแค่อยากให้มั่นใจว่า 'สมบัติ' ชิ้นนี้ จะไม่ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่คู่ควร" ชายแปลกหน้ายิ้มเยาะ พยายามรักษาท่าที
"สมบัติงั้นเหรอคะ?" รินรดาก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเยдяเย็น เธอหยิบซองเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยปลายนิ้ว เปิดมันออกอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าหมายถึงที่ดินแปลงนี้ ฉันมีโฉนดที่ถูกกฎหมายทุกประการ และถ้าหมายถึงเรื่องเมื่อสิบปีก่อน... คนที่หนีหายไปพร้อมกับสัญญาปลอม คงไม่ใช่ฝั่งฉันแน่ค่ะ"
ธามันเหลือบมองภรรยาแวบหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ ภรรยาตัวน้อยของเขาไม่เคยทำให้ผิดหวังจริงๆ เรื่องต่อปากต่อคำและการปกป้องสิทธิ์ตัวเองนี่เก่งเสียจนเขาแทบไม่ต้องออกแรงเลย แต่กระนั้น... ในฐานะสามีและนักธุรกิจผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในวงการอสังหาฯ เขาปล่อยให้พวกเศษสวะมาสร้างความรำคาญให้สวนส้มของภรรยาไม่ได้
"จัดการธุระของคุณเสร็จแล้วก็ไสหัวไปซะ" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความปรานี "แล้วฝากบอกคนที่ส่งคุณมาด้วยว่า ต่อให้มันรอดชีวิตมาจากนรกเมื่อสิบปีก่อน ก็ควรจะอยู่เงียบๆ ในหลุมศพต่อไป เพราะถ้ากล้าเอาเท้าสกปรกๆ มาเหยียบที่ดินแปลงนี้อีกครั้ง... ผมจะทำให้มันรู้ว่านรกบนดินที่แท้จริงหน้าตาเป็นอย่างไร"
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบ ชายแปลกหน้ากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวของธามันนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขารีบโค้งตัวเล็กน้อยแล้วถอยร่นขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็วราวกับหนีตาย
เมื่อรถคันนั้นลับสายตาไป รินรดาก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ เธอก้มลงมองเอกสารในมือ ทันใดนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นริ้วขึ้นมาในอก เอกสารแผ่นนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องโฉนด แต่มีลายเซ็นคุ้นตาบางอย่างที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ... ลายเซ็นของ 'คุณอา' ผู้ล่วงลับที่ทุกคนต่างบอกว่าเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสิบปีก่อน
"ริน..." เสียงนุ่มนวลของธามันเรียกสติ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสามี พบว่าแววตาคมกริบคู่นั้นฉายแววความห่วงใยซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งขรึม
"รินไม่เป็นไรค่ะ แค่... รู้สึกว่าเรื่องนี้มันชักจะสนุกเกินไปเสียแล้ว" รินรดายิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ผสมผสานระหว่างความท้าทายและความเจ้าเล่ห์แบบที่ธามันหลงใหลนักหนา
"อยากให้ผมกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากเลยไหมล่ะครับ?" ธามันโน้มใบหน้าลงมาใกล้ กระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ มือหนายื่นไปโอบเอวบางเข้าหาตัวโดยอัตโนมัติ "ไม่ว่าใครหน้าไหนที่กล้าทำให้ภรรยาผมคิ้วขมวด ผมพร้อมจะดีดพวกมันให้หายไปจากแผนที่ประเทศนี้ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง"
"ยังหค่ะ..." รินรดาเอียงคอหลบเล็กน้อย แต่ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสอบอุ่นนั้น "ปล่อยให้พวกมันดิ้นรนไปก่อนเถอะค่ะ เล่นเกมไล่จับแมวกับหนูแบบนี้... นานๆ ทีก็สนุกดีเหมือนกัน"
พูดจบ รินรดาก็ชูซองเอกสารในมือขึ้น "ไหนๆ วันนี้ก็มีเรื่องให้หัวเสียแล้ว... เรามาฉลองให้กับการกลับมาของ 'แขกที่ไม่ได้รับเชิญ' ด้วยมื้อค่ำฝีมือฉันกันดีกว่าค่ะ รับรองว่าเด็ดจนคุณลืมไม่ลงแน่"
ธามันเลิกคิ้วสูง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าคมคาย "ถ้าเป็นฝีมือคุณ ต่อให้อาหารมื้อนั้นผสมยาพิษ ผมก็ยอมกินอย่างไร้ข้อกังขา... ว่าแต่ เมนูพิเศษที่ว่า คืออะไรล่ะครับ หอมยั่วใจมาถึงตรงนี้แล้วนะ"
กลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศและสมุนไพรสดใหม่จากสวนป่าหิมพานต์จำลองลอยโชยมาแตะจมูกทันทีที่รินรดาก้าวเข้ามาในห้องครัว เมนูเด็ดที่เธอตั้งใจรังสรรค์เพื่อดับความหงุดหงิดในวันนี้คือ 'แกงเขียวหวานเนื้อตุ๋นกะทิสดเคี่ยวข้น' ที่เนื้อวัวถูกตุ๋นจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก เคี่ยวกับพริกแกงตำเองรสจัดจ้านหอมกลิ่นผักชีลาวและใบมะกรูดฉีก โรยหน้าด้วยพริกชี้ฟ้าแดงสดและใบโหระพาที่เพิ่งเด็ดสดๆ จากต้น เสิร์ฟคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หุงด้วยน้ำแร่ธรรมชาติจากมิติลับ
เสียงกวนเครื่องแกงในหม้อดินเผาส่งเสียงปุดๆ เบาๆ กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งเรือนพัก จนแม้แต่ธามันที่ปกติไม่ได้สนใจเรื่องอาหารการกินมากนัก ยังอดไม่ได้ที่จะเดินตามกลิ่นเข้ามาเงียบๆ แล้วสวมกอดภรรยาจากด้านหลัง เอาคางเกยไหล่บางสูดดมความหอมทั้งจากตัวเธอและจากหม้อแกงตรงหน้า
"หอมมาก... ไม่รู้ว่าหอมแกง หรือหอมคนทำมากกว่ากัน" เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู รินรดาตีแขนหนาเบาๆ อย่างหมั่นไส้ แต่ใบหน้ากลับขึ้นสีแดงเรื่ออย่างปิดไม่มิด
ในขณะที่ทั้งสองกำลังดื่มด่ำกับบรรยากาศอันอบอุ่นและกลิ่นหอมเย้ายวนของอาหารมื้อค่ำ ทันใดนั้น... เสียงโทรศัพท์มือถือราคาแพงบนโต๊ะทำงานของธามันก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ
ธามันขมวดคิ้วด้วยความไม่สบอารมณ์ที่ถูกขัดจังหวะ เขายื่นมือไปหยิบมันขึ้นมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่เพียงแค่กวาดสายตาดูเบอร์โทรศัพท์ที่แสดงผลบนหน้าจอ แววตาคมกริบก็พลันหรี่แคบลง รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาอีกครั้ง
รินรดาหันกลับมามองสามี สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าคร่ำเคร่งนั้น "ใครโทรมาคะ?"
ธามันเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ชั่วขณะหนึ่งมีความลังเลฉายชัดในแววตาก่อนที่เขาจะเอ่ยชื่อคนปลายสายออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
"คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้ว... เมื่อสิบปีก่อนจริงๆ"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 25
การปกป้องจากคนสายเปย์
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!