เสียงคำรามกึกก้องของฟ้าผ่าสะเทือนเลื่อนลั่นจนกระจกหน้าต่างกระท่อมไม้ริมสวนสั่นสะเทือน เม็ดฝนขนาดเท่าเหรียญบาทโหมกระหน่ำซัดสาดลงมาดั่งห่าฝนจากสรวงสวรรค์ ทัศนียภาพภายนอกถูกกลืนกินด้วยม่านหมอกสีเทาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่แปลงสตรอว์เบอร์รีที่เพิ่งลงทุนลงแรงไป
รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด เธอวางผ้าขนหนูลงบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ย ก่อนจะเหลือบมองชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งที่ยืนเปียกปอนอยู่ตรงธรณีประตู ธามันในยามนี้ไม่มีมาดของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ทรงอิทธิพลแม้แต่น้อย เสื้อเชิ้ตสีขาวแนบไปกับแผ่นอกกว้าง หยาดน้ำฝนไหลหยดลงมาจากเส้นผมสีเข้มปรกหน้าผาก แต่ดวงตาคมกริบของเขากลับกำลังจ้องมองเธอด้วยประกายระยิบระยับที่อ่านยาก
"มองอะไรคะคุณธามัน ถ้าจะมาหาที่หลบฝนเฉยๆ ก็เชิญมุมโน้นค่ะ พื้นไม้เพิ่งขัดใหม่ อย่าเดินย่ำให้เลอะเทอะนะคะ" รินรดาเอ่ยเสียงเรียบ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดันทรยศเต้นโครมครามยามอยู่กันตามลำพังในพื้นที่คับแคบเช่นนี้
"ผมไม่ได้แค่มารอดฝน..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาประชิดตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่รินรดาจะทันได้ถอยหนี ฝ่ามือใหญ่ก็คว้าข้อแขนเธอไว้เบาๆ แรงบีบนั้นอบอุ่นจนน่าตกใจ "แต่ผมมาเพื่อทวงคำตอบ... เรื่องที่ค้างคาใจตั้งแต่เมื่อครู่ต่างหาก"
คำว่า *"คนที่คุณคิดว่าตายไปแล้ว... เมื่อสิบปีก่อนจริงๆ"* ยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด ประโยคสั้นๆ จากปากของธามันก่อนพายุจะโหมกระหน่ำได้พังทลายกำแพงความสงสัยที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี
รินรดาเม้มริมฝีปากแน่น เธอย่อมรู้ดีว่าเขาหมายถึงใคร... พี่ชายต่างสายเลือดผู้หายสาบสูญไปพร้อมกับความลับมืดดำของตระกูลใหญ่ ทว่าการที่ธามันขุดคุ้ยเรื่องนี้ขึ้นมากลางพายุฝนฟ้าคะนอง ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
"คุณรู้ดีแค่ไหนกันคะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและระแวดระวัง "เรื่องนั้นมันจบไปตั้งแต่สิบปีก่อนแล้ว คนตายก็คือคนตาย ทำไมคุณถึงต้องขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีก หรือว่า... ผลประโยชน์ในโครงการรีสอร์ตของคุณมันต้องแลกมากับการรื้อฟื้นซากศพพวกนั้นขึ้นมาเหยียบย่ำซ้ำสอง?"
ธามันแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหนา ทว่าแววตาที่มองเธอกลับเจือความเจ็บปวดลึกซึ้งที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน มือหนาเอื้อมขึ้นเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นแนบแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย
"ริน... เธอคิดจริงๆ หรือว่าผมสนใจแค่เรื่องธุรกิจตึกรามบ้านช่อง?" ธามันโน้มใบหน้าลงมาจนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับพวงแก้มของเธอ กลิ่นอายเฉพาะตัวของฝนผสมกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านทำให้หัวใจดวงน้อยกระหน่ำรัวยิ่งกว่าเสียงฟ้าผ่าด้านนอก "ตลอดเวลาที่ผมเข้ามาป้วนเปี้ยนในชีวิตเธอ ซื้อผลผลิตงี่เง่าพวกนี้ในราคามหาศาล หรือแม้แต่การสร้างศัตรูร่วมกับเธอ... เธอคิดว่าผมว่างงานมากหรือไง"
รินรดานิ่งงัน ลมหายใจสะดุดกึก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความอึดอัดระหว่างคนทั้งคู่เข้มข้นขึ้นจนแทบจะคว้าจับต้องได้ ในมิติลับ 'สวนป่าหิมพานต์จำลอง' ที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณ พืชพรรณวิเศษเริ่มสั่นไหวตอบสนองต่ออารมณ์อันพลุ่งพล่านของเธอ ราวกับธรรมชาติกำลังเรียกร้องให้ปลดปล่อยพลังบางอย่างออกมาเพื่อป้องกันตัวจากความใกล้ชิดที่อันตรายเกินไปนี้
"ถ้าไม่ใช่เรื่องธุรกิจ... แล้วคุณต้องการอะไรจากฉันกันแน่คะ?" น้ำเสียงของเธอเริ่มสั่นพร่าเล็กน้อย
"ผมต้องการปกป้องเธอ..." ธามันกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงจริงจังหนักแน่นจนไร้ซึ่งความเจ้าเล่ห์เพทุบายใดๆ "และในขณะเดียวกัน... ผมก็ต้องการกระชากหน้ากากคนที่มันบงการเรื่องทั้งหมดเมื่อสิบปีก่อน คนที่ทำให้พี่ชายของเธอต้องหายตัวไป และคนที่กำลังพยายามจะเล่นงานสวนออร์แกนิกแห่งนี้ของเธอในวันพรุ่งนี้!"
รินรดานัยน์ตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "วันพรุ่งนี้? หมายความว่ายังไงคะ?"
ยังไม่ทันที่ธามันจะได้เอ่ยคำตอบ เสียงรถยนต์กระบะคันคุ้นเคยก็แล่นฝ่าสายฝนมาจอดสนิทที่หน้ากระท่อม ตามด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวเร็วกระชากอารมณ์ พร้อมกับเสียงตะโกนโวยวายของป้าสะใภ้ตัวแสบที่ดังแข่งกับเสียงพายุฝน
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ฉันรู้นะว่าเธอแอบซุกผู้ชายไว้ข้างใน ออกมาเคลียร์เรื่องโฉนดที่ดินเดี๋ยวนี้เลยนะยะ!"
ธามันสบถเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันมาสบตากับหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมไปด้วยความเจ้าเล่ห์และท้าทายเช่นเดิม
"ดูเหมือนว่าแขกไม่ได้รับเชิญจะมาเร็วกว่าที่คิดนะคะคุณภรรยาในอนาคต..." ธามันกระซิบเสียงนุ่ม พลางคว้าข้อมือเธอไว้แน่น "เราจะจัดการกับแม่มดเฒ่าคนนี้ยังไงดีล่ะครับ?"
รินรดาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกลัวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แววตาสายสู้ชีวิตกลับมาเปล่งประกายความเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน ในเมื่อพวกมันกล้าบุกมาหาเรื่องถึงถิ่นท่ามกลางพายุเข้า เธอก็พร้อมจะต้อนรับด้วย 'ของขวัญ' ชิ้นพิเศษจากมิติลับที่จะทำให้พวกมันไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต!
หญิงสาวสะบัดข้อมือเบาๆ แล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "เชิญเข้ามาสิคะ... ฉันกำลังอยากหาคนทดลองปุ๋ยสูตรใหม่จากสวนหิมพานต์พอดีเลยค่ะ"
รินรดากำลังจะก้าวไปเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มพิฆาต ทว่าจังหวะนั้นเอง ธามันกลับกระชากข้อมือเเธอให้หมุนกลับมาปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างของเขาอีกครั้งอย่างแรง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มไม่ได้มองไปที่ประตู แต่ทอดมองข้ามไหล่ของเธอไปยังเงาร่างที่ทาบทับอยู่บนกระจกหน้าต่างบานเล็กด้านหลัง
"อย่าเพิ่งสนใจป้าแก่คนนั้นเลยรินรดา..." ธามันกระซิบเสียงพร่า แววตาไหววับด้วยความหวาดระแวงที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "มองออกไปที่แปลงผักมุมโน้นสิ... มีบางอย่างกำลังเดินออกมาจากม่านหมอก... และมันไม่ใช่คนของป้าสะใภ้เธอ"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนสวนส้มปลายฟ้ามาโดยตลอดนะคะ รับรองว่าตอนหน้าความสะใจระดับพรีเมียมกำลังรออยู่ค่ะ!
เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก•ตอนที่ 26
สวนสวยในวันพายุเข้า
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกษตรกรสาวมือทองกับเจ้าพ่ออสังหาฯ สายรุก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!